สืบหาบิดามารดา

                                                        การเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้า

        ทางเลือกหนึ่งของเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ของไทยคือเด็กได้มีโอกาศได้ครอบครัวบุญธรรมเด็กทุกคนเมื่อถูกชะตากรรมกลั่นแล้ง หรือด้วยเหตไดก็ตามเมื่อถูกส่งเข้ารับการอุปการะในสถานสงเคราะห์ เจ้าหน้าทีก็จะดำเนินการติดตามประวัติเช่นหากทิ้งหลังคลอดที่โรงพยาบาลหากมีประวัติหรือบันทึกทีพอจะติดตามได้ก็จะติดตามไปเยียมบ้านเพื่อสอบถามถึงสาเหตในการทอดทิ้งเด็กการไปเยียมบ้านจึงเป็นงานที่สำคัญ ทีต้องมีประสบการณ์บางครั้งที่อยู่ไม่ชัดเจนไม่สามารถไปหาได้ด้วยตัวเองก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ในการติดตามหาบ้านให้เจอและในขณะเดินสอบถามชาวบ้านเช่นคนขับจักรยานยนรับจ้าง  หรือคนทั่วไปมักจะอยากรู้ว่าเราจะไปบ้านหลังนั้นเพราะอะไร เราจะเปิดเผยก็ไม่ได้บางครั้งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของครอบครัวของเด็กในชุมชน ดั้งนั้นจึงต้องเป็นความลับของ case ที่เจ้าหน้าที่จะต้องสงวนไว้โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กตลอดเวลาดังนั้นการเยี่ยมบ้านจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็กหรือครอบครัวในชุมชน ในการเยี่ยมบ้านติดตามประวัติเด็ก เด็กบางรายมีข้อมูลน้อยมากเช่นมีแต่ ชื่อแม่ เราก็จะค้นหาข้อมูลชื่อและนามสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรก็จะพบหรือไม่พบแล้วแต่กรณีไป บางราย ไม่พบก็ได้แต่ประกาศสื่อ(เช่น หนังสืพิมพ์ไทยรัฐ) ประกาศข่าวกรมฯ (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) หากไม่มีใครแสดงตัวว่าเป็นพ่อเป็นแม่ให้พิสูจน์เราก็จะไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ก็จะระงับการติดตามเด็กก็จะถูกส่งรายชื่อเข้ารับการพิจารณาหาครอบครัวบุญธรรมต่อไป กลับมาเรื่องการเยี่ยมบ้านต่อหากเราสืบค้นจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรพบชื่อแล้ว และเรานำที่อยู่ที่ได้ไปเยี่ยมบ้านไม่เสมอไปว่าจะเป็นแม่ของเด็กจริงเพราะชื่อและนาสกุลทีซ้ำกันมีจำนวนมากเราเลือกสุ่มเอาหญิงวัยเจริญพันธ์ คื่อน่าจะเป็นแม่เด็กได้ และติดตามเยี่ยมบ้านตามที่อยู่ทีเราสืบได้มาและอาจไม่ใช่แม่เด็กก็ได้ หากเราไปติดตามสอบถามชาวบ้านหรือคนขับจักรยานยนรับจ้างและเราบอกว่ามาหาแม่เด็กที่ทิ้งลูกย่อมจะสร้างความเสียหายให้กับคนดังกล่าวและครอบครัวได้ ถือเป็นเรื่องผิดพลาดที่ร้ายแรงส่งผลกระทบโดยตรงกับคนที่เราไปเยี่ยมทั้งที่อาจถูกอ้างชื่อหรือแค่มีชื่อและนามสกุลเหมือนกันเหมือเท่านั้น แต่จากประสบการณ์หลายคนยยอมรับหลายคนไม่ยอมรับในตอนแรกทันที่หลังจากนั้นจึงจะยอมรับก็มี จากนั้นเราจึงสัมภาษณ์สอบถามบับทึกข้อมูล ไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอ หรืออาจเป็นบ้านเช่าที่เจ้าของให้ข้อมูลว่าเคยมีผู้เช่าตามที่เราสอบถามจริงแต่ได้ย้ายไปแล้วเราก็จะบันทึกไว้ทุกกรณี โดยเฉพาะในปัจจุบันในชุมชนมักจะมีภาคีเครือข่าย ในการทำงานอยู่แล้วจะเป้นเรื่องที่ทำให้เราสะดวกยิ่งขึ้นเช่น อสม อพม ประธานชุมชน หรือเครือข่ายอื่น ๆ การเยียมบ้านควรมีการบันทึกโดยละเอียด ดังจะแสดงกรณีตัวอย่างเช่น

