ชื่อเรื่อง   พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ตำบลคูบัว

                     อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

ชื่อผู้วิจัย                  ดร.มณฑาทิพย์  ไชยศักดิ์                          ผู้อำนวยการ ระดับสูง

                                นายวรเดช   ช้างแก้ว                                 พยาบาลวิชาชีพ   ชำนาญการพิเศษ

นางชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้                       พยาบาลวิชาชีพ   ชำนาญการพิเศษ

                                นางเพ็ญจมาศ  คำธนะ                              พยาบาลวิชาชีพ   ชำนาญการพิเศษ                                                      

                                ดร.บำเพ็ญ      พงศ์เพชรดิถ                   พยาบาลวิชาชีพ   ชำนาญการพิเศษ

                                 นางพิสมัย   อานัญจวณิชย์                        พยาบาลวิชาชีพ   ชำนาญการพิเศษ

นางเพ็ญศรี  เมาระพงษ์                             นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยเรื่องนี้  วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะสุขภาพ  และพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริโภคอาหาร  การออกกำลังกายและการบริหารยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ประชากรได้แก่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงของตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี  จำนวน  297  คน โดยศึกษาในประเด็นเรื่อง พฤติกรรมการดูแลตนเองและระบบการบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ดูแล  ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ  ผู้นำชุมชน รวม 83 ราย   เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน เมษายน  2550 - พฤษภาคม  2551  วิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ความถี่และร้อยละ สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

            ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่เพศหญิง ร้อยละ 77.8  สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 67.4 ช่วยอายุที่พบมากที่สุดคือ 61-70 ปี  ร้อยละ  29.4  ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ประถมศึกษาปีที่ 4 ร้อยละ 73.8 อาชีพรับจ้าง ร้อยละ 20.5 ด้านสภาวะสุขภาพพบว่า ดัชนีมวลกาย อ้วนระดับ 1  ร้อยละ 28.8  อ้วนระดับ 2 ร้อยละ 7.6  สภาวะสุขภาพไม่แข็งแรง ร้อยละ 52.7   รสชาติอาหารที่ผู้ป่วยรับประทานคือรสเค็ม ร้อยละ 21.7   รับประทานอาหารประเภทแกงส้ม มากที่สุด ร้อยละ 34  รองลงมาคืออื่น ๆ เช่น ข้าวขาหมู ต้มจืด ผัดผัก ร้อยละ 27  ใช้น้ำมันปาล์ม ร้อยละ 29.6  สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้ออาหารบริโภคมากที่สุดคือความชอบ ร้อยละ 51.3 พฤติกรรมการบริโภคที่ปฏิบัติเป็นประจำและบ่อยมากที่สุดคือดื่มนมที่มีไขมันและรสหวานมาก ร้อยละ 28.7  และ 27.7 ตามลำดับ  ด้านความรู้ ความเข้าใจพบว่าผู้ป่วยบอกสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง อาการและอาการแทรกซ้อนรวมทั้งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้  พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการออกกำลังกาย ผู้ป่วยเชื่อว่าการออกกำลังกายทำให้ความดันโลหิตลดลงและให้ความหมายของการออกกำลังกายว่าเป็นการทำงาน  ด้านพฤติกรรมการบริหารยาพบว่า ผู้ดูแลมีส่วนสนับสนุนให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ถ้ารายใดอยู่คนเดียวหรืออายุมาก หลงลืมจะพบปัญหาการรับประทานยาไม่ต่อเนื่องและรับประทานยาผิดๆ ผู้ป่วยปรับขนาดและเวลาในการรับประทานยาด้วยตนเอง                  ผู้ให้บริการด้านสุขภาพให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโดยเน้นให้รับประทานอาหารรสไม่เค็ม ลดอาหารมัน  ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียด รับประทานยาตามแผนการรักษา ข้อเสนอแนะการสนับสนุนให้ผู้ป่วย ควบคุมระดับความดันโลหิตของตนให้ได้ ต้องเน้นสร้างความเข้าใจเรื่องความสำคัญของยาและเลี่ยงอาหารรสเค็ม  ด้วยการอธิบายโดยให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีเป้าหมายและเกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติ ด้านการออกกำลังกายนั้น จะต้องสร้างความเข้าใจว่าการออกกำลังกายกับการเคลื่อนไหวร่างกายให้ประโยชน์ที่เหมือนและต่างกันอย่างไรเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ป่วยตัดสินใจเลือกปฏิบัติ