ถ้าผู้บูชาพระพุทธรูปเหล่านั้นทราบว่า พระที่เขาบูชาอยู่นั้นเป็นพระที่ผลิตมาจากโรงงานแบบธรรมดา (ไม่มีหลักพุทธศาสตร์ หรือพุทธศิลป์) เป็นได้แค่สัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าตามความคิดของเขาเท่านั้น เขายังจะพอใจนับถือบูชาอยู่ไหม

หลังจากผมได้เข้าไปเรียนรู้ในระบบตลาดพระบูชา พระเครื่อง ผมก็พอจะแยกแยะพระจริง (ที่สร้างอย่างถูกต้องตามหลักพุทธศาสตร์ และพุทธศิลป์) ออกจากพระโรงงาน (พระเก๊ ที่ทำโดยช่างฝีมือแบบอุตสาหกรรมพระปลอม) ได้ในระดับหนึ่ง

และเมื่อนำความรู้นี้กลับมาใช้ในสังคมผู้บูชา หรือแขวนพระเครื่องทั่วไป กลับพบว่า

ในชีวิตจริง คนจำนวนมากยังบูชาพระเก๊จากโรงงาน และมีความเชื่อว่าพระบูชาเหล่านั้นเป็นพระจริง

เรื่องนี้อาจจะถือเป็นความพอใจส่วนตัวก็ได้

แต่ถ้าผู้บูชาพระพุทธรูปเหล่านั้นทราบว่า พระที่เขาบูชาอยู่นั้นเป็นพระที่ผลิตมาจากโรงงานแบบธรรมดา (ไม่มีหลักพุทธศาสตร์ หรือพุทธศิลป์) เป็นได้แค่สัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้าตามความคิดของเขาเท่านั้น เขายังจะพอใจนับถือบูชาอยู่ไหม

ข้อนี้ก็น่าสงสัยอยู่นะครับ

เมื่อมองย้อนกลับมาที่ผลงานทางวิชาการ ก็พบว่ามีลักษณะคล้ายๆกัน กล่าวคือ คนที่ผลิตผลงานแบบใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ก็ชอบยืนยันว่าตัวเองมีผลงาน นำไปคุยอวดอ้างขอตำแหน่ง แบบภาคภูมิใจ

แบบเดียวกับคนที่แขวนพระปลอม แต่เชื่อว่าตัวเองแขวนพระจริง แทบไม่ต่างกันเลย

และในบางโอกาสผมได้ขอดูผลงาน และขอดูพระที่เขาบูชา ผมกลับพบความสัมพันธ์ที่น่าทึ่งมาก ว่า

คนที่บูชาพระปลอม มักผลิตผลงานปลอมๆ ออกมาให้กับสังคม

แต่ไม่ได้หมายความว่า คนที่บูชาพระจริงจะผลิตผลงานจริงเสมอไปนะครับ ก็มีปลอมบ้าง  แต่ดูเหมือนจะน้อยกว่าคนที่แขวนพระปลอม

สำหรับคนที่ไม่บูชาพระ ยังไม่มีข้อมูลครับ

ดังนั้น ผมจึงลองสรุปในเบื้องต้นได้ว่า

คนพอใจในพระปลอม มีแนวโน้มที่จะพอใจในผลงานปลอมๆ และผลิตผลงานปลอมๆ อย่างเชื่อมั่นว่า ผลงานที่ตนผลิตนั้น เป็นผลงานจริง

นี่คือข้อสังเกตที่น่าสนใจ และจะพยายาม (แอบ)ติดตามดูต่อไปครับ