การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน สามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งพอสรุปได้ต่อไปนี้

การใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอน

 

สถานศึกษาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการจัดการเรียนการสอนได้ ทั้งในชั้นเรียนปกติและการศึกษาทางไกล 

ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบโรงเรียน  ดังนี้

                  1   การสอนในชั้นเรียนปกติ     จะเป็นการใช้สอนโดยตรง   หรือเป็นการใช้สอนเสริมการสอนระบบปกติ   โดยการทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนที่ผู้สอนสร้างไว้ในเว็บไซต์   หรือผู้สอนอาจงานให้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ   จากการพูดคุยระหว่างผู้เรียนในห้องสนทนา   (Chat room)   จากการเรียนโดยการใช้ e-mail   เป็นต้น    แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อ

                    (1) ส่งเสริมการเชื่อมต่อสื่อสารกับโลกภายนอก   อินเทอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง   ไม่ว่าคนจะไปอยู่ส่วนไหนของโลกก็สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ต่าง ๆ   กับโลกภายนอกได้แม้จะต่างเวลา สถานที่ และวัฒนธรรมห้องเรียน   ครูสมัยก่อนสามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้เหมือนกันแต่จะมีปัญหาเรื่องเวลาและสถานที่    ปัจจุบันนี้ อินเทอร์เน็ตทำให้ครูและนักเรียนสามารถติดต่อหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักเรียนหรือครูที่อยู่ในส่วนอื่น ๆ ของโลกได้โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องเวลา  สถานที่  และวัฒนธรรม

                    (2) ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม  ปัจจุบัน นักวิจัยทางการศึกษา  ครู และผู้กำหนดนโยบายเชื่อว่านักเรียนเรียนรู้โดยผ่านการปฏิสัมพันธ์สังคม (Social interaction)   ดังนั้น สถานศึกษาจึงควรให้นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันโดยให้ทำงานเป็นทีม   ซึ่งอาจให้จับคู่กันเป็นทีมตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป หรือมากกว่าก็ได้  แล้วให้ศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต   โรงเรียนสามารถนำรายงานหรือผลงานที่นักเรียนสร้างขึ้นไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

                   (3) ส่งเสริมการทำความเข้าใจในเนื้อหาที่ยากแก่การมองเห็น   ตัวแบบ (Model)  เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สำหรับรายวิชาต่าง ๆ  ในระดับต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ    ตัวแบบทำให้นักเรียนมองเห็นแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อย่างมีความหมาย  ตัวอย่างเช่น  ตัวแบบเกี่ยวกับการเกาะยึดระหว่างโมเลกุลของสารที่นักเรียนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้     แต่คอมพิวเตอร์จะสามารถจำลองตัวแบบการเกาะยึดระหว่างโมเลกุลให้นักเรียนมองเห็นภาพได้ หรือในทางการแพทย์ สามารถจำลองตัวแบบการไหลเวียนของโลหิตภายในร่างกายออกมาให้เห็นได้เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ไม่สามารถที่จะเห็นของจริงได้จากการค้นคว้า   นอกจากนี้ในการเปลี่ยน แปลงของอากาศก็สามารถทำตัวแบบออกมาให้เห็นได้เช่นเดียวกัน

                        การใช้ตัวแบบมีข้อดีคือทำให้นักเรียนเข้าใจสิ่งต่าง ๆ  ได้ดียิ่งขึ้น    เพราะตัวแบบจะทำให้นักเรียนสามารถมองเห็นได้หลายแง่หลายมุม   ซึ่งถ้าเทียบกับการใช้อุปกรณ์แบบเก่า ๆ แล้วจะแตกต่างกันมาก   และบางเรื่องในบางวิชาหากจะใช้วิธีการแบบเก่า ๆ มาทำก็ไม่สามารถจะทำได้   นอกจากนี้  เว็บจะมีแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จำนวนมากที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างและแสดงผลที่นักเรียนสามารถจะเรียกออกมาดูได้ในชั้นเรียนหรือที่บ้าน

                        (4) ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย    ก่อนที่จะมีการใช้อินเทอร์เน็ต  กระบวนการค้นคว้าวิจัยซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กันอยู่โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับงานห้องสมุด     ครูและนักเรียนสามารถใช้บัตรหัวเรื่อง  หรือชื่อเรื่อง หรืออื่น ๆ  ที่ห้องสมุดใช้  ในการค้นหาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นระบบ Dewey  หรือ Library Congress   แต่เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ต  อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลที่ช่วยทำให้นักวิจัยซึ่งเคยใช้วิธีการเดิมในห้องเรียนสามารถลดเวลาในการค้นคว้าได้มาก ทั้งนี้เพราะมีเครื่องมือใหม่ ๆ ในการค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้น     นอกจากข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว   ยังมีกลุ่มอภิปรายในเรื่องต่าง ๆ  อีกมาก  ถ้านักวิจัยมีความสนใจในเรื่องใดก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มนั้นได้   ปัญหาในการค้นคว้าของนักวิจัยที่เกิดขึ้นก็คือการเรียนรู้การใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการค้นหา

