เดลินิวส์ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม 2552 ตีพิมพ์เรื่อง [ ไวรัส'ไข้หวัดใหญ่ 2009'อยู่ไม่ไกลตัวท่าน ] ต้นฉบับเขียนโดยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง [ เดลินิวส์ ]
ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ เรียนเสนอให้แวะไปอ่านข่าว สาระบันเทิงที่ "เดลินิวส์" เพื่อให้กำลังใจสื่อมวลชนไทยที่ทำดีต่อสังคมไทยต่อไป > [ เดลินิวส์ ]
...
[ เริ่มต้นข้อความคัดลอก ] > [ เดลินิวส์ ]
ตั้งชื่อหัวข้อเรื่องในวันนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุก ๆ ท่านที่อ่านคอลัมน์นี้ว่า เชื้อโรคไวรัสเอช 1 เอ็น 1 (H1N1 Virus) ที่มีข่าวว่าเริ่มมีการติดเชื้อและระบาดที่ประเทศเม็กซิโกเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา
และระบาดไปมากมายหลายประเทศ จนเกิดขึ้นในประเทศไทย มาจนถึงขณะนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในทุกจังหวัดของประเทศไทยแล้ว
...
ดังนั้นขอให้ท่านอย่าได้ตกใจกับข่าวคราวการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ เพราะตามสถิติแล้ว อัตราการเสียชีวิตไม่ได้มากกว่าโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่มีการระบาดกันอยู่ทุกปีเกือบทั่วโลก
จึงทำให้มีการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลออกมาไว้ฉีดป้องกันสำหรับประชาชนทั่วไป และโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
...
ผมได้มีโอกาสทำงานให้กับ สมาคมโรงพยาบาลเอกชนแห่งประเทศไทยซึ่งมี นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ เป็นนายกสมาคม และ นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ เป็นเลขาธิการ ในขณะนี้ทำงานใกล้ชิดกับ กระทรวงสาธารณสุขที่มี นพ.ปราชญ์ บุณย วงศ์วิโรจน์ เป็นปลัดกระทรวงฯ ในการที่จะประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009
ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ก็จะไม่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือถ้าเป็นโรคนี้ ก็จะรู้วิธีปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการดูแลตนเอง และรีบไปพบแพทย์ หากไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
...
ผมจึงขอนำความรู้เหล่านั้นมาสื่อให้แฟน ๆ คอลัมน์คุยกันวันเสาร์กับหมอไพศาล ได้กรุณาอ่านและหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ ขอความกรุณาท่านได้ถ่ายเอกสารส่งต่อให้ผู้อื่นด้วย ก็จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
สิ่งที่ท่านและคนในครอบครัวต้องทราบ
...
(1). ไข้หวัดใหญ่ 2009 เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ขณะนี้กำลังแพร่ระบาดเกือบทั่วประเทศและทั่วโลก
ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย
(2). ท่านควรปฏิบัติตัวดังนี้ หากท่านอยู่ในกลุ่มที่
(2.1). ท่านและคนในครอบครัวไม่มีใครป่วยเป็นโรคไข้หวัด/ไข้หวัดใหญ่
-
หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนแออัด
-
ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลหลังไปสัมผัสสิ่งของต่างๆ
-
มีหน้ากากอนามัยพกติดตัวเพื่อสวมใส่หากอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นไข้หวัด
-
เช็ดทำความสะอาดบริเวณพิ้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์ ก๊อกน้ำ ด้วยน้ำสบู่ น้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป
-
ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
(2.2). “ท่านกำลังมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่
-
ควรลาหยุดงาน หยุดเรียนและพักอยู่กับบ้าน ไม่ควรออกไปในที่ชุมชน
-
สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัวและผู้อื่น
-
ปิดปากปิดจมูกทุกครั้งที่ไอจามด้วยกระดาษทิชชู่แล้วทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด
-
ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล
-
ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น
-
แยกห้องนอนและรับประทานอาหารแยกจากผู้อื่นหรือใช้ช้อนกลาง
-
ควรรีบไปพบแพทย์ เมื่อมีไข้สูงติดต่อกัน 2-3 วัน หรือทานยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น ร่วมกับมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอมาก รับประทานอาหารไม่ได้ หรือ มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
(2.3). ท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
-
กลุ่มเสี่ยง หมายถึง ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จนอาจเสียชีวิตได้ ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ/ผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี/สตรีมีครรภ์/ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคอ้วน ไตวายเรื้อรัง ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคปอด ถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ)
-
ควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการไข้หวัดใหญ่
(3). ผู้ที่เป็นโรคนี้มีอันตรายหรือไม่?
-
โรคนี้เหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปที่ คนเป็นส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้วมีอาการไม่รุนแรง หายเองได้ด้วยการรักษาตามอาการ พักผ่อนให้เพียงพอ
-
ในรายที่มีอาการรุนแรง หากไปพบแพทย์ในช่วง 2-3 วันแรก สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยาต้านไวรัสเป็นแบบผู้ป่วยนอก มีบางรายต้องรับไว้เป็นผู้ป่วยในเพราะอ่อนเพลียมาก
-
ในรายที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
-
จากข้อมูลทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเข้ามารับการรักษาค่อนข้างช้า
(4). โรคนี้มีวัคซีนป้องกันหรือไม่?
-
ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คาดว่า อาจมีวัคซีนที่ป้องกันโรคนี้ได้ในราวเดือนตุลาคม 2552
-
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันใช้สำหรับป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีระบาดตามฤดูกาลเท่านั้น
หากท่านมีข้อสงสัย ท่านสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรค โทร. 0-2590-3333 หรือ ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-1994 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอขอบคุณครับ.............