การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพแต่ในปัจจุบันสภาพการจัดการศึกษาพบว่ายังมีคุณภาพที่ต่ำ ไม่สนองความต้องการของผู้เรียน สังคมประเทศชาติและก้าวไม่ทันกระแสโลกาภิวัฒน์ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษา 4ด้าน ได้แก่การปฏิรูประบบบริหาร และการจัดการ ปฏิรูปหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนและการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจการมีส่วนร่วม การประกันคุณภาพ การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและการใช้แผนยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งเน้นสู่การศึกษาเป็นเลิศผู้เรียนมีคุณภาพการทำโรงเรียนให้มีคุณภาพทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และ ผลผลิตจะเป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพการศึกษา อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวโรงเรียนไม่ได้เป็นผู้กำหนดทั้งหมด แต่ส่วนที่โรงเรียนสามารถกำหนดเองได้คือปัจจัยด้านกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารและการจัดการ ผู้บริหารโรงเรียนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จะสามารถบริหารและจัดการการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้ และสามารถจัดทรัพยากรสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการปฏิรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการดังกล่าว ผู้บริหารโรงเรียนจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะนำมาใช้กำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายได้ รวมทั้งการวางระบบและกำหนดกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เครื่องมือดังกล่าวคือแผนยุทธศาสตร์นั่นเอง
แผนยุทธศาสาตร์เป็นแผนเชิงรุกหรือบูรณาการกระบวนการต่างๆ โดยเน้นวิธีการเฉพาะเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานเป็นแผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเครื่องมือสำคัญของผู้บริหารหรือหน่วยงานเพื่อใช้ในการบริหารและจัดการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นโรงเรียนมักจะเรียกว่าแผนปรับปรุงโรงเรียน
การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือในการบริหารโรงเรียน
การการวางแผนเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารคุณภาพ การจัดทำแผนต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด และเป็นจริงที่สุดเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการทำแผนเริ่มยุทธศาสตร์ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน และศักยภาพของหน่วยงานกำหนดภาพอนาคต เป้าหมายและวิธีการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ โดยเน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นหลักและเน้นกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนของการวางแผนยุทธศาสตร์
แผนยุทธศาสตร์ มีขั้นตอนการวางแผนดังนี้
1.ทบทวนภารกิจของโรงเรียน เพื่อให้ทราบว่าโรงเรียนมีขอบข่ายงานและภาระหน้าที่อะไรบ้าง และสามารถทราบว่ามีอะไรเป็นงานหลัก งานรอง และงานสนับสนุน รวมทั้งได้ทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
2.วิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน มีเทคนิคการวิเคราะห์หลายวิธีที่สำคัญ เช่นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน การวิเคราะห์ความคาดหวัง/ความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ประกอบด้วยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน คือ จุดแข็ง และจุดอ่อน ซึ่งเป็นสภาพปัจจัยภายในหน่วยงาน ได้แก่ คน เงิน วัสดุ อุปกรณ์ การจัดการ การจัดทรัพยากรและอื่น ๆ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก คือ โอกาส ซึ่งเป็นสภาพภายนอกที่ทำให้โรงเรียนมีโอกาสพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ อุปสรรค เป็นสภาพภายนอกที่เหนี่ยวรั้งหรือกีดขวางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน เช่น การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม ชุมชน และอื่น ๆ
การวิเคราะห์ความคาดหวัง/ความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นลักษณะการวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลการจัดการศึกษาของโรงเรียน เนื่องจากคุณภาพคือความพอใจของผู้รับบริการ ดังนี้ความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการจึงมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมี 2 ประเภท ได้แก่
1. ผู้รับบริการภายใน คือผู้บริหาร ครูและบุคลากรในโรงเรียน
2. ผู้รับบริการภายนอก อันดับแรก คือผู้เรียน อันดับสองคือผู้ปกครอง/ชุมชน หน่วยงานที่รับผู้จบการศึกษาเข้าทำงานหรือศึกษาต่อ และอันดับสาม คือ รัฐบาลประเทศชาติ/สังคม
3.กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย/ ตัวชี้วัด
วิสัยทัศน์ หมายถึง การมองภาพอนาคตของผู้นำและสมาชิกในหน่วยงาน และการกำหนดจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน ท้าทาย มีพลังและมีวามเป็นไปได้ ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของค่านิยมและความเชื่อขององค์ด้วย เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะสะท้อนอนาคตของหน่วยงาน
ภารกิจ เป็นสิ่งที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานบรรลุจุดหมายปลายทาง ตามที่กำหนดในวิสัยทัศน์ โดยกำหนดขอบข่ายงานและบทบาทหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ
เป้าหมาย/ตัวชี้วัด เป็นจุดหมายปลายทางที่หน่วยงานต้องการปรับปรุงและพัฒนาไปในอนาคตโดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จที่สามารถวัดได้
4.กำหนดกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ เป็นยุทธวิธีหรือวิธีการที่จะทำให้เกิดผลตามเป้าหมายและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจที่กำหนดไว้
5. จัดทำแผนปฏิบัติงานและโครงการ เป็นการนำกลยุทธ์มากำหนดเป็นแผนงาน /โครงการ และงบประมาณที่ต้องใช้ดำเนินการในแต่ละปี มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนและแต่ละแผนงาน / โครงการสามารถนำไปปฏิบัติได้
6.ดำเนินการตามแผน เป็นการนำแผนสู่การปฏิบัติ โดยมีกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินงานและผู้รับผิดชอบตามที่กำหนดในแผนงาน / โครงการ
7.ประเมินผลและรายงาน เป็นขั้นตอนที่จะทำให้ทราบว่าโรงเรียนได้มีการนำแผนปฏิบัติหรือไม่ มากน้อยเพียงใด มีอุปสรรคและปัญหาอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข บรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ มีผลต่อคุณภาพของผู้เรียนอย่างไรบ้าง นอกจากนี้จะต้องรายงานให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น นักเรียน ผู้ปกครอง ครู คณะกรรมการโรงเรียน/ชุมชน และหน่วยงานที่โรงเรียนสังกัด เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานตามที่กำหนดในแผนด้วย
จากขั้นตอนการวางแผนยุทธศาสตร์จะพบว่าเป็นการบูรณาการทั้งในเชิงแนวคิด ค่านิยมและความเชื่อของหน่วยงาน และการวิเคราะห์สถานภาพที่เป็นจริงของหน่วยงานด้วย นอกจากนี้ยังเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดทิศทางการปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน ตามคาดหวังและความต้องการเพื่อให้ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ
ขอบคุณสำหรับสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ เนื้อหาดีมากอยากให้มีรายละเอียดมากกว่านี้ ถ้าอ้างอิงที่มาด้วยจะดีมาก เพื่อที่จะได้นำมาใช้ประโยชน์ในการเขียนรายงาน