ลักษณะที่อยู่อาศัย  เป็นเพิงไม้ชั่วคราว ขนาดเล็ก ห้องเดียวสภาพทรุดโทรม กว้าง ยาว สูง ประมาณ 3 เมตร ใช้เศษไม้เศษพลาสติกมาประกอบเป็นเพิงชั่วคราวไม่มิดชิด ไม่ถาวรเพิงปลูกชิดกับเสาปูนของทางด่วนพิเศษพื้นเป็นดิน ฝนตกเฉาะแฉะและฝนสามารถสาดเข้าได้เพราะไม่มีประตูและหลังคารั่ว

สภาพแวดล้อม    เพิงไม้อยูติดกับทางรถไฟสายแปดริ้วริมถนนพระราม 6 แขวง   และเขต     รอบที่พักจะเป็นพงหญารก  มีกองขยะเป็นหย่อม ๆ เพิงตั้งอยูตามลำพังห่างจากหลังอื่น ๆไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาทางเข้าเป็นถนนดินเป็นหลุมเป็นบ่อ ใกล้ ๆกับที่พักมีแอ่งน้ำเล็ก ๆใช้เป็นที่อาบน้ำซักผ้า และไม่มีห้องน้ำจึงขับถ่ายในพงหญ้าใกล้พัก

ลักษณะความเป็นอยู่   ในเพิงไม้อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกโดยพ่อแม่ประกอบอาชีพเก็บของเก่า แต่ละคนไม่มีหลักฐานที่ทางราชการออกให้เช่นบัตรประชาชนหรือสูติบัตร สอบถามได้ความว่าเป็นคนจากจังหวัด             และเด็ก 7 ขวบ และ  2 ขวบไม่ได้รับการดูแลตามมาตรฐานขั้นต่ำไม่มีเพื่อนบ้านทีรู้ความเป็นไปของคนในครอบครัวแต่ละวัน

ความคิดเห็นของนักสังคมสงเคราะห์  พิจารณาเห็นแล้วว่าเป็นลักณะที่อยู่อาศัย และลักษณะความเป็นอยู่ไม่เหมาะสมที่จะนำเด็กมาเลี้ยงเอง เพราะไม่ปลอดภัย ที่พักคับแคบมาก ไม่สามารถป้องกันแดดฝนได้ไม่มีน้ำไฟใช้ที่พักติดทางรถไฟมาก บริเวณโดยรอบเป็นพงหญาไม่ปลอดภัยการดูแลเด็กอาจทำให้เกิดอันราย 

เป็นตัวอย่างบันทึกที่ย่อ ๆ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรา 

นอกจากนี้การเขียนแผนที่ไว้จะเป็นประโยชน์มากเพราะคนที่จะไปเยี่ยมอีกครั้งอาจไม่ใช่เรารวมถึงเบอร์โทรต่าง ๆ   

จากประสบการณ์ เคยไปเยี่่ยมบ้าน ในชุมชนแออัดย่านคลองตัน เดินเข้าไปในชุมชนเป็นทางแคบ ๆ เจอหญิงคนหนึ่ง จูงจักรยานสวนออกมา จึงสอบถาม

  เจ้าหน้าที่.....ขอโทษครับ รู้จักบ้านนาง...ไหมครับ

  หญิงคนนั้น...อ๋อ ทราบค่ะ แต่เข้าย้ายไปแล้ว เมื่อไม่นานนี้เอง

  เจ้าหน้าที่.....อ้าวเขาย้ายไปแล้วเหรอครับ ไม่ทราบเขาย้ายไปอยู่ที่ไหน

  หญิงคนนั้น...เขาย้ายไปอยู่พัทยา ทั้งครอบครัวเลย มี ธุระอะไรกับเข้าเหรอ

  เจ้าหน้าที่.....อ๋อไม่มี อะไรมากหรอก ครับ เราจะมาเยี่ยมบ้าน สงเคราะห์ ครอบครัวเขานะ