                        ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของอินเทอร์เน็ตก็คือ สามารถนำไปใช้เพื่อการนำเสนอผลของการวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยออกไปให้แพร่หลายหลังจากการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เดิมก่อนที่จะมีอินเทอร์เน็ตนั้นทำได้ยากเพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบัน การนำเสนอผลของการวิจัยสามารถทำได้ง่ายมากและเสียค่าใช้จ่ายน้อย

                        นอกจากการใช้อินเทอร์เน็ตในฐานะเป็นแหล่งข้อมูลแล้ว   ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้อีกด้วย   ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ คือ  หลังจากที่ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์  เพื่อนำคำถามเหล่านั้นไปวางไว้ในอินเทอร์เน็ต  แล้วให้ผู้ตอบตอบแบบสอบถามเหล่านั้นทางอินเทอร์เน็ตได้เลย   ลักษณะการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบนี้ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมากโดยเฉพาะการวิจัยทางด้านการตลาด

                        (5)  ส่งเสริมการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์   การไปทัศนศึกษาเป็นวิธีหนึ่งที่ครูสามารถนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอนในเรื่องต่าง ๆ  ได้    แต่โดยปกติแล้ว  การไปทัศนศึกษามีข้อจำกัดคือ  ทำให้เสียเวลา  เสียค่าใช้จ่าย  ยากต่อการควบคุมนักเรียนหากกลุ่มนักเรียนที่ไปทัศนศึกษามีจำนวนมาก  นอกจากนั้น ยังเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง  และหากสถานที่ที่จะไปทัศนศึกษานั้นอยู่ห่างไกลจากบ้านของนักเรียนมาก เช่น อยู่ในต่างประเทศก็จะยิ่งทำให้การเดินทางไปทัศนศึกษามีความยากลำบากมากขึ้น  

                        แต่ด้วยความสามารถของอินเทอร์เน็ต  โรงเรียนสามารถให้นักเรียนไปทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้    การทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ การศึกษาที่นักเรียนและครูกระทำผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยการใช้คอมพิวเตอร์    ข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์  หรือประกาศต่าง ๆ  รวมทั้งข้อมูลทางธุรกิจในท้องถิ่น จะถูกเรียกขึ้นมาแสดงบนจอภาพเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา พร้อมไปกับการอธิบายเพิ่มเติมของครู

                        การทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ มีลักษณะหลายอย่างเช่นเดียวกับการไป       ทัศนศึกษาปกติ   แต่มีข้อดีกว่าคือนักเรียนสามารถที่จะศึกษาข้อมูลบางอย่างได้ซึ่งถ้าให้นักเรียนไปทัศนศึกษาปกติจะไม่สามารถศึกษาได้   ในการสอนโดยการใช้ทัศนศึกษาอิเล็กทรอนิกส์นั้น  ครูต้องมีการวางแผนการสอนล่วงหน้าว่าจะให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องใด   และจะติดตามผลโดยวิธีใดหลังจากทัศนศึกษาแล้ว

                        การใช้วิธีทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์  ช่วยทำให้นักเรียนมีโอกาสติดต่อกันในลักษณะเผชิญหน้าผ่านจอภาพกับบุคคลในสถานการณ์จริง ๆ ได้ โดยใช้ระบบ Video-conference   โดยเครื่องมือนี้นักเรียนสามารถที่จะพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก

                        ข้อได้เปรียบของการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์อีกประการหนึ่งก็คือ ครูและนักเรียนไม่ต้องพะวงเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น  อากาศ  การเดินทาง  ข้อจำกัดของการทัศนศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนคอมพิวเตอร์และความเร็วในการสื่อสารข้อมูล รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ

                   (6) ส่งเสริมการเผยแพร่ผลงาน    การเผยแพร่ข้อมูลทางเว็บสามารถทำได้ง่ายมากเพียงแต่ครูและนักเรียนฝึกการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่จะนำเสนอข้อมูลบนเว็บเท่านั้น  ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก    ปัจจุบัน ครูในประเทศไทยเริ่มใช้เว็บเป็นสื่อในการเผยแพร่ผลงานของนักเรียนมากขึ้น  เพราะนอกจากจะทำได้ง่ายและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากระบวนการเผยแพร่งานในระบบปกติแล้วยังสามารถได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้ค้นคว้าอีกด้วย

