เมื่อคืนวันเสาร์ นั่งสมาธิตั้งแต่ 2 ทุ่มกว่าๆ ท่ามกลางเสียงโทรทัศน์ ก็เพื่อทอสอบกับสมาธิของตนเองปรากฎว่านั่งได้ถึงประมาณ 4 ทุ่ม สำเร็จแล้วก็ลองมานั่งนึกๆ ว่าเพราะอะไรเราถึงทำได้ เพราะโดยปกติจะทำได้เฉพาะที่วัด ที่เงียบๆ สงบๆ เท่านั้นแถมครั้งนี้ นั่งแล้วยังไม่อยากจะออกจากสมาธิ ทั้งที่ร่างกายมันบอกว่าไม่ไหวแล้ว แต่ใจมันบอกว่าอีกหน่อยน่ะ อีกหน่อย เหมือนในใจมันฮึกเหิมอย่างไรมิทราบคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยก็น่าจะมาจาก

1.ความตั้งใจตั้งแต่ต้น ก่อนอื่นต้องสวดมนต์ตั้งใจพร้อมทั้งขอพรจากคุณพระศรีรัตนตรัยให้เป็นแรงใจให้ และตั้งใจว่าจะอุทิศบุญนี้ให้กับใครให้เขาเป็นกำลังใจให้เรา

2.เริ่มต้นอย่ารีรอ สวดมนต์เสร็จก็เข้าสมาธิด้วยความมุ่งมั่น

3.ช่วงแรกอาจจะง่าย นิ่ง เร็ว (สำหรับบางคน) แต่ส่วนใหญ่แล้วสักพักจะมีความคิดหลายอย่างพุ่งเข้ามาแล้วก็จะเคลิ้มตามไป ให้พยายามดึงจิตกลับมาที่ปลายจมูกหรือระหว่างตาทั้งสองข้างเพ่งและพยายามหาจุดศูนย์รวมแหล่งจิตไว้บริเวณใบหน้ากำหนดด้วยลมหายใจหากจิตมันกลับไปคิดฟุ้งซ่านอย่าอารมณ์เสียกับจิตให้ นึกอภัยให้จิตของตนเอง แล้วเรียกมันกลับมาด้วยความรัก ตอนนี้เมื่อทำได้ดิฉันจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตรงปากตึงๆ และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยิ้มอยู่ทุกครั้ง (ไม่ทราบว่าคนอื่นเป็นอย่างไรน่ะค่ะ แต่สังเกตตัวเองเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ให้อภัยกับจิตตัวเองจริงๆ ค่ะ กล้ามเนื้อมุมปากมันจะตึงๆ ค่ะ)

4.ระหว่างนั่งสมาธิหากจิตมันล่องลอยไปคิดเรื่องอะไรนั้นให้คิดว่าเป็นธรรมดา การทำสมาธิย่อมมีมาร บางเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่ได้คิดจริงๆ ไม่ได้อยู่ในมโนสำนึก แต่มันแว๊ปเข้ามาเอง ก็ให้นึกอภัยและดึงมันกลับมาด้วยจิตที่ให้อภัยแล้วบอกกับตัวเองว่า เราสบายดี เราสบายดี ดิฉันคิดอย่างนี้ค่ะ ส่วนคนอื่นอาจมีวิธีคิดอย่างอื่นที่ทำให้ตนเองสงบได้ค่ะ ให้คิดเอาเอง

5.หลังจากฝึกตรงนี้บ่อยๆ ผ่านไปได้นานๆ เสียโทรทัศน์ที่ได้ยินก็ไม่มีความหมาย อยากอยู่กับจิตไปเรื่อยๆ ให้อภัยมันไปเรื่อยๆ มันฟุ้งไปก็ดึงมันกลับมา กล่อมมัน เลี้ยงมันให้อยู่ตรงกลางระหว่างลูกตาทั้งสองข้าง ตอนนี้ร่างกายปวดเมื่อยขนาดไหน ก็ไม่อยากออกจากสมาธิมันจะบอกเราเองว่า ต่ออีกหน่อย ต่ออีกเถอะน่ะ หากทำไปเรื่อยๆ ก็อย่าไปทรมานตัวเองมากๆ น่ะค่ะ หากยังสาวอยู่ก็น่าจะพอไหว แต่หากอายุมากๆ แล้ววันล่ะ 1 ชั่วโมงก็เยอะแล้วค่ะ

ถามว่าทำอย่างนี้แล้วได้อะไร ก็ให้กลับไปถามตัวเองว่าอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องถามว่าจะทำไปทำไปค่ะ ตรงนี้คำตอบเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติสมาธิเสร็จค่ะ