  หญิงคนนั้น...ฉัน..เองแหละ ฉันชื่อ....นามสกุล....อย่างที่คุณมาถามหาเลย

 เจ้าหน้าที่......อ้าว..ก็เมื่อกี้..คุณบอกว่าย้ายไปพัทยาแล้วไงครับ

หญิงคนนั้น.....ฉันนึกว่าคุณมาทวงหนี้ ฉันหลบเจ้าหนี้ อยู่คะ

เจ้าหน้าที่.....(นึกในใจ สงสัยต้องเห็นใจมากขึ้นเป็น 2 เท่า ) แต่อดหัวเราะไม่ได้

            โดยส่วนใหญ่การเยียมบ้านจะมีเหตการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่คาดคิดแปลกเช่นในชุมชน แออัด บางที่ ที่ เราไป เราแค่ถามใครสักคนที่ปากซอย ว่า บ้านคนนี้.....อยู่ไหน แล้วเราเดินตามที่เขาบอกไป ตามระยะทงที่เราเดินเราไม่ต้อง ถามใครอีกเลย จะมีคนตามจุดต่าง ๆ คอยชี้ทาง ให้เราไปจนถึงเป้า หมายเลย (เป็นระบบดูต้นทางที่มีการสื่อสารสงข้อมูลเข้าไป เพราะในชุมชน มีการพนัน ยาเสพติด สิ่ง ผิดกฏหมาย ต่าง ๆเขารู้ว่าเราเข้าไปตลอดซอยตั้งแต่เราเริ่ม ถามกับคนแรกที่ปากซอยแล้ว แต่ก็เคยนะครับ ที่ทำธุรกิจเขาเสียหาย ทำวงการพนันเขาแตกฮือไปคนละทิศละทาง คนทีเคยเข้าชุมชนมักเจอเป็นประจำและครั้งหนึงที่ ถูกคนแก่ท่าทางเมาเหล้า เดินตรงมาผลักที่อกโดย ไม่ทันตั้งตัว แล้ว พูดว่า เฮ้ย ชุมชนนี้ไม่ตอนรับตำรวจ ผมตอบว่า ผมไม่ใช่ตำรวจ เขาบอกว่าทนายความก็ไม่ต้อนรับ (พูดด้วยท่า ทางเมา ๆ ) ผมไม่ใช่ทนาย เขายังบอกว่า ใครก็ไม่ต้อนรับ จนต้องมีคนอื่นมาฉุดลุงออกไป จึงเป็นเหตการณ์ ที่ต้องระมัดระวังมาก ขึ้น เวลาออกพื้นที่เยี่ยมบ้าน

             น้องนักสังคมสงเคราะห์ฝึกงาน ที่เคยติดตามไปด้วยครั้งหนึ่ง ได้พูดคุยตกลงว่าให้น้องบันทึกภาพถ่าย การเข้าไปช่วยเด็ก ที่พ่อล่ามไว้ ตำรวจที่ประสานไว้ก็แจ้งว่าจะตามมาสมทบ(มาช้านึกในใจจะตามาช่วยหรือมาเก็บศพเราหรือเปล่านะ) พ่อเด็กรายนี้ประวัติเมา ชอบใช้มีด ไล่แทงเพื่อนบ้าน แต่พ่อไปเห็นเด็กร้องให้ช่วยจึงเข้าช่วยทันทีไม่ได้รอตำรวจ เรานึกว่ามีน้องฝึกงานเดินตามเข้ามาพออุ่นใจหลายคน คนขับรถด้วย ช่วยเหลือเด็กแล้ว จึงถามน้องว่า ทำไม่ ไม่ตามเข้าไปบันทึกภาพไว้ตามที่คุยกันไว้ น้องตอบว่า"กล้องมีซูมถ่ายจากในรถก็ได้" พีเลยเงียบเลย กล้องมีซูม

             นักสังคมที่เคยไปด้วยกันบางคน ชอบเกร็ดเล็ก ๆ ที่ตัวเองสนใจเป็นส่วนตัว เช่นชอบหมา แมว ไปแล้วต้องยอมเสียเวลา ถ่ายรูป หมาแมวในชุมชนที่น่ารักลูปหัว พูดคุยกับหมาแมวตามประสา เป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ทางหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพ ศิลปะ หรือสถานที่ ที่แปลก บางครั้งจึงเหมือนเดินทางไปท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรม กันเลยที่เดียวเห็น พูดคุยกันสนุกสนาน เช่น บางบ้านใจดียัดเยียดให้ผลไม้หรือของกินต่าง ๆ ติดมือมา แต่พอไปอีกบ้าน เจอคุณยายน่าสงสาร ก็เอาผลไม้นั้นแหละให้คุณยายไป ไม่ได้ถือกลับออกมา เป็นเรื่องเล่าที่สนุกสนาน หรือต้องไปยืน ตะโกนลั่นก็เคย กับคนแก่ทีบกพร่องในการได้ยิน เราก็จะเล่าให้กันฟังในกลุ่มงานกัน(แต่ทั้งนี้ก็อยู่นขอบเขตของจรรยาบันและการคุ้มครองเด็กตามกฎหมาย )