ความเป็นไทยมีลักษณะสำคัญประการหนึ่ง คือ เป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรม เจริญมาจากความหลากหลาย (diversity) ไม่ใช่ความบริสุทธิ์ทางชาติพันธุ์ หรือวัฒนธรรม
อาจารย์กวาง ไก๊ด์ไทยใหญ่ชาวเชียงตุงที่พม่า ทำงานในย่างกุ้ง (ท่านจบปริญญาโทสาขาพฤกษศาสตร์ พูดได้แบบน้ำไหล (fluently) อย่างน้อย 6 ภาษา คือ ไทยใหญ่ จีนกลาง จีนแคะ พม่า อังกฤษ ไทย) กล่าวไว้ว่า
...
"มอญเป็นครูของพวกเรา (ประเทศในกลุ่มสุวรรณภูมิ)" เนื่องจากพม่าและไทยรับวัฒนธรรมมอญเป็นครู ซึ่งถ้ารวมกับบทความของท่านอาจารย์สุจิตต์แล้ว น่าจะทำให้คนไทยเข้าใจเพื่อนบ้านตามจริงมากขึ้นต่อไป [มติชน ]
ท่านอาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมน์สยามประเทศ ตีพิมพ์เรื่อง "บรรพชนคนไทยสายแหรกสำคัญคือ ลาว, เขมร, มอญ, ฯลฯ" [มติชน ]
...
ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ เรียนเสนอให้แวะไปที่เว็บไซต์ "มติชน" เพื่อให้กำลังใจสื่อมวลชนไทยที่นำเสนอเรื่องดีๆ สู่สังคมไทยต่อไป
[ ข้อความคัดลอก ]> [มติชน ]
...
ถ้าดูจากภาษาที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและในราชาศัพท์ นอกจากนั้นยังดูได้จากพัฒนาการของกรุงศรีอยุธยาสืบจากรัฐละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งเป็นเขมรหรือขอม
ผมเคยเสนอไว้นานแล้วในหนังสือ ภาษาและวรรณคดีในสยามประเทศ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2546) จะสรุปมาให้อ่านดังนี้
...
ตรงฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีรัฐเก่าแก่ตั้งอยู่มาก่อน คือ รัฐทวารวดี แล้วสืบเนื่องต่อมาเป็น รัฐละโว้
รัฐละโว้มีความใกล้ชิดเป็นเครือญาติสนิทกับราชอาณา จักรกัมพูชาที่เมืองพระนครหลวง (นครวัด-นครธม) จนได้ชื่อในตำนานเลียนแบบชื่อกัมพูชาว่า "กัมโพช" แล้วเรียกชาวละโว้ว่า "ขอม"
...
ตัวอักษรที่ใช้ในรัฐละโว้ครั้งนั้นคืออักษรเขมรโบราณสมัยเมืองพระนครย่อมถูกเรียกว่า อักษรขอม ตามชื่อทางวัฒนธรรมและชื่อบ้านเมืองในภาษาพูดของคนทั่วไป
ต่อมากลุ่มชนใช้ภาษาตระกูลไทย-ลาวมีฐานะทางการเมืองและสังคมสูงขึ้น รวมทั้งมีจำนวนมากขึ้น
...
กระทั่งหลัง พ.ศ.1700 รัฐละโว้เปลี่ยนวงศ์กษัตริย์ แล้วย้ายศูนย์กลางจากเมืองละโว้ (ภายหลังได้ชื่อลพบุรี) จากแม่น้ำลพบุรี ไปอยู่ทางแม่น้ำเจ้าพระยา สถาปนาเมืองใหม่ชื่อ อโยธยาศรีรามเทพ (ซึ่งจะเป็นกรุงศรีอยุธยาต่อไปภายหน้า)
แล้วยกย่องพุทธศาสนาเถรวาทเป็นสำคัญกว่าอย่างอื่น คือให้ความสำคัญกว่าพราหมณ์และพุทธมหายานที่เคยเป็นใหญ่ในรัฐละโว้
...
ความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงทางศาสนา-การเมืองดังกล่าวมานั่นแหละ เป็นเหตุให้ ภาษาไทย มีบทบาทสูงขึ้นกว่าเดิม
แต่ขณะนั้นยังใช้ อักษรขอม และถือเป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์ ก็เริ่มเอาอักษรขอมเขียนภาษาไทยในทางศาสนาก่อน
...
หลังจากนั้นก็ใช้เขียนข้อความที่เกี่ยวกับศาสนา-การเมืองด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดความเชื่อและยกย่องอักษรขอมว่าขลังและศักดิ์สิทธิ์สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
อักษรขอม เขียนภาษาไทย ต้องใช้อย่างกว้างขวาง และใช้อย่างคุ้นเคยอยู่นานนับร้อยๆ ปี ถึงเริ่มปรับใช้ให้เป็นของตัวเองเพื่อถ่ายเสียงสัญลักษณ์ตามเสียงที่ใช้ในภาษาประจำวันอย่างแท้จริง ส่วนใดที่ไม่มีในอักษรขอมก็คิดเพิ่มเติมเข้ามา
...
แต่สิ่งที่ใช้จนเคยชินแล้วก็คงรูปเดิมไว้ เช่น ฎ ฏ ฐ และ ญ เป็นต้น จะเห็นว่ารูปอักษรยังมีเชิงและศกอย่างอักษรขอมติดมา ยิ่งเลข ๑ ถึง ๙ ได้จากเลขขอมหรือเลขเขมรชัดๆ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เรียกกันต่อมาว่า อักษรไทย
อักษรไทยที่มีอักษรขอมเป็นรากฐานสำคัญ คงใช้เวลาวิวัฒนาการอยู่นานพอสมควรกว่าจะได้รูปแบบลงตัวเป็นที่ยอมรับทั่วไป รวมทั้งต้องเอาแบบจากอักษรอื่นๆ มาเพิ่มพูนด้วย เช่น อักษรมอญ ลังกา เป็นต้น
...
จากนั้นก็ค่อยๆ แพร่หลายจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปถึงบ้านเมืองห่างไกล เช่น ขึ้นไปทางรัฐสุโขทัยทางลุ่มน้ำยม-น่าน
ความเป็น "คนไทย" แรกมีตัวตนแท้จริงขึ้นพร้อมกับอักษรไทย นี่เอง
...
แต่โดยมีเขมรหรือขอมเป็นพื้นฐานบรรพชนคนสำคัญ ทำให้ในราชสำนักยุคต้นกรุงศรีอยุธยาพูดภาษาเขมร แล้ว กลายเป็นราชาศัพท์สืบมา รวมทั้งนุ่งโจงกระเบนตามแบบเขมรด้วย
ใครจะปฏิเสธอะไร? อย่างไร? ได้ทั้งนั้น แต่ปฏิเสธหลักฐานทนโท่ไม่ได้
[ ข้อความคัดลอก ] > [มติชน ]