วันนี้นั่งเรียนกับท่านอาจารย์ ประชุม โฉมฉาย เรียนถามท่านถึง "สภาพบุคคล" ในกม.โรมัน ท่านแนะนำ Roman Law ให้อ่าน แต่หนังสือไม่อยู่ที่ชั้น เลยไปลองหาหนังสือที่อาจารย์ท่านเขียนไว้เป็นไทย อิอิ..ย่นย่อเวลา แต่ความรู้ได้น่าจะเหมือนๆ กัน

persona grata, personae gratae (บุคคลอันพึงปรารถนา หรือเป็นที่น่าพอใจ)

persona เป็นที่มาของ person (อังกฤษ), Person (เยอรมัน), personne (ฝรั่งเศส) ถ้ายังเก็บไว้ในรูปละติดน persona (อังกฤษ) มักหมายถึงภาพลักษณ์ของคนซึ่งปรากฎในสายตาของคนอื่น หรือบุคลิกที่เจ้าตัวจงใจสร้างขึ้นมาโดยให้แตกต่างจาก (คือ ดีกว่า) ความเป็นจริง

ตามกฎหมายโรมัน คำว่า "บุคคล" หรือ Persona ในความหมายหนึ่งคือ หน้ากากอันตัวละครกรีกและโรมันใส่แสงด (มันทำด้วยดินเหนี่ยว) ฉะนั้น เวลามาใช้ในทางนิติศาสตร์จึงมีนัยะสะท้อนถึงบทบาทของบุคคลในนิติสัมพันธ์

..ในกฎหมายปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยบุคคล จะเป็นการกล่าวถึงสิทธิและหน้าที่คือบุคคล จะเป็นการกล่าวถึงสิทธและหน้าที่ คือบุคคลเป็นผู้ซึ่งสามารถครองสิทธิและมีหน้าที่ได้ (a bundle of rights and duties)

..แต่ในกม.โรมัน ความคิดเกี่ยวกับบุคคลไม่เหมือนในปัจจุบัน กม.โรมัน พิจารณาบุคคลในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า คือถือว่าเป็นคน เพราะ persona แปลว่าคน ไม่มีศัพท์กฎหมายพิเศษ เรียกบุคคล โดยเฉพาะ ทั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงว่าจะมีสิทธิและหน้าที่ได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ บางครั้งอาจกล่าวอย่างหละหลวมว่า ทาส (ซึ่งเป็นทรัพย์ คือมีหน้าที่แต่ไม่มีสิทธิ) ว่าเป็นบุคคลด้วย ดังนั้น หากมองในแง่นี้ ความหมายของคำว่า "บุคคล" กินความกว้างกว่าในกฎหมายปัจจุบัน

แต่ในอีกความหมายหนึ่ง "บุคคล"ตามกฎหมายโรมันค่อนข้างจะมีความหมายแคบ เพราะหมายถึงแต่เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่รวมถึงกลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคลกฎหมายโรมันเองมองกลุ่มบุคคลว่าเป็นคนหลายคน ไม่ได้มอบแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

เหตุที่กม.โรมัน ให้ความหมายของ "บุคคล" เช่นนี้ อ.ประชุม เห็นว่า เป็นเพราะคนโรมันมองบุคคล ไม่ใช่ในสภาวะที่หยุดนิ่ง (static) แต่มองในสภาพเป็นพลวัต คือเปลี่ยนแปลงได้ (dynamic concept of a person) ในสมัยนั้น ผู้ที่เป็นทาส เป็นเพียงทรัพย์ แต่หากเจ้าของปลดปล่อยให้อิสรภาพแล้วก็ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป กลายสภาพเป็นบุคคล จึงเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในแง่สภาพของคนย่อมมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจะมองในแง่หยุดนิ่ง (static) ไม่ได้ แต่จะต้องมองในสภาพที่อาจจะเป็นไปได้ด้วย

ดร.ประชุม โฉมฉาย, วิวัฒนาการของกฎหมายโรมัน, โครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน คณะนิติศาสตร์ มธ., หน้า 23-24.