ชื่อเรื่อง  พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตำบลคูบัว จังหวัดราชบุรี   

ชื่อผู้วิจัย

                              นางชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้     พยาบาลวิชาชีพ   8

                        นางพเยาว์      วระราโภ                     นักวิชาการสาธารณสุข 7

                        นางกัลยา         ศรีมหันต์       พยาบาลวิชาชีพ      8

            นางพาณี         คงเพ็ชรดิษฐ์   พยาบาลวิชาชีพ      8

นางสาวรุ่งทิพย์  ไชโยยิ่งยงค์    พยาบาลวิชาชีพ      7

                        นางกรรณิการ์  ภาวะไพบูลย์     พยาบาลวิชาชีพ 6

                        นางนลพรรษ  ชิ้นปิ่นเกลียว      นักวิชาการสาธารณสุข 5

                        นางจีรภา         หลิจินตะ       เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข 5

            น.ส.สาวิตรี      เกตุแก้ว         พยาบาลวิชาชีพ      4

            น.ส.วรรษา      จำปาศรี         พยาบาลวิชาชีพ      3

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยเรื่องนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาและสภาวะสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริโภคอาหาร การออกกำลังกายและการบริหารยาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน  ประชากรคือผู้ป่วยโรคเบาหวานของตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี  เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง  คือผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สมัครใจและเต็มใจเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้  รวมทั้งผู้ดูแลผู้ป่วย  ผู้ให้บริการด้านสุขภาพและผู้นำชุมชน  รวมทั้งสิ้น  83  ราย   เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน  สภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ได้นำมาจากของชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้และคณะ ( 2550) ซึ่งผ่านการหาค่าความเที่ยงได้เท่ากับ .8744  สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วย ผู้ดูแล    ผู้ให้บริการสุขภาพ ผู้ประกอบการและผู้นำชุมชน ด้วยวิธีการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึก เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน เมษายน  2550 - พฤษภาคม  2551  ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล สภาวะสุขภาพ พฤติกรรมการบริโภค วิเคราะห์ด้วยร้อยละ สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

            ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่เพศหญิงร้อยละ 65.7 สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 65.2 ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคืออายุ 51-55 ปี และ 56-60 ปี พบเท่ากันร้อยละ 19.4 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ ป.4 ร้อยละ 68.9 อาชีพรับจ้าง ร้อยละ 38.6 สภาวะสุขภาพไม่แข็งแรง ร้อยละ 55.7 พฤติกรรมการบริโภคที่ปฏิบัติเป็นประจำมากที่สุดคือการรับประทานแกงกะทิ ขนมใส่กะทิ ร้อยละ 57.1  ด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานพบว่าผู้ป่วยบอกได้ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุ อาการและอาการแทรกซ้อนของโรค รวมทั้งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง  สำหรับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริโภคอาหาร  พบว่าไม่ควบคุมหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้น้ำตาลสูง รับประทานตามความชอบและความเคยชิน ด้านการออกกำลังกายพบว่าผู้ป่วยให้ความหมายของการทำงานหรือการเคลื่อนไหวร่างกายคือการออกกำลังกาย  ขาดสถานที่และผู้นำในการออกกำลังกาย  พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริหารยาพบว่าผู้ป่วยปรับขนาดยาเองและเวลาในการรับประทานยาด้วยตนเอง รวมทั้งลืมรับประทานยาโดยเฉพาะยาหลังอาหารเย็น ด้านการให้ยาแก่ผู้ป่วยพบว่าผู้ให้บริการด้านสุขภาพยังขาดการให้คำแนะนำหรือให้เหตุผลหรือรับฟังปัญหาของผู้รับบริการ ทำให้ผู้รับบริการค้นหาวิธีการดูแลด้วยตนเอง ผู้วิจัยเสนอแนะว่าการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ต้องเน้นเรื่องความหมายและผลของการออกกำลังกาย  ผลกระทบของการปรับขนาดและเวลาในการรับประทานยา กลไกการออกฤทธิ์ของยาลดระดับน้ำตาล และการเลือกบริโภคอาหารที่สอดคล้องกับโรคของผู้ป่วย