การใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอน
สถานศึกษาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการจัดการเรียนการสอนได้ ทั้งในชั้นเรียนปกติและการศึกษาทางไกล
ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียน ดังนี้
1 การสอนในชั้นเรียนปกติ จะเป็นการใช้สอนโดยตรง หรือเป็นการใช้สอนเสริมการสอนระบบปกติ โดยการทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนที่ผู้สอนสร้างไว้ในเว็บไซต์ หรือผู้สอนอาจงานให้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ จากการพูดคุยระหว่างผู้เรียนในห้องสนทนา (Chat room) จากการเรียนโดยการใช้ e-mail เป็นต้น แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อ
(1) ส่งเสริมการเชื่อมต่อสื่อสารกับโลกภายนอก อินเทอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง ไม่ว่าคนจะไปอยู่ส่วนไหนของโลกก็สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ต่าง ๆ กับโลกภายนอกได้แม้จะต่างเวลา สถานที่ และวัฒนธรรมห้องเรียน ครูสมัยก่อนสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้เหมือนกันแต่จะมีปัญหาเรื่องเวลาและสถานที่ ปัจจุบันนี้ อินเทอร์เน็ตทำให้ครูและนักเรียนสามารถติดต่อหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเรียนหรือครูที่อยู่ในส่วนอื่น ๆ ของโลกได้โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องเวลา สถานที่ และวัฒนธรรม
(2) ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ปัจจุบัน นักวิจัยทางการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายเชื่อว่านักเรียนเรียนรู้โดยผ่านการปฏิสัมพันธ์สังคม (Social interaction) ดังนั้น สถานศึกษาจึงควรให้นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันโดยให้ทำงานเป็นทีม ซึ่งอาจให้จับคู่กันเป็นทีมตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป หรือมากกว่าก็ได้ แล้วให้ศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต โรงเรียนสามารถนำรายงานหรือผลงานที่นักเรียนสร้างขึ้นไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
(3) ส่งเสริมการทำความเข้าใจในเนื้อหาที่ยากแก่การมองเห็น ตัวแบบ (Model) เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สำหรับรายวิชาต่าง ๆ ในระดับต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ตัวแบบทำให้นักเรียนมองเห็นแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อย่างมีความหมาย ตัวอย่างเช่น ตัวแบบเกี่ยวกับการเกาะยึดระหว่างโมเลกุลของสารที่นักเรียนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่คอมพิวเตอร์จะสามารถจำลองตัวแบบการเกาะยึดระหว่างโมเลกุลให้นักเรียนมองเห็นภาพได้ หรือในทางการแพทย์ สามารถจำลองตัวแบบการไหลเวียนของโลหิตภายในร่างกายออกมาให้เห็นได้เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ไม่สามารถที่จะเห็นของจริงได้จากการค้นคว้า นอกจากนี้ในการเปลี่ยน แปลงของอากาศก็สามารถทำตัวแบบออกมาให้เห็นได้เช่นเดียวกัน
การใช้ตัวแบบมีข้อดีคือทำให้นักเรียนเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพราะตัวแบบจะทำให้นักเรียนสามารถมองเห็นได้หลายแง่หลายมุม ซึ่งถ้าเทียบกับการใช้อุปกรณ์แบบเก่า ๆ แล้วจะแตกต่างกันมาก และบางเรื่องในบางวิชาหากจะใช้วิธีการแบบเก่า ๆ มาทำก็ไม่สามารถจะทำได้ นอกจากนี้ เว็บจะมีแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จำนวนมากที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างและแสดงผลที่นักเรียนสามารถจะเรียกออกมาดูได้ในชั้นเรียนหรือที่บ้าน
(4) ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย ก่อนที่จะมีการใช้อินเทอร์เน็ต กระบวนการค้นคว้าวิจัยซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันอยู่โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับงานห้องสมุด ครูและนักเรียนสามารถใช้บัตรหัวเรื่อง หรือชื่อเรื่อง หรืออื่น ๆ ที่ห้องสมุดใช้ ในการค้นหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นระบบ Dewey หรือ Library Congress แต่เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลที่ช่วยทำให้นักวิจัยซึ่งเคยใช้วิธีการเดิมในห้องเรียนสามารถลดเวลาในการค้นคว้าได้มาก ทั้งนี้เพราะมีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้น นอกจากข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว ยังมีกลุ่มอภิปรายในเรื่องต่าง ๆ อีกมาก ถ้านักวิจัยมีความสนใจในเรื่องใดก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มนั้นได้ ปัญหาในการค้นคว้าของนักวิจัยที่เกิดขึ้นก็คือการเรียนรู้การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการค้นหา
