พบว่ามีกฎหมายหลายฉบับในประเทศไทยที่กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน เช่น •19.1.2 ความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนของไทย สื่อในพื้นที่บางฉบับมีความจำเป็นต้องติดตามเจ้าหน้าที่ในการทำข่าวเพราะว่ามีความเร็วในการเข้าสู่พื้นที่และนำเสนอข่าว ทำให้ข้อมูลที่ได้รับมีด้านเดียวและไม่ตรงกับตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อถือสื่อไทยแต่ให้ความเชื่อมั่นต่อสื่อต่างประเทศ (สื่อมาเลเซีย) มากกว่าและบางครั้งมีความระแวงว่านักข่าวท้องถิ่นอาจเป็นสายให้กับรัฐ เนื่องจากสถานการณ์ไม่สงบ ทำให้สื่อนานาชาติให้ความสนใจในการทำข่าวที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่สื่อไทยกับถูกจำกัดสิทธิในการนำเสนอโดยอ้างเหตุด้านความมั่นคง ในขณะที่สื่อต่างประเทศกลับสามารถสื่อข้อเท็จจริงได้มากกว่า เช่น การที่นักข่าวอัลจาซีร่านำเสนอเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะไปทั่วโลกและทำสัญญาการเช่าสัญญาณอย่างถูกต้อง แต่ด้วยความหวาดระแวงในภาพลักษณ์ประเทศจึงมีการพยายามห้ามแต่สุดท้ายก็ได้เผยแพร่เนื่องจากตามกระบวนการที่ถูกต้องและสิทธิในการนำเสนอข่าวแล้ว ไม่สามารถปกปิดข้อมูลได้ บางครั้งสื่อมวลชนเสนอข่าวในเชิงตัดสินว่าบุคคลที่ถูกจับกุม และควบคุมตัวคือแนวร่วม หรือมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งที่บุคคลนั้นยังไม่ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงถือเป็นการละเมิดสิทธิและสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลที่ถูกจับกุมรวมถึงและญาติพี่น้องของบุคคลเล่านั้น •19.1.3 การจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน กรณีผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ถูกคุกคามขณะเดินทางไปที่หมู่บ้านคอลอบาแลในอำเภอบันนังสตา เมื่อปลายปี 2550ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านเกือบ 80 คนถูกจับกุมตัวและหนึ่งในจำนวนนั้นถูกยิงจนเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ เมื่อไปถึงหมู่บ้านก็มีกลุ่มทหารติดอาวุธเข้ามาล้อมตัวไว้และบังคับให้ผู้สื่อข่าวหญิงออกจากรถ มีการถ่ายภาพและนำบัตรประชาชนไป ค้นในรถและยึดเอกสาร นอกจากนั้น กลุ่มของนักศึกษายังถูกเจ้าหน้าที่ทหารห้ามไม่ให้เข้ามาเยี่ยมชาวบ้านในอำเภอบันนังสตา ทหารบอกว่าพวกเขาไม่ต้องการให้นักศึกษาคุยกับชาวบ้าน บอกว่าไม่ปลอดภัยและให้กลับไปได้ ภายหลังเหตุการณ์สื่อมวลชนเสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ อ.สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีมาตราการในการควบคุมสื่อในการทำหน้าที่ในการเสนอข่าว 6 ข้อ ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่ออย่างมาก โดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุลนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยได้แสดงความคิดเห็นต่อการจำกัดเสรีภาพสื่อในครั้งนี้ว่า "เมื่อพิจารณาถึงถ้อยแถลงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จะใช้เป็นแนวทางปฏิบัติของ "นักข่าว" ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว จึงเห็นชัดเจนถึงแนวคิด ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ติดอยู่ในกรอบเดิมๆ คือต้องการเห็น "สื่อ" เดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้กำหนดบทบาทอย่างที่ต้องการเห็นและได้ยิน
ในสนามแห่งความขัดแย้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องการแต่ข่าวในเชิงบวก โดยลืมนึกถึงความ "หลากหลาย" ในมิติต่างๆ และไม่เข้าใจ "ธรรมชาติ"ของข่าวเลย ที่สำคัญไม่เข้าใจความเป็นมืออาชีพของ "คนข่าว" แม้แต่น้อย
ดู การเสียชีวิตของนายยาการียา ปะโอมานิ ,อ้างแล้ว
รายงาน "การคุกคามสิทธิมนุษยชน" คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ หน้า 32 , อ้างแล้ว
ดู "ถ้อยแถลงของนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้ฯ ถึงมาตรการคุมสื่อของ กอ.รมน.ภาค 4 " วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2008 22:52 น ไชยยงค์ มณีพิลึกโต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก(ข้อ 19)
ข้อจำกัดในการดำเนินงานของรัฐ