การวิจัยเรื่องการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาความสามารถในการสังเกต การจำแนกและการสื่อความหมายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองห้า ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาความสามารถในการสังเกต การจำแนก และการสื่อความหมาย เพื่อศึกษาผลการใช้ชุดฝึกด้านทักษะความสามารถทางด้านการสังเกต การจำแนก และการสื่อความหมาย และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ประชากรที่ใช้ในการพัฒนาชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551โรงเรียนคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 1 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานได้แก่ทักษะการสังเกต ทักษะ
การจำแนก และทักษะการสื่อความหมาย แบบทดสอบวัดทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก และทักษะการสื่อความหมาย แผนการจัดการสอนที่มีชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- 1. ประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็น 94.46 / 86.76
เมื่อเทียบกับเกณฑ์ คือ 80/80 อยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
- 2. ผลการใช้ชุดฝึกด้านทักษะความสามารถทางด้านการสังเกต การจำแนก และการสื่อ
ความหมายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ผลปรากฏว่า
2.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองห้าคะแนนหลังการใช้ชุดฝึกทักษะฯมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้ชุดฝึกโดยหลังการใช้ชุดฝึกมีคะแนนเฉลี่ย 26.09 คะแนนโดยที่เฉลี่ยก่อนการใช้ชุดฝึก 11.78
2.2 คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการสังเกต เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต
พืชในท้องถิ่นและสัตว์ในท้องถิ่น ก่อนการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 4.00 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 40 ของคะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการสังเกตหลังการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ย 9.21 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 92.21 นักเรียนจำนวน 33 คน มีคะแนนทำแบบทดสอบวัดทักษะการสังเกตสูงขึ้น 31 คน
- 2.3 คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการจำแนก เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต
พืชในท้องถิ่นและสัตว์ในท้องถิ่น ก่อนการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 4.15 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 40.15ของคะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการจำแนกหลังการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ย 8.60 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 86.00 นักเรียนจำนวน 33 คนมีคะแนนทำแบบทดสอบวัดทักษะการจำแนกสูงขึ้นทุกคน
- 2.4 คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการสื่อความหมาย เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งไม่มีชีวิต พืชในท้องถิ่นและสัตว์ในท้องถิ่น ก่อนการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 3.63 คะแนนคิดเป็น ร้อยละ 36.30 ของคะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบวัดทักษะการสื่อความหายหลังการใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ย 8.27 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 82.70 นักเรียนจำนวน 33 คน มีคะแนนทำแบบทดสอบวัดทักษะการสื่อความหมายสูงขึ้นทุกคน
2.5 คะแนนเฉลี่ยของทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก และทักษะการสื่อความหมายของนักเรียนในเรื่องสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต พืชในท้องถิ่น และสัตว์ในท้องถิ่นมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นเป็นลำดับอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 3 คือ ครั้งที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ย 8.33 ครั้งที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ย 8.51 และครั้งที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ย 8.90
- 3. นักเรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดฝึกทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 ดังนี้
3.1 ชุดฝึกแบ่งเนื้อหาได้เหมาะสมกับเวลาในกิจกรรม มากที่สุด รองลงมาคือนักเรียนได้
เรียนรู้และฝึกทักษะการจำแนก นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะการสื่อความหมาย และนักเรียนชอบทำชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะการสังเกต ชุดฝึกเรียงจากง่ายไปหายาก และจำนวนข้อในชุดฝึกมีความเหมาะสม ชุดฝึกไม่ยากเกินไป และหลังการใช้ชุดฝึกนักเรียนอยากเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น และเนื้อหาในชุดฝึกน่าสนใจ
3.2 นักเรียนมีความคิดเห็นว่าครูมีความกระตือรือร้นในการสอน ครูสอนสนุกน่าสนใจ และครูใช้วิธีสอนที่แปลกใหม่และเหมาะสมกับเนื้อหามากที่สุด รองลงมาคือ ครูมีการเตรียมตัวในการสอนมาเป็นอย่างดี ครูเอาใจใส่นักเรียนในระหว่างที่ทำชุดฝึก
3.3 นักเรียนมีความคิดเห็นว่านักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงจากชุดฝึก นักเรียนมีความสนุกสนานระหว่างเรียน และนักเรียนได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันระหว่างเรียน มากที่สุด รองลงมาคือนักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นระหว่างเรียน
3.4 นักเรียนมีความคิดเห็นว่าวิธีสอนโดยใช้ชุดฝึกฯทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น วิธีสอนโดยใช้ชุดฝึกฯทำให้นักเรียนมีความสนุกสนาน วิธีสอนโดยใช้ชุดฝึกฯทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ วิธีสอนโดยใช้ชุดฝึกฯทำให้นักเรียนสามารถนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก และทักษะการสื่อความหมายไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รองลงมาคือ วิธีสอนโดยใช้ชุดฝึกฯทำให้นักเรียนสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง