เรื่องราวของผมเกิดขึ้นเมื่อผมยังเป็นเด็ก อายุเพียง 5 ขวบ หรือเพียงแค่เด็กชั้นอนุบาล 3 ผมถูกพ่อบังคับ (ความรู้สึกตอนนั้น) ให้ไปเรียนเปียโนที่โรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเพียงโรงเรียนดนตรีเล็กๆ ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าเป็นโรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ และต่อจากนี้ไป คือเรื่องราวของผมที่ได้จากการเรียนเปียโนครับ
ครั้งแรกที่ไปเรียนนั้น โน้ตตัวแรกที่ผมเล่นคือโน้ตตัว “โด” และเราก็เริ่มเรียนการอ่านโน้ต การอ่านโน้ตนั้นจะมีบรรทัดอยู่ 5 เส้น และบรรทัดน้อยๆ อีก ผมเรียนโดยเริ่มจากโน้ตมือขวา (กุญแจซอล) ต่อด้วยโน้ตมือซ้าย (กุญแจฟา) การเรียนทั้งสองอย่างนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราอ่านได้เราก็จะเล่นเพลงได้ และการเล่นเปียโนนั้นต้องเล่นสองมือไปพร้อมๆ กัน ผมกลับบ้านไปซ้อมทุกวันๆ ตามประสาเด็กที่กำลังเห่อของใหม่
การสอบดนตรี ผมต้องเล่นเพลงอย่างถูกต้องแม่นยำ 2-3 เพลง เล่นสเกล(การไล่บันได้เสียงของดนตรี)ต้องได้ทุกสเกล มี hearing ผู้คุมสอบจะเล่น melody มาแล้วให้เราเล่นตามจนจบ และ improvise เป็นการให้โน้ตกุญแจซอลมา แล้วให้เราใส่คอร์ดมือซ้ายให้สอดคล้องกับมือขวา ซึ่งสองอย่างหลัง ถือว่ายากพอสมควร ผมทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่นัก
ผมคิดว่าสิ่งที่วิเศษสำหรับโรงเรียนดนตรีคือการแสดง มีการจัดคอนเสิร์ตเล็กๆ ทั้งในโรงเรียนเองและก็โรงแรมด้วย ครั้งแรกที่ขึ้นไปนั้น ตื่นเต้นมาก มีทั้งผู้ปกครอง นักเรียน และครู จ้องมาที่เราเป็นจุดเดียว ตอนนั้นขาสั่น เล่นผิดๆ ถูกๆ ผมมีโอกาสได้ขึ้นเล่น 3-4 ครั้ง หลังจากแสดงเสร็จมีอาหารให้รับประทานกันจนเต็มอิ่ม ถือว่าคุ้มมากทีเดียว
เมื่อขึ้นมัธยมผมก็ห่างจากการซ้อมดนตรีมากขึ้น หายไปวันละนิดๆ จนไม่ได้ซ้อมเลยทีเดียว ห้องเรียนดนตรีจึงเป็นห้องซ้อมสำหรับผม พัฒนาการของผมตอนนั้นช้ามากๆ ปัจจุบันผมคิดว่า ถ้าตอนนั้นเราใส่ใจกับมันมากกว่านี้ เราคงไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก กลับมาคิดว่าเสียดายเวลา เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้ผมพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น ไม่ท้อถอยและก็ไม่ยอมแพ้ ผมเลิกเรียนดนตรีตอนขึ้นม.ปลาย เพราะใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องเรียนพิเศษ อ่านหนังสือ จึงขอหยุดเรื่องนี้ไปก่อน