                        สิ่งที่ต้องระวังในการเผยแพร่งานก็คือ  จะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุม โดยจัดให้มีผู้ควบคุมซึ่งอาจจะเป็นครู   หรือคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักเรียนและให้ครูเป็นที่ปรึกษา  สิ่งที่ต้องควบคุมได้แก่ การดูแลรูปแบบของการนำเสนอและเนื้อหาของการนำเสนอ  ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งนำเสนอข้อมูลที่อาจทำความเสื่อมเสียมาสู่สถานศึกษาได้

                        การเผยแพร่งานสามารถทำได้ในลักษณะวารสารออนไลน์ ซึ่งอาจจะเป็นวารสารของโรงเรียนหรือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ได้   นอกจากนี้ยังอาจจะเป็นลักษณะของกลุ่มสนใจก็ได้

                   (7) ส่งเสริมความสามารถเฉพาะบุคคล   เนื่องจากนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันและมาจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน   ดังนั้น จึงมีความสนใจและความต้องการที่แตกต่างกันด้วย   ครูจะต้องพยายามพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น  แม้จะเป็นการยากที่ครูจะทำหลักสูตรหรือสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กตามที่เด็กทุกคนต้องการได้  แต่การพัฒนาให้เด็กในฐานะผู้เรียนได้รู้จักตนเองว่าเป็นใคร  และมีความต้องการในเรื่องใดก็สามารถนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของเด็กได้

                        (8)  ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับชุมชน   ครู ผู้ปกครอง และชุมชนจะต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่เสมอ   อินเทอร์เน็ตจะช่วยให้ครูฝ่าอุปสรรคในการติดต่อระหว่างโรงเรียนกับชุมชน    เทคโนโลยีทางเว็บทำให้ครูสามารถจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนและหลักสูตรเพื่อนำเสนอบนเว็บได้    สมาชิกของชุมชนทุกคนสามารถที่จะได้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว    นักเรียนสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ตนต้องการเชื่อมโครงงานต่าง   ในรายวิชาที่เรียน   ผู้ปกครองสามารถเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของโรงเรียนได้เป็นวัน ๆ   ส่วนสมาชิกในชุมชนที่ไม่มีบุตรก็จะได้รับทราบเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

                        (9) การพัฒนาทางด้านวิชาการของครูปัจจุบัน ครูจำนวนมากยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยี    การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนนั้นจึงไม่ใช่เฉพาะนักเรียนเท่านั้นที่เป็นผู้เรียนแต่ครูก็เป็นผู้เรียนด้วย    อินเทอร์เน็ตช่วยให้ครูมีประสบการณ์มากขึ้น  โดยครูสามารถที่จะติดต่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูคนอื่น ๆ   ทำให้ครูได้เรียนรู้วิธีการสอนใหม่ ๆ  และสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการสอนของตัวครูเอง    สำหรับครูจำนวนมากแล้ว การใช้อินเทอร์เน็ตหมายถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่ครูยังไม่เคยรู้มาก่อน    การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาวิชาชีพของครูสามารถได้มาจากประสบการณ์เหล่านี้    เป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเรียนรู้ซึ่งมีอยู่มากมายในอินเทอร์เน็ต

              2      มหาวิทยาลัยเสมือน (Virtual University)  เป็นการเรียนที่ผู้เรียนจะเรียนรู้เนื้อหาจากการฟังบรรยายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  จากบทเรียนในเว็บไซต์ที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดไว้ จากการค้นคว้า  จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ   จากการปรึกษากับผู้สอน   จากการสร้าง E-mail โต้ตอบในบางเรื่อง   โดยทั่วไปแล้ว  การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเสมือนจะใช้ระบบ e-Learning    ในระบบของมหาวิทยาลัยเสมือนนั้น  การทำธุรกิจต่าง ๆ จะกระทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทั้ง หมด   ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องไปมหาวิทยาลัย   มหาวิทยาลัยลักษณะนี้บางทีเรียกว่า Cyber University   ซึ่งปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และประเทศในทวีปยุโรป ที่ใช้ระบบนี้    สำหรับในประเทศไทย  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญใช้ระบบนี้แล้ว  และในปีต่อๆ ไปจะมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่จะจัดการเรียนการสอนในลักษณะนี้

              3  ห้องเรียนเสมือน (Virtual classroom)  ห้องเรียนลักษณะนี้เป็นห้องเรียนที่ผู้เรียนจะอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของโลก  โดยผู้สอนจะสอนอยู่ในห้องส่งซึ่งอาจจะเป็นห้องเรียนจริงก็ได้ แล้วส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งภายในหรือภายนอกสถานศึกษา  เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนพร้อม ๆ กัน   การเรียนด้วยระบบนี้ห้องส่งจะต้องมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบถ้วน เช่น กล้องวิดีทัศน์ ไมโครโฟน  ลำโพง และซอฟต์แวร์ ที่จะจัดการส่งสัญญาณภาพและเสียง  สำหรับผู้เรียนจะมีเพียงคอมพิวเตอร์เท่านั้นก็สามารถเรียนได้แล้ว  แต่ถ้าหากต้องมีการโต้ตอบกับผู้สอน   ผู้เรียนจะต้องมีกล้องวิดีทัศน์ติดตั้งไว้ แล้วสามารถพูดผ่านไมโครโฟนโต้ตอบกับผู้สอนได้เลย

