persona grata, personae gratae (บุคคลอันพึงปรารถนา หรือเป็นที่น่าพอใจ)
persona เป็นที่มาของ person (อังกฤษ), Person (เยอรมัน), personne (ฝรั่งเศส) ถ้ายังเก็บไว้ในรูปละติดน persona (อังกฤษ) มักหมายถึงภาพลักษณ์ของคนซึ่งปรากฎในสายตาของคนอื่น หรือบุคลิกที่เจ้าตัวจงใจสร้างขึ้นมาโดยให้แตกต่างจาก (คือ ดีกว่า) ความเป็นจริง
ตามกฎหมายโรมัน คำว่า "บุคคล" หรือ Persona ในความหมายหนึ่งคือ หน้ากากอันตัวละครกรีกและโรมันใส่แสงด (มันทำด้วยดินเหนี่ยว) ฉะนั้น เวลามาใช้ในทางนิติศาสตร์จึงมีนัยะสะท้อนถึงบทบาทของบุคคลในนิติสัมพันธ์
..ในกฎหมายปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยบุคคล จะเป็นการกล่าวถึงสิทธิและหน้าที่คือบุคคล จะเป็นการกล่าวถึงสิทธและหน้าที่ คือบุคคลเป็นผู้ซึ่งสามารถครองสิทธิและมีหน้าที่ได้ (a bundle of rights and duties)
..แต่ในกม.โรมัน ความคิดเกี่ยวกับบุคคลไม่เหมือนในปัจจุบัน กม.โรมัน พิจารณาบุคคลในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า คือถือว่าเป็นคน เพราะ persona แปลว่าคน ไม่มีศัพท์กฎหมายพิเศษ เรียกบุคคล โดยเฉพาะ ทั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงว่าจะมีสิทธิและหน้าที่ได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ บางครั้งอาจกล่าวอย่างหละหลวมว่า ทาส (ซึ่งเป็นทรัพย์ คือมีหน้าที่แต่ไม่มีสิทธิ) ว่าเป็นบุคคลด้วย ดังนั้น หากมองในแง่นี้ ความหมายของคำว่า "บุคคล" กินความกว้างกว่าในกฎหมายปัจจุบัน
แต่ในอีกความหมายหนึ่ง "บุคคล"ตามกฎหมายโรมันค่อนข้างจะมีความหมายแคบ เพราะหมายถึงแต่เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่รวมถึงกลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคลกฎหมายโรมันเองมองกลุ่มบุคคลว่าเป็นคนหลายคน ไม่ได้มอบแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เหตุที่กม.โรมัน ให้ความหมายของ "บุคคล" เช่นนี้ อ.ประชุม เห็นว่า เป็นเพราะคนโรมันมองบุคคล ไม่ใช่ในสภาวะที่หยุดนิ่ง (static) แต่มองในสภาพเป็นพลวัต คือเปลี่ยนแปลงได้ (dynamic concept of a person) ในสมัยนั้น ผู้ที่เป็นทาส เป็นเพียงทรัพย์ แต่หากเจ้าของปลดปล่อยให้อิสรภาพแล้วก็ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป กลายสภาพเป็นบุคคล จึงเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในแง่สภาพของคนย่อมมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจะมองในแง่หยุดนิ่ง (static) ไม่ได้ แต่จะต้องมองในสภาพที่อาจจะเป็นไปได้ด้วย
ดร.ประชุม โฉมฉาย, วิวัฒนาการของกฎหมายโรมัน, โครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน คณะนิติศาสตร์ มธ., หน้า 23-24.