ระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ

ในระยะนี้ข่าวไข้หวัด2009คงขึ้นหน้าหนึ่งทุกสื่อไปอีกหลายวัน พรุ่งนี้ก็จะมีการแถลงตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจถึงหลักหมื่น(ที่ส่งตรวจ)ผู้เสียชีวิตคงไม่น้อยกว่า50คน จังหวัดราชบุรีมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ได้รับยา ต้านไวรัสช้าเพราะไปที่คลินิคก่อน แต่ยาตัวนี้ไม่มีให้ใช้ที่ คลินิคหรือร้านขายยา เป็นยาที่ยังต้องควบคุม มาตราการให้คลินิคมียาไว้ถูกนำมาใช้นำร่วงที่ จ.ราชบุรี ผลคงต้องรอการประเมิน แต่ความจริงแล้วกระทรวงสาธารณสุขสามารถทำพร้อมกันได้ทั่วประเทศโดยไม่จำเป็นต้องมียาไว้ที่คลินิค ให้มีเฉพาะใน รพ.อย่างเดียว แต่ให้คลินิคที่มีแพทย์สามารถมีหนังสือส่งตัวมารับยาที่ รพ.ได้พร้อมประวัติการส่งตัวที่มีรายละเอียดครบถ้วนในการบันทึกและติดตามผู้ป่วยหลังได้รับยา เพราะอย่างไรก็ตามแพทย์ทุกคนต้องติดตามแนวทางการรักษาตามมาตรฐานอยู่แล้ว ที่ รพ.สิชลผมใช้วิธีนี้ครับ

ผมเชิญแพทย์ที่เปิดคลินิคทุกคนในอำเภอประชุมถึงแนวทางการดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานการรักษา ผู้ป่วยที่จะให้ยามีข้อบ่งชี้อย่างไร เมื่อไรจะส่งมารับไว้เป็นผู้ป่วยใน เมื่อเข้าใจตรงกนเราก็สร้างแบบฟอร์มการส่งต่อผู้ป่วยมารับยาที่ รพ.สิชลกรณีที่แพทย์คลินิคตรวจแล้วเห็นว่าควรได้รับยาต้านไวรัส โดยให้ญาติมารับแทนพร้อมหนังสือส่งตัว ไปที่จุดที่จัดไว้เป็นพิเศษ ไม่เสียเวลา เจ้าหน้าที่ก็จะบันทึกข้อมูลประวัติคนไข้ ตามหนังสือส่งตัวที่แพทย์บันทึกมาแล้วเภสัชกรก็จ่ายยาต้านไวรัสได้ คนไข้ไม่ต้องจ่ายเงินใช้สิทธิตามสิทธิของแต่ละคนครับ แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว นอกจากนั้น รพ.ยังได้ขอความร่วมมือคลินิครายงานยอดผู้ป่วยกลุ่มอาการป่วยทางเดินหายใจให้ รพ.ด้วยเพื่อเฝ้าระวัง เนื่องจากเราพบว่า คนไข้อย่างน้อย 50 เปอร์เซนต์รักษาที่คลินิค มาตรการนี้ถือว่าได้ผลดีทีเดียวครับ คนไข้ก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อยาต้านไวรัส เพราะรับที่ รพ. รพ.ก็มีข้อมูลผู้ป่วยที่รับยาต้านทั้งหมด คนไข้ก็ไม่ต้องแห่มาที่ รพ.ได้หลายต่อ

     ที่รพ.สิชลมีผู้ป่วยตรวจยืนยันแล้วหลายรายที่น่าสนใจการตรวจเบื้องต้น ได้ผลลบอย่าวางใจครับเพราะความไวต่ำ มีอยู่รายหนึ่ง อายุประมาณ45ปี เป็นเอสแอลอีกินยาสเตียรอยด์ ไข้ สาม วันเริ่มหอบ จึงรับไว้ใน รพ.ทันที ผลซีบีซี เม็ดเลือดขาวสูงและ neutrophil สูงด้วย ผลตรวจเบื้องต้นให้ผลลบ แต่แพทย์ให้ยา ทามิฟลูไปพร้อมกับยาต้านแบคทีเรีย  เพียงวันเดียวอาการดีขึ้น ผลตรวจยืนยันกลับมา พบเป็นหวัด2009 ครับ เพราะฉะนั้นอย่าดูที่แลปให้ดูอาการผู้ป่วยด้วยครับ

นพ.อารักษ์ 28/07/2552