“การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการลงทุนที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ

เครื่องมือที่ขาดไม่ได้ของ HRD ในอนาคต

 

การวางแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning นั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันแพร่หลายมาก ในกิจการด้านการทหาร ในด้านการศึกการสงคราม ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหาร ในวงการธุรกิจเอกชนนั้น ประสบความสำเร็จสูงมาก ก้าวหน้าและเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมาก ปัจจุบันนี้การวางแผนกลยุทธ์ได้แพร่หลายเข้ามาในวงการต่าง ๆ อย่างมากมาย โดยเป็นการวางแผนที่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดเป้าหมาย ทั้งระยะสั้น และระยะยาวที่แน่ชัด มีการวิเคราะห์อนาคต ในแง่คิดเชิงการแข่งขัน ที่ต้องการระบบการทำงานที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง สำหรับการทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การทำงานที่คล่องตัว ต้องการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงในการนำสู่เป้าหมายในอนาคต สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อความอยู่รอด (survive) และความก้าวหน้า (growth) ขององค์กร ของหน่วยงาน หรือของธุรกิจของตนในอนาคต ซึ่งการวางแผนเชิงกลยุทธ์นี้ มีส่วนจำเป็นอย่างมากต่อการสร้างความเป็นผู้นำ (leadership) หรือในการสร้างภาพลักษณ์ (image) ที่แสดงถึงจุดเด่นของหน่วยงาน ขององค์กร หรือของธุรกิจ โดยจะมีการกำหนดเป้าหมายรวมขององค์กร สำหรับการดำเนินในอนาคต ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ มีการคิดในเชิงรุก เน้นคุณภาพ สู่ความเป็นเลิศ โดยอาศัยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญในกลยุทธ์นั้นเอง

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นการลงทุนที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ และเราใช้การศึกษา เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยวิธีต่าง ๆ ในบรรดาปัจจัยต่าง ๆที่มีความสำคัญต่อประสิทธิผลในการพัฒนาซึ่งมีหลายปัจจัยนั้น ทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แม้เราจะมีปัจจัยอื่น ๆ อย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าทรัพยากรมนุษย์ไม่มีคุณภาพแล้วการพัฒนาก็ไม่อาจประสบผลสำเร็จสูงสุดได้

ส่วนเยาวชนนั้นแม้ในปัจจุบันมองดูเหมือนว่าเยาวชนรุ่นใหม่นี้จะมีความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ดีกว่า ปรับตัวได้เร็วกว่า แต่อันที่จริงแล้วเยาว์ชนก็ยังต้องการผู้ชี้แนะอยู่มาก หากครู อาจารย์ มีความกระตือรือร้นที่จะทันโลก ทันความรู้ใหม่ ๆ มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็จะสามารถถ่ายทอดความรู้ของตนให้แก่เยาวชนได้ดีและอย่างกว้างขวาง(พระราชดำรัสเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร วันที่ 2 มิถุนายน 2538)

