ขณะที่ข้าพเจ้านั่งฟังการถอดบทเรียนจากตัวแทนคณะทำงาน R2R ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและคัดเลือกผลงาน R2R ดีเด่นในแต่ละระดับนั้น ตำแหน่งที่ข้าพเจ้านั่งอยู่นั้นอยู่แถวหลังสุด ที่อาศัยการนั่งฟังและนั่งดูผ่านจอมอนิเตอร์ ข้าพเจ้าเลือกนั่งตำแหน่งนี้เพราะไม่อึดอัดดี และที่สำคัญคือ ใกล้ลำโพงเพราะอาศัยการบันทึกเสียงไว้ด้วย .... เพราะเป็นกระบวนการทำ R2R ที่ดำเนินรายการโดยท่านศ.นพ.วิจารณ์ พานิช
ขณะนั้นหญิงสาวที่ตลอดสองวันที่ข้าพเจ้าร่วมอยู่ในงานได้เห็นภาพการนั่งอยู่บนรถเข็ญพร้อมมีคนที่คอยเข็ญเธอไปตามส่วนต่างๆ ของงาน แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ทักถามและสนทนาด้วยความตั้งใจ แต่เวลานี้ เหมาะ...ผู้คนในห้องประชุมเริ่มบางตา หากว่าข้าพเจ้าไม่ได้ทักถามเธอในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าโอกาสเช่นนี้จะมาเยือนข้าพเจ้าอีกหรือไม่

เธอ...คือ น้องเอิร์ธ...หรือคุณณธกมล รุ่งทิม ผู้จัดการศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ
ผู้ที่ต้องมานั่งรถเข็ญโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เนื่องด้วยถูกสภาวะคุกคามจากโรคร้ายที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย และส่งผลให้เกิดการเข้าไปทำร้ายไขสันหลัง เป็นเหตุส่งผลให้เกิดสภาวะที่เป็นดั่งที่เห็น ณ เบื้องหน้าข้าพเจ้าเอง...คือ การใช้ชีวิตผ่านการเคลื่อนไหวบนรถเข็ญ...
น้องเอิร์ธไม่ใช่บุคลากรทางด้านสาธารณสุขใดใดทั้งสิ้น ...
แต่น้องเอิร์ธ...เป็นบุคคลที่คอยได้รับผลจากการบริการทางด้านสาธารณสุข แต่เราไม่ได้คุยกันในประเด็นนี้ ข้าพเจ้ากลับสนใจว่าสาเหตุอะไรหรือแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้เธอได้เข้ามาร่วมในงานนี้ เธอได้บอกเล่าต่อข้าพเจ้าว่า...“อยากรู้ว่า R2R คือ อะไร หนูเชื่อว่า ... หนูจะได้พบกับคำตอบของการนำไปสู่การทำงานในด้านคนพิการ”
“หนูทำหน้าที่ในการ empowerment เพื่อนผู้พิการด้วยกัน เรามีคำถามสงสัยมากมายต่อกระบวนการทำงาน...ลึกๆ เท่าที่หนูได้ข้อมูลมานั้น หนูรู้สึกว่ามางานนี้จะได้คำตอบต่อตนเอง ในการทำงานผลักดันให้เกิดการพัฒนาในคนพิการ”
“หนูไม่อยากรอให้เพียงแค่เจ้าหน้าที่มาทำอะไรให้ แต่ถ้าเราได้ลุกขึ้นมาทำอะไรที่เป็นงานของเรา ด้วยตัวเราเองนั้น หนูเชื่อว่าจะเกิดคุณค่าอย่างมาก แล้วพอได้มาหนูได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยค่ะ...มันทำให้หนูอยากกลับไปทำอะไรอีกมากมาย”
“อาจารย์คิดดูนะว่า... ความท้าทายอย่างหนึ่งที่หนูได้เจอจากการทำงาน คือ การทำงานกับคนที่ไม่รู้หนังสือและยังพิการด้วย แต่หนูจะ emporwer พวกเขาเหล่านั้นอย่างไรให้เขาได้ลุกขึ้นมาทำงาน และทำงานอย่างมีคุณค่าต่อตนเอง โดยที่ไม่ต้องรอการป้อนให้ของบุคคลอื่น”...
บทสนทนาและคำบอกเหล่าของน้องเอิร์ธทำให้ข้าพเจ้าละความสนใจจากเวที แววตา น้ำเสียง ที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของการอยากทำงาน และนำกระบวนการที่เป็นวิจัยนี้มาสู่การพัฒนางานประจำที่ตนเองทำ น้องเอิร์ธรูปร่างผอมเล็กบาง เวลาที่เธอเขียนอะไรบางอย่างลงไปในสมุดโน้ตของข้าพเจ้า เธอต้องใช้มือทั้งสองข้างพยุงปากกาในการเขียน...ขณะที่การเคลื่อนไหวในการทำสิ่งต่างๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พลังชีวิตของน้องเอิรธลดลงเลย แววตาแห่งความมุ่งมั่นที่ทำงานให้กับคนพิการ...มีมากมาย ข้าพเจ้าถามว่ามีหน่วยงานเชิญเธอเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้
“หนูจ่ายเงินมาเองค่ะพี่”....
