เดินทางไปบนท้องทุ่งมีเรื่องเล่ามากมาย
เมื่อวันที่ 5 ก.ค.52 ผมได้เดินทางไปที่บ้านหนองบัวแปะอีกรอบ เป้าหมายในการไปครั้งนี้คือการไปเก็บข้อมูลในส่วนที่ยังเหลืออยู่ ครั้งนี้มีเพื่อนร่วมทาง คือ กุ็๊๊๊๊๊๊ี๊๊๊๊ีุ๊๊ก ไอยรา ในครั้งนี้ผมได้อยู่ที่หมู่บ้านนานหน่อย ด้วยวันหยุดที่ยาวของช่วงวันเข้าพรรษา ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ของสิ่งต่างๆหลายๆอย่าง เช่น ต้นมอน (หม่อน) ที่ปลูกอยู่รอบๆบ้านพ่ีอรวยโตท่วมหัวแล้ว ข้าวในนาได้เขียวมากแล้ว แต่ก่อนเห็นเพียงต้นกล้า
ผมได้ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากตลอดเวลาที่อยู่บ้านหนองบัวแปะ ในตอนเช้าตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมข้าวของแล้วออกไปทำนา พอเที่ยงก็กินข้าวเที่ยงที่เถียงนาน้อย อาหารง่ายๆ มีส้มตำ ปุ่นปลา ผักลวก ฯลฯ
ได้ไปเวียนเทียนที่วัดในวันเข้าพรรษา และอีกหลายๆอย่าง
เพื่อน 2 คนได้กลับไปก่อน พร้อมๆกับการมาของพี่กร
ผมกับพี่กรทำนา (ดำนา) ไม่ทนเหมือนกับพ่อรวยกับแม่ราตรี ทำให้พวกเราต้องแอบอู้งานหาเรื่องทำอยู่บ่อยๆ และในเย็นของวันที่ 9 ก.ค. ก็เป็นเวลาของการเปิดการออกล่ากบ
ในตอนเย็นเริ่มจากการไปขุดไส้เดือนมาเป็นเยื่อ เป็นไส้เดือนตัวเล็กๆ พี่กรบอกว่าอยากได้ตัวใหญ่เพราะกบมันมองเห็นได้ดีกว่า เราจะได้กบเยอะๆ เมื่อได้เยื่อไส้เดือนพอแล้ว เราก็ได้เบ็ดที่เหลาเองกับมือเมื่อตอนกลางวันออกเดินทางไปหาไส้เบ็ดกบ
การเดินทางของเราคือ มอเตอร์ไชค์เก่าๆของพ่อรวย
"เอาละฮอดหม่องใส่แล้ว" พี่กรว่า
"เฮาสิใส่ทางได๋ก่อน" ผมถามพี่กร
"เฮาต้องหา น้ำส่าง หรือ สระ หนอง มันจั่งมีกบเฒ่า (กบตัวใหญ่ๆ) " พี่กรบอก
"มาทางพี่ แถวได๋มีน้ำส่าง" พี่กรถาม
"บ่ฮู้ คือกัน" ผมตอบ
เราตกลงกันว่าจะเดินหาน้ำส่างตามคำแนะนำของพี่กร แต่แล้วก็ไม่เจอน้ำส่างเลย จึงได้เปลี่ยนแผนใหม่ เอาเป็นว่าใส่ตรงคลองน้ำไหลข้างๆนาพ่อรวยเลย เพราะเห็นกบวิ่งอยู่หลายตัว เวลาค่ำเย็นลงเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มเดินทางกลับบ้านแล้ว รถไถนาหลายคันวิ่งตามกันไป พร้อมๆกับหมาหลายตัววิ่งตามรถไถ บางคนก็จูงวัว จูงควายเข้าบ้าน เสียงหนึ่งดังแ่ว่วมาว่า
"เฮ็ดหยัง........."
