วิกฤตความเป็นส่วนตัวของคนไอที

        

 

 

            บทความเกี่ยวกับวิกฤตความเป็นส่วนตัวของคนไอทีในปัจจุบันนั้น หากอ่านและทำความเข้าใจจะพบว่า  มนุษย์เรานั้นย่อมมีได้และมีเสีย  มีเกิดและมีดับไปตามกาลเวลาไม่ว่าโลกจะหมุนไปกี่รอบก็ตามที   ในอดีตกาลบรรพบุรุษของคนไทยเคยพร่ำสอนว่า ต้องมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ประหยัดและอดออม  มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความสามัคคีในหมู่คนในชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ดังสุภาษิตที่ว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า  สิ่งแวดล้อมสัมพันธ์กันเป็นห่วงโซ่       ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปมาก  ปัญหาหรือประเด็นสำคัญคือมนุษย์เราใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากกว่าความคิด มากกว่าเหตุผล  ทัศนคติและค่านิยมของมนุษย์จึงเบี่ยงเบนไปจากเดิม  จากอนุรักษ์นิยม เป็นวัตถุนิยม  จากรักษ์ธรรมชาติเป็นรักและหลงใหลเทคโนโลยี รักที่จะเรียนรู้ในโลกกว้างอย่างไม่มีสิ้นสุด  แต่ในขณะเดียวกันมนุษย์ก็ยังมีความเห็นแก่ตัว รักในความเป็นส่วนตัวของตัวเองและภายใต้ความเป็นส่วนตัวนั้นก็ต้องการความสะดวกสบายแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน  เมื่อมนุษย์ต้องการความสะดวกสบายย่อมต้องมีการแลกเปลี่ยนหรือพยายามหาช่องทาง ต่าง ๆ  เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ  การที่พยายามชวนให้มนุษย์ลดการใช้ทรัพยากรหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นนี้แล้วมนุษย์ควรหันมาให้ความตระหนักในความเป็นไทย นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้การดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ยั่งยืนและมั่นคง   

จากการที่เป็นยุคของ IT   ทำให้ประเทศไทยได้มีพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ขึ้นมาเพื่อเป็นการป้องกันภัยคุกคามประเทศ  ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 บัญญัติไว้ว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ ในครอบครอง ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลนั้น จะกระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐ"  และพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร .. 2550  ได้กำหนดให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเก็บข้อมูลการใช้งานสมาชิกทั้งเวลาเข้าใช้ หมายเลขเครื่อง และแหล่งข้อมูลที่เข้าถึง ผู้ให้บริการจึงมีสิทธิที่จะทราบหรือเฝ้าติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของสมาชิกโดยละเอียด ซึ่งก่อนหน้านี้อาจทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะข้อมูลของสมาชิกมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ก็เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการสืบสวนในกรณีที่ผู้ต้องสงสัยใช้ประโยชน์จากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการก่อเหตุทุกวันนี้คนไทยต้องแลกความเป็นส่วนตัวกับการรักษาความปลอดภัยให้แก่ส่วนรวม เช่น การส่งสำเนาบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนขอใช้โทรศัพท์ การดักจับข้อมูลขณะใช้งานอินเทอร์เน็ตของสมาชิกที่ต้องทำในทุกเครือข่าย การไม่สามารถจดทะเบียนสมรสซ้อนจากระบบตรวจสอบสถานภาพสมรส แต่ดูเหมือนคนไทยจะมีสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น เช่น สิทธิ์ในการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจากนางเป็นนางสาว สิทธิ์ในการรวมตัวของกลุ่มคนอย่างสันติเพื่อเรียกร้องบางสิ่งจากภาครัฐ เคยมีผู้นำคนหนึ่งพูดว่าเมื่อมีสงครามก็ต้องมีความสูญเสีย เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเพราะเราได้เห็นข่าวทางทีวีว่าการรวมกลุ่มอย่างสันติเพื่อเรียกร้องแต่ละครั้งเกิดผลในเชิงลบต่อผู้คนเป็นวงกว้างเพียงใด

ปัญหาเรื่องข้อมูลส่วนตัว จึงเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต ควบคู่กับปัญหาในเรื่อง ลิขสิทธิและสัญญาอนุญาต กระบวนการป้องกันและแก้ปัญหาทั้งในทางกฏหมาย และด้านอื่น ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในขณะนี้ รัฐบาลและหน่วยงานอิสระ ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มมีความเคลื่อนไหวในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น การหวังพึ่งพาหน่วยงานต่าง ๆ เพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่แนวทางที่ดีนักสำหรับเรื่องนี้ การป้องกันตนเอง การใช้บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตด้วยความระมัดระวัง ถือเป็นความจำเป็นที่นักท่องอินเตอร์เน็ตทุกคนพึงมี  ผู้ใช้บริการต้องคิดไว้เสมอว่า ไม่มีความเป็นส่วนตัวบนโลกอินเตอร์เน็ต การนำข้อมูลเข้าสู่อินเตอร์เน็ต หมายถึงการยอมรับโดยอัตโนมัติว่า ข้อมูลเหล่านั้นคือ ข้อมูลทีเปิดเผยต่อสาธารณะ การใช้ความเป็น anonymous บนโลกอินเตอร์เน็ต ถือเป็นวิธีการป้องกันปัญหาที่ดีวิธีหนึ่ง ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อินเตอร์เนตเป็นศูนย์กลางของโลกข้อมูล และเข้ามาแทนที่คอมพิวเตอร์ได้ไม่ยากนัก แต่ด้วยปัญหาทางด้านสังคมและกฏหมาย อินเตอร์เนตกำลังแพ้ภัยตัวเอง ในทุกสังคม กฏเกณฑ์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่สังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอัตราการโตเร็วที่สุดอย่างอินเตอร์เนต กลับไม่มีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นตัวควบคุม อีกทั้งกฏเกณฑ์ในรูปแบบปกติที่มนุษย์รู้จัก ก็ไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอินเตอร์เนต อินเตอร์เนตจึงเหมือนแดนสนธยา ที่มีทั้งอิสภาพไร้ขอบเขตและอันตรายแอบแฝงในตัวเอง  (อ้างอิงจาก http://www.dlo.co.th/node/186)

โดยความคิดเห็นส่วนตัวแล้วเห็นว่า การออกกฎหมายต่าง ๆ เป็นสิ่งที่พึงกระทำและเป็น สิ่งดีเพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย  แต่ก็ขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของคนในชาติด้วยว่าจะปฏิบัติตามได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น ควรเน้นให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง  เน้นคุณธรรมจริยธรรม เพราะเป็นบันไดขั้นแรกที่จะทำให้คนในชาติเป็นคนดีและมีความสำนึกรับผิดชอบชั่วดี  ปัจจุบันนี้ประเทศชาติไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นของคนไทยทุกคนต่างหาก  ...ฉะนั้นทุกคนต้องตระหนักและสำนึกในหน้าที่ของความเป็นคนไทยที่แท้จริง ##