อยากรู้ดูตรงนี้

ถึงเวลาแล้วสำหรับการกลับมาซึ่งคุณธรรม จริยธรรม

 

              รศ.ดร วินิจ โชติสว่าง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสานกล่าวถึงการวิจัยของศูนย์คุณธรรมเกี่ยวกับตุณลักษณะและกระบวนการ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในประเทศไทยที่พบว่าสถานศึกษาเป็น ๑ ใน ๓ อันดับแรกที่พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นว่าควรมีบทบาทหน้าที่ ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่เด็กว่า ขณะนี้ทุกมหาวิทยาลัยก็เปิดสอนหลักสูตรคุณธรรม จริยธรรม โดยเป็นวิชาเลือก แต่นักศึกษาเลือกเรียนวิชานี้น้อย เพราะมองว่าคุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องเชย และน่าเบื่อ ดังนั้นทุกมหาวิทยาลัยจึงต้องบูรณาการสอดแทรกเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมไว้ในทุกหลักสูตรของการเรียนการสอน ทั้งนี้ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่สถานศึกษาจะทำหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่เด็กแทนวัด หรือสถาบันทางศาสนา เพราะเด็กไทยค่อนข้างไกลวัดฯ

                  ดิฉัน ในฐานะที่เป็นครูและเป็นแม่ของเด็กคนหนึ่ง มองว่าการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมต้องเริ่มต้นที่บ้าน เป็นอันดับแรก เริ่มต้นปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กเริ่มจำความได้ โดยพ่อ แม่เป็นตัวอย่าง อันดับต่อมาคือครูปฐมวัย ครูอนุบาล ครูประถม ครูมัธยม และครูอุดมศึกษาต่อเนื่องกันไป และวิชาที่สอนก็ต้องไม่ใช่เป็นวิชาเลือก ควรเป็นวิชาบังคับเสียด้วยซ้ำ บังคับให้เรียนกันทุกช่วงชั้นไปเลย เพราะสังคมไทยตอนนี้กำลังตกต่ำจนเกือบมองไม่เห็นค่าความสวยงามของเยาวชนไทยที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นอนาคตที่ดีของชาติ ข่าวความก้าวร้าวเริ่มรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับในหน้าหนังสือพิมพ์ ในสื่อต่าง ๆ ซึ่งเริ่มลดระดับลงจากเด็กที่มีอายุ ๑๕ ๑๖ ปีเป็นเด็กที่มีอายุไม่ถึง ๑๐ ปีด้วยซ้ำ ก่อเหตุที่คาดไม่ถึงซ้ำซาก แล้วก็มาแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุ ถึงเวลาแล้วหรือยังสำหรับวิชา สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และวรรณคดีไทยจะกลับมา   ทำไม!  และเพราะอะไรเด็กไทยถึงไกลวัด!

 

อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์รายวันหน้าที่ 22 วันที่7 กรกฎาคม 2552