มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งหาทางจัดระบบระเบียบการวิจัยโดยการออกระเบียบครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยแบบรับบริการวิชาการ    ให้อยู่ภายใต้ระเบียบเดียวกัน    ให้ต้องจ่ายเงินเปอร์เซ็นต์ให้แก่มหาวิทยาลัย    กรรมการสภาช่วยกันออกมาห้ามเสียงหลง    ว่าจะมีผลทำให้ปิดกั้นความก้าวหน้าไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย 


          โดยทั่วไปในมหาวิทยาลัย ใช้คำว่า “วิจัย” ในความหมายที่กว้าง ครอบคลุมกิจกรรมหลากหลายอย่าง    มีคำว่า “รับทำวิจัย” คือมีหน่วยงานภายนอก ซึ่งอาจเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานธุรกิจเอกชน ว่าจ้างให้ทำวิจัยเพื่อเอาผลวิจัยไปใช้งาน    งานแบบนี้เป็นการรับจ้างทำวิจัย ใกล้เข้าไปทางรับให้บริการวิชาการ เป็น contract research    แตกต่างจากงานวิจัยแบบที่เป็นการวิจัยพื้นฐาน   แหล่งทุนเขาประกาศให้เสนอโครงการวิจัยแบบที่เรียกว่า researcher-initiated project เพื่อสร้างความรู้ใหม่และนำผลไปตีพิมพ์ ทำชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย ในด้านจำนวน publication และ impact factor   ทุนวิจัยแบบนี้เป็น grant ไม่ใช่การว่าจ้าง  


          การจัดการงานวิจัยแบบ contract research  กับงานวิจัยแบบรับ grant ต้องแตกต่างกัน  


          มีผู้กล่าวว่า แบบแรกเป็นการวิจัยเพื่อหาเงิน   แบบหลังเป็นการวิจัยแบบยอมเสียเงินหรือควักเนื้อ


          บางมหาวิทยาลัย ผู้บริหารเจรจากับอาจารย์ในหลายภาควิชา/คณะ เพื่อสร้างทีมวิจัย   มีการลงทุนให้ปีละ x ล้านบาท    โดยมีข้อตกลงว่า ทีมวิจัยจะต้องหาทุนจากภายนอกเข้ามาทำวิจัย (ไม่ใช่เข้ามาให้มหาวิทยาลัย)  2-3 x ล้านบาท    จะต้องผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารที่มี impact factor y เรื่อง    จะต้องผลิตบัณฑิตปริญญาเอก z คน   รวมทั้งผลงานวิชาการอื่นๆ   จะเห็นว่า มหาวิทยาลัยมุ่งสร้างผลงานวิจัยเชิงวิชาการ ไม่ใช่หาเงินจากงานวิจัยเชิงวิชาการ


          แต่สำหรับงานวิจัยเชิงบริการวิชาการ แตกต่างกัน    งานแบบนี้เป้าหมายโดยตรงคือรายได้ ประสบการณ์ และความเชื่อมโยงเป็นพันธมิตรกับ “ลูกค้า”   ถ้าจะมีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ก็ถือเป็นผลพลอยได้


          ที่จริงงานวิจัยทั้ง ๒ แบบ มีคุณค่าต่อมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น   แต่จะต้องอย่าเอามาปนกัน   อย่าสับสน    ต้องจัดการแตกต่างกัน   และให้คุณค่าแตกต่างกัน


          แบบแรก (วิจัยหาเงิน) นับคุณค่าที่จำนวนเงินที่หาเข้ามหาวิทยาลัยได้    นับที่การมีสัมพันธ์ที่ดี สร้างความเชื่อถือต่อลูกค้า


          แบบหลัง (วิจัยเสียเงิน) นับคุณค่าที่ publication, impact factor, บัณฑิตปริญญาเอก, การมีความร่วมมือวิจัยกับสถาบันที่มีชื่อเสียง, ฯลฯ  

วิจารณ์ พานิช
๒๗ มิ.ย. ๕๒