จะแก้ไขอย่างไรถ้าเด็กไม่กินผัก

ผักสำคัญอย่างไร ทำไม่ต้องกิน?

           เป็นที่ทราบกันดีว่าร่างกายที่แข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดีนั้น ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะตามวัย โดยเฉพาะกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่  ผักเป็นหนึ่งในอาหาร 5 หมู่ที่ให้สารอาหารสำคัญที่ดีโดยเฉพาะวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร โดยเฉพาะใยอาหารนี้นักโภชนาการให้ความสำคัญของใยอาหารมากขึ้น เพราะมีบทบาทในด้านสุขภาพด้วย เช่น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ดูดซึมและนำของเสียออกจากร่างกาย ลดปัญหาท้องผูก ให้พลังงานต่ำแลไม่ทำให้อ้วน

เมื่อลูกไม่กินผัก

            ปัญหาที่นำมาสู่การแก้ไขเมื่อลูกเริ่มกินอาหารได้ของพ่อแม่มีมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องไปจนเป็นผู้ใหญ่ และเป็นปัญหาคาใจของทุกครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใดสมัยใดก็ตาม ก็คือ "การปฏิเสธไม่กินผัก"

จะแก้ไขอย่างไรถ้าเด็กไม่กินผัก?

             พ่อแม่ควรสอนให้ลูกคุ้นเคยกับผัก โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อลูกได้รับอาหารเสริมตามวัย อาหารที่สำคัญของลูกในวัยทารกคือ "นมแม่" เมื่อลูกมีอายุมากขึ้น อาหารจะมีมากกว่านมแม่ นั้นคือ "อาหารตามวัย" ซึ่งลักษณะอาหารตามวัยอาจเริ่มด้วยข้าวบดที่อาจเป็นข้าวเปล่าผสมน้ำซุปไม่ปรุงรส เป็นการสอนให้ลูกรู้จักใช้ลิ้นควัดอาหารเข้าปากและการกลืนอาหาร แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนโดยผสมเนื้อสัตว์และผักบดลงไป เป็นการฝึกให้ลูกเรียนรู้อาหารชนิดต่าง ๆ และสามารถกินอาหารได้ทุกชนิดเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ในช่วงของการผสมผักลงในข้าวนั้นควรเลือกผักที่ทำให้สุกแล้วอ่อนนุ่ม ไม่มีใยอาหารมากนัก และควรผสมในปริมาณน้อย ๆ ก่อนเพื่อสังเกตการยอมรับของลูก ถ้าลูกรับได้ไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถเปลี่ยนชนิดของผักให้หลากหลาย เมื่อลูกโตก็จะเริ่มคุ้นกับผักเหล่านั้น

              เด็กไม่ชอบผักเพราะรสชาติที่ออกขมหรือมีกลิ่นแรง จึงต้องเลือกชนิดของผักให้ลูกด้วย เมื่อลูกโตขึ้นลักษณะผักที่ให้กินควรเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ หาผักที่มีสีสวย ๆ และไม่แข็งมากนัก เช่น แตงกวา แครอต ถั่วฝักยาว ในรายการอาหารประจำวันของลูก แม่ควรกำหนดให้มีผักบางชนิดรวมอยู่ด้วย โดยทำให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่น ไข่ตุ๋น หรือไข่เจียว หั่นแครอตหรือผักทองเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็ก ๆ ผสมลงไป หรืออาจนำถั่วฝักยาว แตงกวา หรือมะเขือเทศ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำอาหารที่เด็กชอบ เพื่อให้เด็กคุ้นและกินผักได้มากขึ้น