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของอินเทอร์เน็ตก็คือ สามารถนำไปใช้เพื่อการนำเสนอผลของการวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยออกไปให้แพร่หลายหลังจากการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เดิมก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ตนั้นทำได้ยากเพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบัน การนำเสนอผลของการวิจัยสามารถทำได้ง่ายมากและเสียค่าใช้จ่ายน้อย
นอกจากการใช้อินเทอร์เน็ตในฐานะเป็นแหล่งข้อมูลแล้ว ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้อีกด้วย ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ คือ หลังจากที่ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อนำคำถามเหล่านั้นไปวางไว้ในอินเทอร์เน็ต แล้วให้ผู้ตอบตอบแบบสอบถามเหล่านั้นทางอินเทอร์เน็ตได้เลย ลักษณะการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบนี้ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมากโดยเฉพาะการวิจัยทางด้านการตลาด
(5) ส่งเสริมการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ การไปทัศนศึกษาเป็นวิธีหนึ่งที่ครูสามารถนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอนในเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่โดยปกติแล้ว การไปทัศนศึกษามีข้อจำกัดคือ ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ยากต่อการควบคุมนักเรียนหากกลุ่มนักเรียนที่ไปทัศนศึกษามีจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง และหากสถานที่ที่จะไปทัศนศึกษานั้นอยู่ห่างไกลจากบ้านของนักเรียนมาก เช่น อยู่ในต่างประเทศก็จะยิ่งทำให้การเดินทางไปทัศนศึกษามีความยากลำบากมากขึ้น
แต่ด้วยความสามารถของอินเทอร์เน็ต โรงเรียนสามารถให้นักเรียนไปทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ การทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ การศึกษาที่นักเรียนและครูกระทำผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยการใช้คอมพิวเตอร์ ข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ หรือประกาศต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลทางธุรกิจในท้องถิ่น จะถูกเรียกขึ้นมาแสดงบนจอภาพเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา พร้อมไปกับการอธิบายเพิ่มเติมของครู
การทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะหลายอย่างเช่นเดียวกับการไป ทัศนศึกษาปกติ แต่มีข้อดีกว่าคือนักเรียนสามารถที่จะศึกษาข้อมูลบางอย่างได้ซึ่งถ้าให้นักเรียนไปทัศนศึกษาปกติจะไม่สามารถศึกษาได้ ในการสอนโดยการใช้ทัศนศึกษาอิเล็กทรอนิกส์นั้น ครูต้องมีการวางแผนการสอนล่วงหน้าว่าจะให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องใด และจะติดตามผลโดยวิธีใดหลังจากทัศนศึกษาแล้ว
การใช้วิธีทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยทำให้นักเรียนมีโอกาสติดต่อกันในลักษณะเผชิญหน้าผ่านจอภาพกับบุคคลในสถานการณ์จริง ๆ ได้ โดยใช้ระบบ Video-conference โดยเครื่องมือนี้นักเรียนสามารถที่จะพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก
ข้อได้เปรียบของการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์อีกประการหนึ่งก็คือ ครูและนักเรียนไม่ต้องพะวงเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น อากาศ การเดินทาง ข้อจำกัดของการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนคอมพิวเตอร์และความเร็วในการสื่อสารข้อมูล รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ
(6) ส่งเสริมการเผยแพร่ผลงาน การเผยแพร่ข้อมูลทางเว็บสามารถทำได้ง่ายมากเพียงแต่ครูและนักเรียนฝึกการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่จะนำเสนอข้อมูลบนเว็บเท่านั้น ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก ปัจจุบัน ครูในประเทศไทยเริ่มใช้เว็บเป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงานของนักเรียนมากขึ้น เพราะนอกจากจะทำได้ง่ายและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากระบวนการเผยแพร่งานในระบบปกติแล้วยังสามารถได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้ค้นคว้าอีกด้วย
