ยรรยง ผิวผ่อง

ผมรู้จักยรรยง  ผิวผ่อง  ในฐานะผู้นำองค์กรกิจกรรมนักศึกษาหลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ความโดดเด่นนั้นเริ่มขึ้นเมื่อเขาดำรงตำแหน่งประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น (สน.มข.) เมื่อปี  2550  และ ตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น (อน.มข.) ปี 2551  การเป็นผู้นำสูงสุดในองค์กรนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัยจึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรนิติบัญญัติคือ สน.มข. และการเป็นผู้นำสูงสุดในทางการบริหารที่ อน.มข. 2 ตำแหน่ง 2 วาระ 2 สถานะ 2 บทบาท  ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจารึกไว้อย่างยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผมเองในฐานะที่ได้เข้ามามีส่วนบ้างในฐานะที่ปรึกษาองค์การนักศึกษา ปี 2551  ได้ประสบการณ์  บทเรียน และความทรงจำมากมาย  แม้จะเป็นเวลาเพียงเสี้ยวเดียวแห่งชีวิตก็ตาม

ผมเอง ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากนายกฯยรรยง  ตามโอกาสอันควร  ได้พูดคุย    ขณะเดินทาง  และโต๊ะอาหารอย่างสม่ำเสมอ  เพราะผมถือว่าทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ที่ผ่านประสาทสัมผัสของผมล้วนเป็นครูของผมในทุกขณะเวลา  ได้เรียนรู้แง่คิด  แง่มุม สำหรับความแตกต่างทางความคิดจากยรรยง

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเกิดความขัดแย้งกันทางความคิด  มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างเห็นได้ชัด  มีการเรียกร้องขับไล่  มีการรัฐประหาร  ชุมนุมประท้วง  หลากหลายเวทีและการแสดงออก   ยรรยง  ผิวผ่อง  เป็นผู้หนึ่งที่ได้เข้าไปมีบทบาทอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะต้นปี 2552  ที่ผ่านมาในฐานะนักศึกษาและประชาชนคนหนึ่งที่แสดงออกในทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

มีหลายคนถามผมว่ามีความเห็นอย่างไร  เมื่อครั้งที่ยรรยง  ได้ร่วมเป็นแกนนำในการชุมนุมในที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จนเป็นที่โด่งดังโจษจันทร์ไปทั่ว  ผมตอบว่า  โดยความเห็นส่วนตัวนั้น ผมถือว่ายรรยงได้ทำหน้าที่ที่ดีของการเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง  เป็นประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและผมยอมรับในการแสดงออกในทางการเมืองของเขาซึ่งถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล  เพราะผมเอง ไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการส่วนตัว  แต่ผมก็หาได้ชื่นชอบในการที่กลุ่มพันธมิตรฯ(เสื้อเหลือง) ชุมนุมประท้วงและปิดสนามบินสุวรรณภูมิ  ยึดทำเนียบรัฐบาล  เพราะสร้างความเสียหายให้กับประเทศและสังคมส่วนรวม  แม้กระทั่งการปิดสถานที่ราชการ  การยึดสถานีโทรทัศน์หรือการปิดถนนหลวง ของกลุ่มเสื้อแดง  ผมเองก็ไม่ใคร่เห็นด้วยด้วยประการทั้งปวง  แต่ผมชื่นชอบในการแสดงออกทางความคิดของทุกๆคนและผมยึดถือว่า การแตกต่างทางความคิด เป็นพื้นฐานของสังคม แต่ไม่ควรแตกแยกกันเพราะความคิดที่ต่างกัน

ผมยอมรับและชื่นชม  ยรรยง  ผิวผ่อง  นักศึกษาผู้ที่มีบทบาทในทางการเมืองของไทยในยุคปัจจุบัน อย่างแท้จริง  และเชื่อและคิดอยู่ในใจลึกๆว่าอนาคตเมืองไทยคงมีนักการเมืองที่ชื่อ  ยรรยง  ผิวผ่อง