ตอนที่ ๑ 


ตอนที่ ๒

 

          คุณนวลวรรณเตรียมเอกสารนี้ไว้ให้อ่าน  

          ผมมองว่า การศึกษาข้ามพรมแดนมี ๒ แบบ   คือแบบเป็นทางการ มีการให้เครดิต หรือให้ปริญญา   กับแบบไม่เป็นทางการ นักศึกษาหรือผู้เรียนรู้จัดให้ตัวเอง   แต่ประเทศหรือสังคมก็มีระบบช่วยอำนวยความสะดวก   และมีระบบ capture หรือ capitalize ความรู้เหล่านั้น ออกสู่สังคมวงกว้างด้วย 

          มองมุมหนึ่ง มันมีส่วนของ edutainment / edutour อยู่ด้วย    แต่เราต้องมีวิธีทำให้มีส่วนที่เกิดการเรียนรู้ชนิดเอาไปสร้างสรรค์ต่อยอดได้   ไม่ใช่แค่เอาสนุกอย่างเดียว

          เอกสารนี้ทำให้ผมปิ๊งแว้บว่า   ควรเอาประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้ มาเป็นประเด็นการประชุมวิชาการอุดมศึกษาประจำปี ๒๕๕๓ และปีต่อๆ ไป    โดยจัดให้มีทั้งการบรรยายนำ นำเสนอหลักการหรือทฤษฎี   แล้วมีห้องย่อยนำเสนอ Best Practice ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ มีอยู่แล้ว    ตามด้วย comment ว่าเราควรจัดระบบส่งเสริมอย่างไร

          ในส่วนการนำเสนอหลักการหรือทฤษฎี เราอาจขอความร่วมมือจาก UNESCO หรือมิตรประเทศ ให้สนับสนุน expert ที่เราเลือก ให้มาเป็น keynote speaker    และอาจจัด satellite workshop เลือกเอาเฉพาะผู้เกี่ยวข้องจริงๆ มาระดมความคิดและวางแผนขับเคลื่อน   ใช้เวลาสัก ๒ – ๓ วัน   ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์มาก

          ข้างบนนั้น ผมพิมพ์ก่อนเข้าร่วมประชุม   แต่เมื่อเข้าประชุม ก็เกิดความรู้เพิ่มขึ้นอีกมาก

วิจารณ์ พานิช
๖ ก.ค. ๕๒