 

การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน

 

ดาวเทียมสามารถใช้ในการสอนแบบทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการทำงานคือ  ครูจะสอนนักเรียนในห้องเรียนซึ่งทำหน้าที่เป็นห้องส่งสัญญาณ  ภาพและเสียงจากห้องควบคุมจะถูกส่งจากสถานีส่งภาคพื้นดินขึ้นไปยังสถานีถ่ายทอดบนดาวเทียมซึ่งลอยอยู่ในอวกาศ  และสัญญาณภาพจากสถานีบนดาวเทียมจะถูกส่งลงมายังเครื่องรับโทรทัศน์บนภาคพื้นดิน   การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมนั้นยังเป็นที่นิยมใช้เพื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีสายสัญญาณโทรศัพท์

ในประเทศไทย   การสอนทางไกลด้วยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539   โดยมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม    การจัดการเรียนการสอนใช้วิธีถ่ายทอดสดการสอนจากโรงเรียนไกลกังวล หัวหิน    หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอน  ได้แก่ หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา

 สำหรับในต่างประเทศ   ได้มีการจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถาบันอุดมศึกษาด้วยการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมมานานแล้ว  เช่น  Ghandi National Open University ในประเทศอินเดีย    The African Virtral University   ในประเทศอาฟริกา   และ The Monterry Institute of Technology ในประเทศเม็กซิโก

 

การเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีการประชุมทางไกลด้วยวิดีทัศน์

 

เทคโนโลยีการประชุมทางไกลด้วยวิดีทัศน์  (Video Teleconference)  เป็นเทคโนโลยีการส่งสัญญาณจากห้องส่งไปยังสถานีรับโดยผ่านทางสายสัญญาณ  ผ่านไมโครเวฟ และดาวเทียม ถ้าเป็นการเรียนการสอน  ผู้สอนจะทำการสอนอยู่ในห้องเรียนซึ่งจะทำหน้าที่เป็นห้องส่งไปในตัวด้วย   สัญญาณภาพและเสียงจะถูกส่งไปยังเครื่องรับปลายทาง  สำหรับเครื่องรับปลายทางนั้น  นอกจากนำภาพและเสียงมาเผยแพร่แล้วยังจะต้องมีอุปกรณ์ที่จะให้ผู้เรียนสามารถถามปัญหาต่าง ๆ จากผู้สอนได้    เทคโนโลยีการสอนโดยวิธีนี้ นอกจากใช้สอนโดยตรงแล้วยังสามารถที่จะใช้ทบทวนบทเรียนที่เคยสอนแล้วได้ด้วย  โดยการนำสำเนาข้อมูลการสอนครั้งที่ผ่านมามาเปิดดูได้ใหม่   ในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีการสอนแบบนี้อยู่หลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ที่มหาวิทยาลัย     ราชภัฎสวนดุสิต  มีการเรียนการสอนทางไกลโดยการส่งสัญญาณภาพและเสียงจากมหาวิทยาลัย  ผ่านสายสัญญาณไฟเบอร์ออฟติค (Fibre optic) ไปยังศูนย์การศึกษาต่าง ๆ   ที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 20 ศูนย์การศึกษา   ที่ห้องเรียนรวมของศูนย์ฯ จะมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ใช้รับภาพและอาจมีโทรทัศน์ประกอบด้วย  ห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่มาก    เสียงจะส่งออกทางลำโพงที่ติดไว้ในตำแหน่งต่าง ๆ   ภาพและเสียงจะถูกปรับให้คมชัดโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมที่อยู่ในห้องควบคุม   

      มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลระหว่างมหาวิทยาลัยที่บางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน  โดยส่งสัญญาณภาพและเสียงออกไปจากห้องเรียนที่ศูนย์เรียนรวมบางเขนไปยังห้องเรียนที่ศูนย์เรียนรวมกำแพงแสนโดยระบบไมโครเวฟ   ที่ศูนย์เรียนรวมนี้ ภาพจะถูกฉายขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่   และเสียงจะส่งออกทางลำโพงที่ติดไว้ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของห้อง   ภาพที่ปรากฏบนจอภาพสามารถปรับให้มีความคมชัดโดยเจ้าหน้าที่ในห้องควบคุม นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในการสอน เช่น ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   มหาวิทยาลัยรามคำแหง  และมหาวิทยาลัยนเรศวร