การทำงานร่วมกับชุมชน, การมีส่วนร่วม, สุขภาพช่องปาก

ภาควิชาทันตกรรมเด็กและทันตกรรมป้องกัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้จัดการเรียนการสอนสาขาทันตสาธารณสุขและจัดโครงการให้นิสิตนักศึกษาได้มีโอกาสทำงานร่วมกับชุมชน และโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ปัญหาของชุมชนมีลักษณะซับซ้อนขึ้น ภาควิชาจึงมีแนวคิดที่จะปรับการเรียนการสอนให้เหมาะกับสภาพปัญหาของชุมชน โดยอาศัยแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นแนวคิดหลักในการวิจัยเพื่อค้นหาปัญหา สาเหตุ และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาชุมชนร่วมกับชุมชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สำหรับการทำงานร่วมกับชุมชนโดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็กในชุมชน ส่วนใหญ่พบว่าเด็กมีพฤติกรรมทันตสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งการพัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อให้เกืดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ  โดยงานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบแบบมีส่วนร่วม (Participatory Research) โดยศึกษาถึงปัญหาทันตสุขภาพและปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้อง มีการวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันพร้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมในการทำแผนแม่บท เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อชุมชนเองในการแก้ไขปัญหาของชุมชนและต่อสถาบันคือการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพชุมชน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมคือให้เกิดรูปแบบในการการเรียนรู้และเกิดกระบวนการต้นแบบในการพัฒนาทันตสุขภาพแบบมีส่วนร่วมต่อไป

ซึ่งโครงการวิจัยนี้มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ กรกฎาคม 2552 – มิถุนายน 2553 การวิจัยนี้ใช้เทคนิคที่พัฒนามาจากกระบวนการ AIC (Appreciation Influence Control ) คือการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม (Participatory Learning Development) โดยมีการระดมสมองร่วมกันของสมาชิกชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสัมภาษณ์บุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงโดยทีมวิจัยมีบทบาทในการกระตุ้นให้ชุมชนได้สะท้อนความคิดเห็นและความต้องการที่แท้จริงออกมาและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เกิดแนวทางในการทำงานร่วมกับชุมชนโดยที่ทีมวิจัยและชุมชนได้มีโอกาสเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนไปพร้อมๆกัน ทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ ชุมชนได้แผนพัฒนาชุมชนที่เกิดจากปัญหาความต้องการที่แท้จริงและคณะทันตแพทยศาสตร์ได้ใช้ข้อมูลในการปรับรูปแบบการเรียนการสอนและยังสามารถพัฒนาเป็นคู่มือ/บทเรียนในการพัฒนาทันตสุขภาพและการทำงานร่วมกับชุมชน และยังเป็นต้นแบบแก่มหาวิทยาลัยอื่นได้อีกด้วย