เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าแหล่งเรียนรู้ในชุมชน  เปรียบเสมือนกับห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่
ของผู้เรียน  ที่พร้อมด้วยระบบนิเวศทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม   การจัดการเรียนรู้ที่ใช้
ชุมชนเป็นฐานของการเรียนรู้จึงยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและไม่เคยตกยุค ตกสมัย  เพียงแต่...วันนี้
อาจปรับเปลี่ยนไปบ้างตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

         ที่ต้องเปลี่ยนเพราะว่าระบบการเรียนการสอนที่บรรจุให้ผู้เรียนอย่างหลากหลาย  ตามใจ
ของคนจัดที่วิเคราะห์ว่าสอดคล้องกับผู้เรียน......แม้ว่าจะมีความพยายามหลอมรวมบูรณาการ
ให้เป็นเนื้อเดียวกันก็ตาม   โดยเฉพาะระบบการเรียนจัดเป็นกลุ่มสาระวิชาที่ทำให้เกิดความ
เป็นสัดส่วนในการจัดการของตนเอง  ไม่สะดวกในการพานักเรียนไปเรียนรู้โดยครูเป็นผู้พาไป
ในทุกครั้งทุกกลุ่ม  อาจต้องกินเวลาในรายวิชาอื่น ๆ เป็นความยุ่งยากในการจัดการมากทีเดียว
สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่   และยังไม่นับรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่กำลังเพิ่มขึ้นในยุคน้ำมันแพง
แบบนี้

         แนวทางหนึ่งที่ผมดำเนินการอยู่ก็คือ  การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของชุมชน  รวบรวม
แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ  แล้วทำหนังสือติดต่อขอความอนุเคราะห์ให้เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ในราย
วิชาต่าง ๆ  มอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาเองร่วมกันเป็นหมู่คณะ   หรือไปเรียนรู้ร่วมกับครอบ
ครัวในโอกาสต่าง ๆ  ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี

        นอกจากนั้นแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่ก้าวหน้ามีเว็บไซต์ ข้อมูลต่าง ๆ
ให้นักเรียนสามารถสืบค้นได้อีกด้วย.....เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างนี้  กระบวนการจัดการ
เรียนรู้ก็คงต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย     ครับก็เป็นนวัตกรรมเล็ก ๆ  ของการเปลี่ยนแปลงที่
อยากเล่าให้ฟังกัน......

        สนใจอ่านเพิ่มเติมและดูภาพประกอบได้จาก

http://www.oknation.net/blog/krunoppol/2008/06/24/entry-1