เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เปรียบเสมือนกับห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องเปลี่ยนเพราะว่าระบบการเรียนการสอนที่บรรจุให้ผู้เรียนอย่างหลากหลาย ตามใจ แนวทางหนึ่งที่ผมดำเนินการอยู่ก็คือ การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชน รวบรวม นอกจากนั้นแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่ก้าวหน้ามีเว็บไซต์ ข้อมูลต่าง ๆ สนใจอ่านเพิ่มเติมและดูภาพประกอบได้จาก http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2008/06/24/entry-1
ของผู้เรียน ที่พร้อมด้วยระบบนิเวศทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม การจัดการเรียนรู้ที่ใช้
ชุมชนเป็นฐานของการเรียนรู้จึงยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและไม่เคยตกยุค ตกสมัย เพียงแต่...วันนี้
อาจปรับเปลี่ยนไปบ้างตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ของคนจัดที่วิเคราะห์ว่าสอดคล้องกับผู้เรียน......แม้ว่าจะมีความพยายามหลอมรวมบูรณาการ
ให้เป็นเนื้อเดียวกันก็ตาม โดยเฉพาะระบบการเรียนจัดเป็น 8 กลุ่มสาระวิชาที่ทำให้เกิดความ
เป็นสัดส่วนในการจัดการของตนเอง ไม่สะดวกในการพานักเรียนไปเรียนรู้โดยครูเป็นผู้พาไป
ในทุกครั้งทุกกลุ่ม อาจต้องกินเวลาในรายวิชาอื่น ๆ เป็นความยุ่งยากในการจัดการมากทีเดียว
สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ และยังไม่นับรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่กำลังเพิ่มขึ้นในยุคน้ำมันแพง
แบบนี้
แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วทำหนังสือติดต่อขอความอนุเคราะห์ให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ในราย
วิชาต่าง ๆ มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเองร่วมกันเป็นหมู่คณะ หรือไปเรียนรู้ร่วมกับครอบ
ครัวในโอกาสต่าง ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี
ให้นักเรียนสามารถสืบค้นได้อีกด้วย.....เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างนี้ กระบวนการจัดการ
เรียนรู้ก็คงต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ครับก็เป็นนวัตกรรมเล็ก ๆ ของการเปลี่ยนแปลงที่
อยากเล่าให้ฟังกัน......
แหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน เป็นเรื่องที่เรามักจะหลงลืมกันไปครับ ถ้าเด็กได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน จะทำให้ความเป็นชุมชนนั้นค่อยๆมีพลังขึ้นมาครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