แล้วคนทำงานที่มีความสมบูรณ์แห่งร่างกายมากมายที่ซุกอยู่ตามมุมการทำงานต่างๆ ในประเทศ...หายไปไหน... แต่นี่เธอเป็นเพียงพลเมืองที่อาสามาทำงานให้กับคนพิการทางร่างกายด้วยกัน และสนใจนำกระบวนการทำ R2R มาใช้การขับเคลื่อนและ empoermennt งานของตนเอง
เป็นความยิ่งใหญ่ทางจิตใจ...
ข้าพเจ้าพูดต่อเธอและเพื่อนที่มาด้วยกันสองท่านว่า... “น้องเอิร์ธไม่ได้พิการ การที่ขา แขน และมือใช้การไม่ได้ นั่นน่ะก็เป็นเพียงแค่เครื่องจักรกลบกพร่องไปเท่านั้นเอง แต่พลังแห่งจิตวิญญาณและหัวใจแห่งความมุ่งมั่นต่อการงานของเธอสมบูรณ์อย่างยิ่ง พลังความคิดพลังจิตใจของเธอมีมากกว่าคนหน้างานที่ยอมจำนนกักขังตนเองไว้ในงานประจำอันหน้าเบื่อหน่ายเท่านั้นเอง”
น้องเอิร์ธ...เธอยังบอกต่อข้าพเจ้าว่า...
“หนูมีเครือข่ายที่หนูสามารถเชื่อมโยง ประสานและจัดการความรู้ได้ซึ่งเป็นผู้พิการด้วยกันมีมากมายหลายคนที่จบทั้งปริญญาโท ปริญญาเอก...มีมากมายที่ทำให้หนูสามารถทำงานสานฝันเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาในงานที่หนูทำเพื่อคนพิการนี้ได้”
ขณะที่ห้องประชุมปรบมือให้กับ....ทางเวทีที่อยู่เบื้องหลังข้าพเจ้านั้น
แต่เสียงชื่นชมในหัวใจของข้าพเจ้ากลับดังกลบเสียงในห้องประชุมนั้น ... หัวใจของข้าพเจ้าได้ปรบมือพร้อมส่งเสียงสนับสนุนให้เธอได้ลุกขึ้นมาทำงานประจำของเธอ ให้เต็มที่อย่างมีคุณค่าและมีความหมาย...
นี่คือ กำไรที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากงานมหกรรม R2R ครั้งนี้...เป็นกำไรที่มีเหตุแห่งปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้มาเจอบุคคลที่คิดนอกกรอบ และอยากลุกขึ้นมาพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย...ด้วยตัวของเขาเอง โดยที่ไม่ได้มองถึงว่าความพิการจะเป็นปัญหาและอุปสรรคใดใด...แต่มีใจที่ตั้งเป้าไปเพียงแค่ว่า “เพื่อนผู้ที่ประสบกับความพิการเช่นดั่งเธอ”ได้รับสิ่งดีดีที่มาจากผู้ที่มีความเข้าใจในกันและกันเป็นผู้ลุกขึ้นพัฒนางานด้วยตัวเอง
น้องเอิร์ธทิ้งท้ายว่า...การได้มาที่นี่ทำให้เธอได้ตั้งคำถามในการเริ่มต้นการทำวิจัยได้อย่างมากมายเลย เพราะเธอได้เข้าไปฝึกการตั้งคำถามในห้องการเรียนรู้จากทีมของ อ.หมอเชิดชัย และ อ.หมออัครินทร์....นั่นเอง

เรื่องเล่าประทับใจในงาน R2R
๑๘ กค ๕๒
ปอยก็ได้รับกำลังใจและพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่จากเอริ์ธ เหมือนกัน เราไม่ใช้คนพิการ แต่เป็นประชากรโลก ที่มีอุปกรณ์ทางกายแตกต่างไปจากคนอื่น นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็ยังมีพลังที่จะขับเคลื่อนให้สังคมโลกดำรงอยู่ได้ เป็นส่วนเติมเต็มของสังคม ไม่ใช่ความแตกต่างแต่เป็นความหลากหลายค่ะ
เห็นด้วยค่ะ...
น้องเอิร์ธเธอมีพลังที่ยิ่งใหญ่...มาก
การที่เธอเข้ามาร่วมในงานมหกรรม R2R ครั้งที่ 2 นี้ คือ สิ่งประจักษ์ให้เห็นว่า เธอมุ่งมั่นต่อหนทางของการทำงานของเธอเพียงไร...
หากว่า "คนหน้างาน" ที่ทำงานอย่างมีความพร้อมในด้านต่างๆ ได้มาสัมผัสแรงใจจากน้องเอิร์ธ เชื่อว่า...เขาและเธอเหล่านั้นจะได้รับแรงใจอย่างมากมายที่จะกลับไปขับเคลื่อนและพัฒนางานประจำของตนเอง...อย่างเปี่ยมด้วยใจแห่ง "ความหวังและพลังชีวิต"
พี่เอิร์ธเก่งจิงๆค่ะ