สิ่งที่ต้องระวังในการเผยแพร่งานก็คือ จะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุม โดยจัดให้มีผู้ควบคุมซึ่งอาจจะเป็นครู หรือคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักเรียนและให้ครูเป็นที่ปรึกษา สิ่งที่ต้องควบคุมได้แก่ การดูแลรูปแบบของการนำเสนอและเนื้อหาของการนำเสนอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งนำเสนอข้อมูลที่อาจทำความเสื่อมเสียมาสู่สถานศึกษาได้
การเผยแพร่งานสามารถทำได้ในลักษณะวารสารออนไลน์ ซึ่งอาจจะเป็นวารสารของโรงเรียนหรือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ได้ นอกจากนี้ยังอาจจะเป็นลักษณะของกลุ่มสนใจก็ได้
(7) ส่งเสริมความสามารถเฉพาะบุคคล เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันและมาจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงมีความสนใจและความต้องการที่แตกต่างกันด้วย ครูจะต้องพยายามพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น แม้จะเป็นการยากที่ครูจะทำหลักสูตรหรือสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กตามที่เด็กทุกคนต้องการได้ แต่การพัฒนาให้เด็กในฐานะผู้เรียนได้รู้จักตนเองว่าเป็นใคร และมีความต้องการในเรื่องใดก็สามารถนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของเด็กได้
(8) ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับชุมชน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนจะต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่เสมอ อินเทอร์เน็ตจะช่วยให้ครูฝ่าอุปสรรคในการติดต่อระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เทคโนโลยีทางเว็บทำให้ครูสามารถจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนและหลักสูตรเพื่อนำเสนอบนเว็บได้ สมาชิกของชุมชนทุกคนสามารถที่จะได้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว นักเรียนสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ตนต้องการเชื่อมโครงงานต่าง ๆ ในรายวิชาที่เรียน ผู้ปกครองสามารถเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของโรงเรียนได้เป็นวัน ๆ ส่วนสมาชิกในชุมชนที่ไม่มีบุตรก็จะได้รับทราบเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน
(9) การพัฒนาทางด้านวิชาการของครูปัจจุบัน ครูจำนวนมากยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยี การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนนั้นจึงไม่ใช่เฉพาะนักเรียนเท่านั้นที่เป็นผู้เรียนแต่ครูก็เป็นผู้เรียนด้วย อินเทอร์เน็ตช่วยให้ครูมีประสบการณ์มากขึ้น โดยครูสามารถที่จะติดต่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูคนอื่น ๆ ทำให้ครูได้เรียนรู้วิธีการสอนใหม่ ๆ และสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการสอนของตัวครูเอง สำหรับครูจำนวนมากแล้ว การใช้อินเทอร์เน็ตหมายถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่ครูยังไม่เคยรู้มาก่อน การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาวิชาชีพของครูสามารถได้มาจากประสบการณ์เหล่านี้ เป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเรียนรู้ซึ่งมีอยู่มากมายในอินเทอร์เน็ต
2 มหาวิทยาลัยเสมือน (Virtual University) เป็นการเรียนที่ผู้เรียนจะเรียนรู้เนื้อหาจากการฟังบรรยายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต จากบทเรียนในเว็บไซต์ที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดไว้ จากการค้นคว้า จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จากการปรึกษากับผู้สอน จากการสร้าง E-mail โต้ตอบในบางเรื่อง โดยทั่วไปแล้ว การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเสมือนจะใช้ระบบ e-Learning ในระบบของมหาวิทยาลัยเสมือนนั้น การทำธุรกิจต่าง ๆ จะกระทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทั้ง หมด ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องไปมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยลักษณะนี้บางทีเรียกว่า Cyber University ซึ่งปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และประเทศในทวีปยุโรป ที่ใช้ระบบนี้ สำหรับในประเทศไทย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญใช้ระบบนี้แล้ว และในปีต่อๆ ไปจะมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่จะจัดการเรียนการสอนในลักษณะนี้