การวางกลยุทธ์ทางด้าน HRD ในปัจจุบันนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีไอทีใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการบริหารและการจัดการ ดังมีแนวคิดทางการบริหารงานของ Penrose (อ้างถึงใน Rutihinda, 1996)เป็นการบริหารทั้งทรัพยากรที่จับต้องได้ (tangible) และที่จับต้องไม่ได้ (intangible) ทำให้เกิดทฤษฏีขึ้นสองกลุ่มคือ ทฤษฏีที่มุ่งไปในทางด้านบริหารทรัพยากรที่จับต้องได้ และทฤษฏีที่มุ่งเรื่องการบริหารทรัพยากรที่จับต้องไม่ได้ โดยเน้นในเรื่อง ความรู้ขององค์กร เนื่องจากความรู้สามารถสร้าง ความสามารถในการแข่งขันได้ องค์กรจึงต้องรวบรวมความรู้ทั้งหมดของทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียว โดยสร้างระบบในการประสาน และร่วมมือระหว่างพนักงานทั้งหลาย (Roberts, 1998) สาเหตุที่ต้องบริหารองค์ความรู้ เกิดจากความจำเป็นในการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในองค์กร (DiMattia and Oder, 1997) การลดจำนวนเจ้าหน้าที่ มีผลให้องค์กรต้องสูญเสียความรู้สำคัญที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นครอบครองอยู่ไปด้วย ดังนั้นจึงมีความพยายามหาวิธีจัดเก็บความรู้เหล่านี้ไว้ นอกจากนั้นการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น อินเตอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือการสื่อสารต่าง ๆ ทำให้การจัดเก็บและแบ่งปัน ความรู้ ในองค์กรเป็นไปได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การจับเก็บและแบ่งปันความรู้ในที่นี้ คือ การประสานข้อมูลเข้ากับ ประสบการณ์ สภาพการใช้งาน การตีความหมาย และมุมมองของพนักงานแต่ละคน (Davenport et al., 1998; Kirchner, 1997; Frappaolo,1997) ความรู้สามารถแบ่งออกเป็น Tacit Knowledge ความรู้เฉพาะตัว และ Explicit Knowledge ความรู้ที่เปิดเผยทั่วไป (Polyani, 1996) กระบวนการสร้างองค์ความรู้เกิดขึ้นจากการที่บุคคลแบ่งปัน ความรู้ ในการปฏิสัมพันธ์กัน ผู้ที่ได้รับความรู้นั้นก็จดจำเอาไว้ และ ดัดแปลงนำไปใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม กลายเป็น ความรู้ใหม่ขึ้นมา การบริหารองค์ความรู้เป็นการเก็บรวบรวมและแจกจ่ายความรู้ให้กับพนักงานในองค์กร Nonaka and Takeuchi (1995)

ในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตได้พัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้กลายมาเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ส่งผลให้นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการที่ใช้ในการฝึกอบรมโดยการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการอบรม ทำให้องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หลาย  ๆ องค์กร ได้พัฒนา CAI (computer-assisted instruction) เดิม ๆ ให้เป็น WBI (Web Based Instruction) หรือการจัดการฝึกอบรมพัฒนาผ่านบริการเว็บเพจ ส่งผลดีที่ทำให้ข้อมูลในรูปแบบ WBI สามารถเผยแพร่ได้รวดเร็ว และกว้างไกลกว่าสื่อ CAI ปกติ  และเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบของการฝึกอบรมก็สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันดังนี้

1.  ประการแรกทำให้องค์กร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถประหยัดเงินที่ต้องลงทุนในการจัดหาซอฟต์แวร์สร้างสื่อ (Authoring Tools) ไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมราคาแพง ๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสื่อการเรียนการสอน เพราะสามารถใช้ NotePad ที่มาพร้อมกับ Microsoft Windows ทุกรุ่น หรือ Text Editor ใด ๆ ก็ได้ลงรหัส HTML (HyperText Markup Language) สร้างเอกสาร HTML ที่มีลักษณะการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานได้ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

2.  ประการที่สองเนื่องจากคุณสมบัติของเอกสาร HTML ที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง VDO และสามารถสร้างจุดเชื่อมโยงไปตำแหน่งต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้พัฒนา ส่งผลให้การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ WBI เป็นที่นิยมอย่างสูง และได้รับการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning (Electronis Learning) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน

The 1996 National EducationalTechnology Plan” ของกระทรวงศึกษาธิการในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนารูปแบบการเรียนให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 โดยมีการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาช่วยเสริมในการเรียนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่า E-Learning คือ การนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะบริการด้านเว็บเพจเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้ และการอบรม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต มาออกแบบและจัดระบบ เพื่อสร้างระบบการเรียนการสอน โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ตรงกับความต้องการของผู้สอนและผู้เรียน เชื่อมโยงระบบเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกคน

บทความโดย ณรัฐ วัฒนพานิช*

จากบทความ ทำให้เกิดแง่คิดได้ว่า  การนำเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบันมีการขยายตัวและพัฒนากันมากมาย เพราะเป็นการแสดงถึงวิวัฒนาการ ความก้าวหน้า ที่ท้าทายและแสดงถึงศักยภาพของหน่วยงานและองค์กร ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแทบทุกองค์กรต่างก็มีทฤษฎีและแนวปฏิบัติที่นำมาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อมกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ควบคู่กันไป