หากชีวิตเราเลือกได้ ขอให้เลือกทางที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัยดีกว่า ช้าหน่อยแต่สบายใจปลอดภัยถึงบ้าน
ในฐานะผู้บริโภครถเมล์ (ผู้โดยสาร : ใช้ว่าผู้บริโภคเผื่อไว้เรียกร้องจาก สคบ.ได้บ้าง) หลายครั้งผมรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ขึ้นไปขออาศัยรถของท่าน ๆ กลับบ้านหรือไปทำงาน...
สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกก็เช่น โดนขู่เก็บค่าโดยสาร โดนไล่ให้ชิดใน ๆ อยู่เรื่อย หรือถ้าไม่ไล่ ก็จะโดนเขย่า ๆ ให้กระเด็นไปสุดด้านใดด้านหนึ่งอยู่เสมอ บางทีโดนไล่ลงจากรถด้วยซ้ำ (ลงไวเลยเพ่ ลงไวเลย...) พอก้าวเท้าแรกลงมารถก็เริ่มออกตัว ดีนะสาวเท้าอีกข้างตามมาทัน ไม่ขั้นก็คงจะได้เท้ามาทำงานแค่ข้างเดียวแน่ ๆ หรืออีกมากมาย โดนจนชาชินและจำได้บ้างไม่ได้บ้าง
วันนี้ คงไม่สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า รถเมล์ของใครดีกว่าใคร จะ ขสมก. รถร่วม ก็มีอาการเดียวกันเกือบทั้งหมดเลย (คนกรุงที่บริโภครถเมล์บ่อยจะทราบดี)...
หลายคนเลือกเดินทางโดยรถเมล์ เพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว ประหยัด(กว่าขับรถเอง) หลับระหว่างเดินทางได้ (ถ้ามีที่นั่งให้หลับนะ) หลาย ๆ ป้ายมีรถให้เลือกหลายสาย แต่บางป้ายก็มีสายให้เลือกน้อย และหลาย ๆ คนก็ไม่มีสิทธิเลือกรถเมล์ได้เลย เพราะเส้นทางที่จะไปนั้นมีรถเมล์สายเดียว และมีอยู่เจ้าเดียวด้วย ทำให้หลาย ๆ ครั้ง ผู้บริโภคเหมือนโดนมัดมือชกไม่สามารถเลือกได้ ถ้าบริโภคเข้าไปแล้วรสชาติไม่ถูกใจหรือบริโภคแล้วเป็นพิษขึ้นมาก็ต้องทนไปจนกว่าจะถึงจุดหมายแห่งการเดินทางเลยล่ะ....
ในฐานะของผู้บริโภคที่มีสามัญสำนึกในวันนี้ ผมออกจากที่ทำงาน(ศาลาว่าการ กทม.) ตอนหกโมงเย็น เดินมายืนรอรถเมล์ตรงถนนราชดำเนิน พักนึง รถเมล์ร่วมบริการ (รถกระป๋อง คันสีเขียว) สาย 203 ก็วิ่งมาจอด (ไม่ตรงป้ายหรอก ต้องโบกแล้ววิ่งไปขึ้นรถบนถนน)...
ขึ้นรถมาแล้วจึงรู้ว่า มีรถชนิดเดียวกัน สายเดียวกันอีกคันวิ่งตามมาติด ๆ ส่วนคันที่ผมนั่งอยู่ ก็ขับรถเร็วส่ายไปส่ายมาเพื่อหลบรถคันอื่น และต้องการหนีห่างรถเมล์คันที่ตามหลังมาติด ๆ ให้ได้ ลองนึกภาพดูว่า ถนนราชดำเนิน รถก็มาก แต่คนขับยังสามารถหลบหลีกด้วยความเร็วพุ่งไปด้วยความน่าหวาดเสียวได้อย่างสบาย ๆ โอพระเจ้าช่วยกล้วยแขกทอด.......
นอกจากนี้ ท่านคนขับยังขับฝ่าไฟแดงตรงมุมพระบรมมหาราชวังได้อย่างช่ำชอง ตีโค้งจนทั้งรถทั้งคนเอียงน่าหวาดเสียวมาก ๆ ขอบอก ......
สุดท้ายรถเมล์คันนี้ก็มาจอดป้ายตรงท่าพระจันทร์ เพื่อรับผู้โดยสารใหม่ ทันใดนั้น สามัญสำนึกของผู้บริโภคก็ทำให้ผมตัดสินใจชวนเขา (คนที่บ้าน) ลงเหอะ รอรถเมล์คันใหม่ดีกว่า .... เขาถามว่า “ทำไมล่ะ” ผมบอกว่า อย่าเสี่ยงนั่งอีกเลยนะ รถมันขับแข่งกันกว่าจะถึงบ้าน ไม่รู้จะเป็นงัย อาจเจออุบัติเหตุตรงไหนก็ได้ ยอมเสียเวลาหารถเมล์ที่ดีกว่านี้ ไม่ขับแข่งกัน อย่างน้อย ๆ ชีวิตเราก็มีค่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เจ้าของรถก็ชดใช้อะไรให้เราได้ไม่มากหรอก ไม่เอาดีกว่า....
จึงอยากเตือนหลาย ๆ คน หากชีวิตเราเลือกได้ ขอให้เลือกทางที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัยดีกว่า กว่าเราจะโตมาถึงป่านฉะนี้ ใช้เวลายาวนานมาก ๆ แล้วเวลาที่เราจะทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองและครอบครัว สังคมก็มีอีกมากเช่นกัน ถนอมตัวไว้ดีกว่านะ ช้าหน่อยแต่สบายใจปลอดภัยถึงบ้านกันนะทุกคน
