สงสัยมานานแล้วกับความรู้สึกที่หงุดหงิดใจ...ใครเป็นผู้รู้...หรือเป็นผู้ตรวจผลงานวิชาการ...และนักวิชาเกินทั้งหลาย..ช่วยบอกคำจำกัดความระหว่าง......รายงานการใช้นวัตกรรม กับ รายงานวิจัย ที่หลาย ๆ คน หลาย ๆ ท่านกำลังทำอย่างก้มหน้าก้มตาเพื่อผลิตผลงานในการเพิ่มวิทยฐานะของตนเอง.....ทำไมเงื่อนไข...การส่งผลงานเขาจึงให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง(ชำนาญการพิเศษ)....ทำไมผู้ให้ความรู้ในการอบรมจึงบอกว่าเวลาเขียนมันไม่เหมือนกันแต่ขอให้อิงการเขียนแบบห้าบทเหมือนกัน....ซึ่งขัดกับที่มวลสมาชิกที่ส่งผลงานต่างบอกว่า...คนตรวจใช้เกณฑ์การเขียนงานวิจัยมาจับ...ในการเขียนรายงานคุณจึงต้องแม่นและทำตามหลักการทฤษฎีของงานวิจัย....แล้วทำไม...ทำไมไม่บอกให้เขียนเป็นงานวิจัยไปเลย ...ทำไมต้องแยกเป็นสองประเด็นให้เลือก...
สำหรับวิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ ....เน้นผลงานที่เป็นรายงานการใช้ฯ 1 รายการ
ส่วนวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ต้องทำทั้ง รายงานการใช้นวัตกรรม และรายงานวิจัย ทั้ง 2 รายการ
.....ที่เขียนเรื่องเล่าเช้าวานนี้ เกี่ยวกับผลงานวิชาการในสองรูปแบบนี้ เพราะมันอยากรู้ มันมีข้อสงสัยว่า หากมีความแตกต่างจริงแล้วเวลาตรวจผลงาน ผู้ตรวจอันทรงเกียรติและทรงภูมิรู้เขาแยกประเด็นออกหรือเปล่าว่า ความเหมือนกับความแตกต่าง มันอยู่ตรงไหน หากเหมาจ่ายว่าคุณต้องทำตามใจฉัน ที่เป็นผู้รู้ ฉันก็ขอใช้เกณฑ์ของงานวิจัย มาจับการทำรายงานการใช้นวัตกรรมทั้งหมดแล้ว ก็เชื่อว่ามันไม่น่าจะมีความแตกต่างใด ๆ เลย....ทุกวันนี้ก็ยังเชื่อว่า...บนความเหมือนมันต้องมีความแตกต่างอยู่....
ย้อนกลับมาที่ความเชื่อ(ไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิด เพราะด้อยประสบการณ์) เชื่อว่า รายงานการใช้ฯ น่าจะเขียนจากสิ่งที่ทำ ที่ใช้นวัตกรรมแล้วเกิดผลดี มีประโยชน์ มีหลักการที่น่าเชื่อถือบ้าง จึงไม่น่าจะเน้นรูปแบบที่ตายตัวในการแสดงถึงกระบวนการที่ได้มาซึ่งนวัตกรรม แต่น่าจะดูขั้นตอน กลวิธี และผลของงานที่เกิดแก้เด็ก และแนวคิดใหม่ ๆ ที่ได้รับในแต่ละขั้นตอนที่มากกว่ากรอบโครงสร้างความถูกผิดของระบบงานวิจัย...ที่ต้องใช้รูปแบบที่เป็นสากล มีความแม่นยำในการอ้างอิงและแสดงถึงภูมิรู้ในแนวของนักวิชาการ โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ที่ต้องการการยอมรับในขั้นเทพ....จึงเชื่อว่ามันต้องมีความแตกต่างบนความเหมือนบ้าง...
หากเป็นเช่นนี้...ผู้อ่านผลงานวิชาการทั้งหลาย...ที่ทำให้เขาตก เพราะคิดว่า งานเขียนผลงานวิชาการ ที่นำเสนอในรูปแบบ รายงานการใช้นวัตกรรมของมวลสมาชิกที่ส่งไปแล้วไม่มีคุณภาพ โดยตั้งประเด็นว่า...ขั้นตอน/กระบวนการวิจัยไม่ถูกต้อง...รูปแบบรูปเล่มไม่เป็ระบบ ก็เห็นควรน่าจะให้โอกาสในความแปลกใหม่ ยกเว้นการลอกผลงานคนอื่นเขามาส่งหรือการจ้างวานให้คนอื่นเขาทำนะขอรับ...(ผลงานที่ดีเลิศย่อมเกิดจากความเชี่ยวชาญงานเขียนขั้นมืออาชีพ จึงเป็นไปไม่ได้ว่าครูทุกคนที่ทำผลงานจะทำได้ระดับนั้นหมด...นอกจากจ้างวาน) เพราะแม้ว่าอาจด้อยในสายตาว่าผลงาน ไม่มีคุณค่าเชิงวิชาการ ขาดองค์ความรู้ด้านงานวิจัย...แต่นวัตกรรมนั้นในบริบทของเขาใช้แล้วเกิดผลได้จริงหรือเปล่า...
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการตรวจให้คะแนน ผู้อ่านหลายท่าน อิงกูไม่ใช่อิงเกณฑ์ เพราะกรอบการให้คะแนนเขากำหนดไว้แล้ว ในวฐ.6 ถ้าจำไม่ผิด มันจะบอกรายละเอียดการให้คะแนนอย่างชัดเจน ว่าพิมพ์ผิด/ความสำคัญ/ความถกต้อง/หรืออื่น ๆ มีน้ำหนักคะแนนเท่าใด หากทำแบบนั้น เชื่อว่า...หลาย ๆ ท่านที่ส่งผลงานคงผ่านกันมากกว่านี้....ถ้าไม่มีทิฐิเกินไปลองตรวจสอบได้เลย....จริงเปล่า!
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งเพราะว่า... โอ้ พระเจ้า เขาจะให้ผลงานอันด้อยค่าของเราตก....(อยากระบายความรู้สึก...แบบคนอยากได้เลื่อนวิทยฐานะบนพื้นฐานปัญญาอันน้อยนิด)...ก็ทำไปเถอะ สักวันคงมีโอกาสที่เป็นของเรา....ถ้าไม่เกษียณเสียก่อน...พ่อแม่พี่น้อง