มีคำๆ หนึ่งที่พ่อผมพูด เมื่อคราวที่ผมขอพ่อว่าไม่อยากเรียนดนตรีอีกแล้ว พ่อผมจึงพูดว่า “เลิกเรียนอะไรก็เลิกได้ แต่พ่อขออย่างหนึ่งคือเปียโน พ่อเชื่อว่าในอนาคตลูกตอบขอบคุณพ่อแน่” ซึ่งมันก็เป็นจริง ตอนนี้ผมสามารถเล่นดนตรีได้ ยามผมเหงา เศร้า หรือว่ามีความสุข ผมต้องขอบคุณพ่อผมจริงๆ ที่ส่งผมเรียน บังคับผมไม่ให้เลิกเรียน และให้กำลังใจผมเสมอมา
บันทึกเมื่อ 12 กันยายน 2552
ว๊าวว อยากเห็นนายก์เล่นเปียโนจัง
เล่นเพลงอะไรได้แล้วบ้าง หรือว่าเล่นเป็นงานอดิเรกเฉยๆ
เค้าไม่เคยจับเปียโนซักครั้งเลยอ่ะ ก๊ากกกกกกกก
ถ้าเทพแล้ว ก็มาสอนกันมั่งนะ โฮะๆๆ ^^
เอาคลิปเล่นเปียโนมาลงบ้างเน้อ อยากดู
ตั้งใจเรียนนะ สู้ๆๆๆ จารอดูจนกว่าจะเป็นหมอจ้า
สู้ๆๆนะ เป็นกำลังใจให้
เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นได้หลากหลายมาก
เป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะจริงๆนะ
อยากเล่นด้วยจังเลยครับ แต่ผมเล่นไม่ไป
ไว้ว่างๆ ก็สอนผมเล่นหน่อยนะครับ
อยากเล่นเป็นสุดๆอ่ะ เห็นนายเล่นเพราะมาก สู้ๆนะ
เขียนเล่าเรื่องน่าอ่านดีคุณ ณณณ
อ่านแล้วซึ้งอะ คิดถึงพ่อ TT
เค้าเองก็เคยเรียนดนตรีนะ ตอนนั้นเรียนเพราะอยากเรียนกะเพื่อน
แต่พ่อแม่เค้าก็สนับสนุกมากๆเลยย
แต่หลังๆเค้าก็ไม่ค่อยได้ไปซ้อม
ตอนนี้ลืมไปเยอะแระ
กะว่าว่างๆปิดเทอมจะกลับไปเรียนเหมือนกันหละ
อยากเล่นเปียนโนเป็นมากเลย
มาสอนเมย์บ้างซิ ^^
มีคนบอกว่าคุณเล่นเปียนโนเพราะหลายคนแล้วว
แต่ก่อนเมย์ไม่เคยสนใจคุณเล่นเลยนะ แต่ต่อไปคงต้องลองแอบฟังดูบ้างแล้วหละ
เป็นกำลังใจให้นะคุณ นศ.พ. กิตตินารถ เนติฤทธิ์
fighting!!!
ปล คอมเมนต์เยอะเกินคาดแหะ
เค้าก้อบ่นไปงั้นแหละ สุดท้ายก็อ่านเรื่องที่คุณเขียนจนจบอยู่ดี หะหะ
เจอกันพรุ่งนี้ :)
เสียดายที่นายก์เลิกเล่นก่อนเนอะ
ไม่งั้น โต๋อาจไม่ได้เกิด 555
สุดยอดมากๆเลยครับ
นศ.พ.กิตตินารถ
วันหลังสอนเรามั่งเน้ออ
เห็นด้วยอะ
ตอนเด็กๆพ่อเค้าก็ให้เรียนดนตรีไทยเหมือนกัน
แต่เค้าดื้อมากกกก
ไม่ตั้งใจเรียนสักอย่างเลย
สุดท้ายเล่นได้แค่ ขิม ระนาด
ละก็เป่าขลุ่ย
- -"
แต่พอโตมา ก็รู้อะว่า
ต้องขอบคุณพ่อจริงๆ
อื้ออออ จริงๆเลย
สู้ต่อไป นายก์
มาสอนเล่นคอร์ดหน่อยยยย
แยกประสาทไม่ออกซักที- -
ฝึกฝนไปเรื่อยๆ นะ แล้วเอามาสอนเพื่อนๆ