คลังระดมสรรพกำลังเร่งปล่อยเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ หลังงบปี 50 ล่าช้า 3 เดือน สั่งรัฐวิสาหกิจทุ่มงบ 2.6 แสนล้าน  ทุ่มลงทุนไม่พอเร่งสำนักงบอัดงบเหลื่อมปีแสนล้าน ใช้ภายในปลายปีนี้
     นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะเรียกประชุมหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมด เพื่อพิจารณาทบทวนถึงแผนการลงทุนในภาพรวมของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งในปีงบประมาณ 2549 โดยการเรียกประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่มีปัญหาการจัดทำงบประมาณปี 2550 ที่ต้องล่าช้าออกไปจากปัญหาทางด้านการเมือง ซึ่งการจัดทำงบประมาณล่าช้าได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในแง่การลงทุน ดังนั้น จึงอยาก เร่งให้รัฐวิสาหกิจได้มีการใช้เงินลงทุนในระบบเร็วขึ้นกว่าปกติ เพราะเชื่อว่าจะเป็นผลดีทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขยายตัวต่อไปได้  "อยากจะเร่งให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง มีการใช้เงินลงทุนเร็วขึ้น เพราะขณะนี้ยอมรับว่าปัญหาการเปิดสภาที่ล่าช้า ทำให้การใช้งบประมาณในปี 2550 ต้องล่าช้าออกไปด้วย จึงอยากให้รัฐวิสาหกิจ เร่งใช้งบลงทุน  เพื่อเป็นการทดแทน เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะแค่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แห่งเดียว ก็มีเม็ดเงินหลายแสนล้านบาทแล้ว" นายไชยยศ กล่าว     ทั้งนี้ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่จะเข้าร่วมประชุมกับนายไชยยศ  มีทั้งสิ้น  17  แห่ง  อาทิ  บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นต้น โดยคิดเป็นวงเงินลงทุนรวมกันทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท
     นายวราเทพ  รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ จะหารือร่วมกับสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ถึงการเร่งรัดนำงบประมาณเหลื่อมปีของปีงบฯ 2548-2549  มาใช้เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงภายในช่วงเดือน ธ.ค. ปีนี้ โดยงบดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยใช้ได้เดือนละ 1 หมื่นล้านบาท ตามปกติแล้วจะมีการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2550 แต่เนื่องจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบฯ ปี 2550 ต้องล่าช้าออกไป เพราะปัญหาการเมือง โดยเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าว    จะไม่ขัดต่อข้อกฎหมายแต่อย่างใด
    นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในขณะนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์      รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมมาตรการรองรับในกรณีการจัดทำงบประมาณปี 50 ล่าช้าไปเป็นเดือนธันวาคมนี้ โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณากฎหมายให้มีความรวดเร็วขึ้น  สำหรับกรณีที่มี    ผู้เสนอให้จัดทำงบประมาณปี 2550 เป็นแบบขาดดุล 2-3% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นั้น เห็นว่าคงต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศเป็นผู้ตัดสิน โดยในส่วนของกระทรวงการคลังแล้วเห็นว่า จากการประมาณการรายได้ยังสามารถที่จะใช้นโยบายงบประมาณแบบสมดุลได้ อย่างไรก็ดี นโยบายก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ด้วย ว่าจะมีผลกระทบเพิ่มขึ้นหรือไม่
     นายสมชัย สัจจพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ข้อเสนอให้ทำงบประมาณปี 2550 เป็นแบบขาดดุลดังกล่าว เป็นเพียงข้อเสนอของบางคนเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในส่วนของกระทรวงการคลังจะต้องขอพิจารณาถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจก่อน   ทั้งนี้ ยืนยันว่า   การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ยังคงทำได้ตามเป้าหมายที่ประมาณการไว้ จึงยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนนโยบายแต่อย่างใด

ไทยโพสต์  9  พ.ค.  2549