"ใส่เบ็ดกบ........." พี่กรร้องบอก
การใส่เบ็ดกบในครั้งนี้เป็นไปด้วยความสนุกสนาน หาใส่ตามแหล่งน้ำที่คิดว่าจะมีกบอยู่ เราเดินไปพร้อมกับได้ยินเสียงกบตัวใหญ่กระโดดลงน้ำ เห็นหลังกบอยู่ไวๆ
" ฮ่า ๆๆๆ เสร็จละ" พี่กรพูดด้วยความดีใจ จากนั้นก็ใส่เบ็ดตรงที่กบกระโดดลงไป พลางพูดว่า
"ถ้าเห็นกบมันกระโดดลงหม่องได๋ ให้ใส่เบ็ดลงหม่องฮั่นละ เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาคือเก่า เห็นมันโดดซ่ำได้เลย"
ผมได้แต่มองและยืนดูอยู่ห่างๆ
เราได้ใส่เบ็ดไปเรื่อยๆ แล้วเบ็ดคันสุดท้ายก็ได้วางแล้ว พร้อมกับความมืดได้เข้ามาบดบังแสงหมดแล้ว เราได้กลับบ้านเพื่อ ไปเอาหม้อแบ็ตมายามเบ็ด
ก่อนกลับบ้านเราได้ยามเบ็ดดูก่อน เบ็ดได้กบ ตัวเล็กๆ 4 ตัว แต่ในที่นี้ความสนุุกได้เกิดขึ้นพร้อมกัยการตื่นเต้นเมื่อได้เห็นกบติดเบ็ด พอเราเดินเข้าใกล้เบ็ดที่เราใส่ กบได้กระโดด ไปมาทำให้เสียงดังเมื่อส่องไฟไปเห็นกบกระโดดไปมา ผมดีใจมาก
"ฮ่า ฮ่า "
"ได้แล้ว ได้แล้ว "
พี่กรว่า โอ้ย.........คือโตน้อยแท้
เดี๋ยวตัวใหญ่ก็มา ผมว่า
แล้วเราก็เดินยามเบ็ดไปเรื่อยๆ จนคันสุดท้าย เราได้กบ ตัวใหย่ตัวเล็กรวมกันได้ 6 ตัว ผมดีใจมาก
"เดี๋ยวเฮาจั่งมายามเบ็ดใหม่" พี่กรบอกแล้วเดินทางกลับไปบ้าน
พอเรากินข้าวเสร็จกะว่าจะมายามเบ็ดใหม่ แต่คุยไปคุยมา ยายพิมพ์บอกว่าที่ตรงนั้นมีผี เราก็ไม่ไปเลยนอนดีกว่า ได้กบ พอป่นแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปยามพร้อมกู้มาเลย แต่พอไปในตอนเช้าเบ็ดได้ขาดปากไปหมดเลย (ขาดปาก คือ คำที่เรียกกบได้ติดเบ็ดแล้วหลุดไป) ไม่ได้สักตัว และพี่กรยังบอกว่า
"เฮาบ่ได้ หย่อนหลวงพ่ออยู่วัดยิ้มให้เฮานั่นหละ"
แม่พิมพ์ยังกล่าวเสริมว่า "แหม่นอยู่ถ้าเห็นพระตอนไปหากิน มันจะบ่หมาน"
เป็นอันว่าเราได้กบเมื่อตอนกลางคืน 6 ตัว
เป็นความสุขและสนุกสนานที่ได้ไปใช้ชีวิตที่บ้านหนองบัวแปะ
คนที่นั้นน่ารักครับ
และอีกไม่นานผมจะได้กลับไปที่บ้านนั้นอีกครั้ง
สวัสดีครับ เข้ามาทักทายก่อน ขอตัวไปธุระก่อนครับ เดี๋ยวกลับมาอ่านนะฮะ
สวัสดีครับ นายก้ามกุ้ง
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายครับ เป็นความสุขที่ได้ใช้ชีวิตตามวิถีของคนอีสานบ้านเฮาครับ
กลับมาอ่านแล้วเด๊อ ชีวิตม่วน ๆ ชีวิตคนบ้านเดียวกั๋น ชีวิตซำบาย ๆ คิดฮอดเถียงนาน้อย คิดฮอดบ้านหลายแท้ ขอบคุณที่นำมาให้อ่านครับ
สวัสดีค่ะน้องชาย
เรื่องราวน่าอ่านนะคะ ชวนให้ติดตามเรื่องต่อไป
ประสบการณ์ชีวิต หาซื้อที่ไหนไม่ได้เลยนะคะเนี่ย และมันก็ไม่เหมือนกับประสบการณ์ของคนอื่นๆ ของใครของมันค่ะ มันอยู่ที่คุณค่าแห่งการน่าจดจำเฉพาะตนนั่นน่ะค่ะ
เอากำลังใจมาฝากนักกิจกรรมนะคะ...ตั้งใจเรียนด้วยนะจ๊ะหนุ่มน้อย
ขอบคุณครูแอนมากครับ ที่แวะมาให้กำลังใจผม ทุกครั้งที่เราออกเดินทาง เราจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆเสมอๆ และในตอนนี้ผมไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นนักกิจกรรมเลย เพียงแต่ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรม มันทำให้ผมมีความสุข และช่วยให้ผมได้อะไรหลายๆอย่าง มากกว่าในห้องเรียนเสียอีก ผมจึงหลงรักการทำกิจกรรมโดยไม่ได้ตั้งใจและก็ขาดไม่ได้เพราะ มันคือลมหายใจของผม
แนะนำหนังสือ เรียนนอกฤดูให้ครูแอนครับ
เป็นหนังสือที่พี่พนัส ได้เขียนจากประสบการณ์จริง
ที่ได้ใช้ชีวิตไปกับการทำค่ายครับ
ขยันเขียนบล็อกจริงนะเรา...
งาน ...เสร็จหรือยัง น้อ
สวัสดีครับ พี่พนัส
วันนี้ได้รวบรวมงานจากพี่กร เรื่องปราชญ์เพิ่มเติม
ส่งพี่สมปองเรียบร้อยครับ
เหลือให้พี่สมปองตรวจคำผิดก็พิมพ์ได้แล้วครับ
เยี่ยมมากครับ ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างประทับใจ เป็นกำลังใจให้สำหรับการเขียนเรื่องราวต่อๆไป และจะติดตามอ่านอยู่เสมอ ครับ
ขอบคุณครับ phanaphai
ที่เข้ามาให้กำลังใจ
สู้ๆๆๆเด้อน้องหล่า ทางข่างหน้าอีกยาวไกล
เดินทางตามฝันใฝ่ สู่เส่นชัยที่ปลายทาง...ผุ่นละ (อ่านเป็นอีสาน)
...แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน
ต่อให้ฝนตกกระหนำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ
คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวัน
ก็ยังโง่เท่าเดิม...
ขอขอบพระคุณปรัชญาดีๆจาก ท่าน ว.วชิรเมธี
สวัสดีครับ คุณสุกรณ์ บงไทสาร