3 ห้องเรียนเสมือน (Virtual classroom) ห้องเรียนลักษณะนี้เป็นห้องเรียนที่ผู้เรียนจะอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของโลก โดยผู้สอนจะสอนอยู่ในห้องส่งซึ่งอาจจะเป็นห้องเรียนจริงก็ได้ แล้วส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งภายในหรือภายนอกสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนพร้อม ๆ กัน การเรียนด้วยระบบนี้ห้องส่งจะต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น กล้องวิดีทัศน์ ไมโครโฟน ลำโพง และซอฟต์แวร์ ที่จะจัดการส่งสัญญาณภาพและเสียง สำหรับผู้เรียนจะมีเพียงคอมพิวเตอร์เท่านั้นก็สามารถเรียนได้แล้ว แต่ถ้าหากต้องมีการโต้ตอบกับผู้สอน ผู้เรียนจะต้องมีกล้องวิดีทัศน์ติดตั้งไว้ แล้วสามารถพูดผ่านไมโครโฟนโต้ตอบกับผู้สอนได้เลย
การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน
ดาวเทียมสามารถใช้ในการสอนแบบทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการทำงานคือ ครูจะสอนนักเรียนในห้องเรียนซึ่งทำหน้าที่เป็นห้องส่งสัญญาณ ภาพและเสียงจากห้องควบคุมจะถูกส่งจากสถานีส่งภาคพื้นดินขึ้นไปยังสถานีถ่ายทอดบนดาวเทียมซึ่งลอยอยู่ในอวกาศ และสัญญาณภาพจากสถานีบนดาวเทียมจะถูกส่งลงมายังเครื่องรับโทรทัศน์บนภาคพื้นดิน การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมนั้นยังเป็นที่นิยมใช้เพื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีสายสัญญาณโทรศัพท์
ในประเทศไทย การสอนทางไกลด้วยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การจัดการเรียนการสอนใช้วิธีถ่ายทอดสดการสอนจากโรงเรียนไกลกังวล หัวหิน หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา
สำหรับในต่างประเทศ ได้มีการจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถาบันอุดมศึกษาด้วยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมมานานแล้ว เช่น Ghandi National Open University ในประเทศอินเดีย The African Virtral University ในประเทศอาฟริกา และ The Monterry Institute of Technology ในประเทศเม็กซิโก
การเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีการประชุมทางไกลด้วยวิดีทัศน์
เทคโนโลยีการประชุมทางไกลด้วยวิดีทัศน์ (Video Teleconference) เป็นเทคโนโลยีการส่งสัญญาณจากห้องส่งไปยังสถานีรับโดยผ่านทางสายสัญญาณ ผ่านไมโครเวฟ และดาวเทียม ถ้าเป็นการเรียนการสอน ผู้สอนจะทำการสอนอยู่ในห้องเรียนซึ่งจะทำหน้าที่เป็นห้องส่งไปในตัวด้วย สัญญาณภาพและเสียงจะถูกส่งไปยังเครื่องรับปลายทาง สำหรับเครื่องรับปลายทางนั้น นอกจากนำภาพและเสียงมาเผยแพร่แล้วยังจะต้องมีอุปกรณ์ที่จะให้ผู้เรียนสามารถถามปัญหาต่าง ๆ จากผู้สอนได้ เทคโนโลยีการสอนโดยวิธีนี้ นอกจากใช้สอนโดยตรงแล้วยังสามารถที่จะใช้ทบทวนบทเรียนที่เคยสอนแล้วได้ด้วย โดยการนำสำเนาข้อมูลการสอนครั้งที่ผ่านมามาเปิดดูได้ใหม่ ในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีการสอนแบบนี้อยู่หลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ที่มหาวิทยาลัย ราชภัฎสวนดุสิต มีการเรียนการสอนทางไกลโดยการส่งสัญญาณภาพและเสียงจากมหาวิทยาลัย ผ่านสายสัญญาณไฟเบอร์ออฟติค (Fibre optic) ไปยังศูนย์การศึกษาต่าง ๆ ที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 20 ศูนย์การศึกษา ที่ห้องเรียนรวมของศูนย์ฯ จะมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ใช้รับภาพและอาจมีโทรทัศน์ประกอบด้วย ห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่มาก เสียงจะส่งออกทางลำโพงที่ติดไว้ในตำแหน่งต่าง ๆ ภาพและเสียงจะถูกปรับให้คมชัดโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมที่อยู่ในห้องควบคุม
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลระหว่างมหาวิทยาลัยที่บางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน โดยส่งสัญญาณภาพและเสียงออกไปจากห้องเรียนที่ศูนย์เรียนรวมบางเขนไปยังห้องเรียนที่ศูนย์เรียนรวมกำแพงแสนโดยระบบไมโครเวฟ ที่ศูนย์เรียนรวมนี้ ภาพจะถูกฉายขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่ และเสียงจะส่งออกทางลำโพงที่ติดไว้ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของห้อง ภาพที่ปรากฏบนจอภาพสามารถปรับให้มีความคมชัดโดยเจ้าหน้าที่ในห้องควบคุม นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในการสอน เช่น ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยนเรศวร
