...(งาน) สำเร็จ เมื่อ (คน) สำราญ...

จากงานเขียนของท่าน ว.วชิรเมธีได้นำเสนอให้มนุษย์งานอย่างเราๆ ท่านๆได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ มีทัศนคติที่ดีในการทำงานเห็นความสำคัญของงานเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเป็นสมาชิกชมรมคนเกลียดเช้าวันจันทร์รักเย็นวันศุกร์อีกต่อไปแถมยังมีการสอดแทรกการนำธรรมะเข้ามาใช้ได้อย่างแนบเนียนโดยไม่น่าเบื่ออีกด้วย โดยท่านได้ยกตัวอย่างเป็นข้อๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ไว้ดังนี้
1.
ผู้บริหารต้องแบ่งงานและใช้ลูกน้องเป็นในมุมมองของท่าน ว.วชิรเมธีนั้นผู้บริหารที่ดีต้องมีวิธีการบริหารที่จะทำให้ชนะใจลูกน้องเพราะผู้บริหารเปรียบเหมือนนิ้วโป้ง มีหน้าที่หนักแน่น มั่นคงก็คือต้องมีความหนักแน่นมั่นคงเป็นหลักเป็นชัยให้ลูกน้องเชื่อถือได้ถ้าผู้บริหารโลเล ไม่แน่นอน ลูกน้องก็จะทำงานได้โลเลตามนอกจากจะมั่นคงแล้วสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากสำหรับคนที่เป็นผู้บริหารก็คือ ต้องแบ่งงานกันทำช่วยบริหารช่วยจัดการไม่แบกทุกอย่างไว้คนเดียวไม่อย่างนั้นจะหนักทั้งกายและหนักทั้งใจเพราะต้องแบกภาระมากกว่าคนอื่นเพราะมนุษย์ไม่ได้เก่งทุกเรื่องคนที่ทำตัวเก่งทุกเรื่องมักจะเป็นทุกข์ง่ายการรู้จักแบ่งงานและเลือกใช้คนจึงเป็นหลักการของผู้บริหารที่ต้องทำให้ได้เพราะไม่ว่าจะงานหนักอย่างไรก็ต้องมีเวลาให้กับตัวเองในเมื่อได้แบ่งงานไว้แล้วคนทุกคนควรจะมีโมงยามแห่งความสุขที่มีเวลาแบ่งสันปันส่วนให้กับตัวเองไม่เช่นนั้นจะหลงแบกไปทุกเรื่อง
2.
ผู้นำที่ดีต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลงผู้นำที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า และควรทำงานได้อย่างสร้างสรรค์หมายถึงกล้านำกล้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีมีหลักการและเหตุผลที่ดีรองรับไม่ใช่นึกจะเปลี่ยนตามใจชอบแต่ต้องดูสภาพแวดล้อมขององค์กรนั้นประกอบด้วยเพราะทุกองค์กรต้องมีวัฒนธรรมองค์กรของตัวเองต้องให้เวลาในการปรับตัวกันบ้างถึงจะดูดีไม่เป็นการหักหาญน้ำใจกันเกินไปผู้นำที่ดีจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องดูทิศทางลมให้รอบคอบว่าองค์กรที่เรากำลังจะเปลี่ยนแปลงนั้นมีลักษณะการทำงานกันมาอย่างไรถ้ารีบเปลี่ยนแปลงโดยขาดความรอบคอบเหมาะสมจะยิ่งพบกับความยุ่งยากแทนที่จะก้าวไปข้างหน้ากลายเป็นว่ากลับมาสะดุดขาตัวเอง
3.
ผู้นำต้องมีความเข้าใจหลักประการต่อมาในการเป็นผู้นำก็คือ ต้องมีความเข้าอกเข้าใจเห็นอกเห็นใจ จึงจะได้นั่งอยู่ในใจลูกน้องแต่ถ้าทำตัวนั่งอยู่บนหัวลูกน้อง คุณก็จะไม่ได้ใจลูกน้องเลยอาจจะได้แต่ความรู้สึกเบื่อหน่ายเกลียดชังเพราะชินแต่การใช้อำนาจบาตรใหญ่จะมีความต้องการอะไร ก็สั่งเอาแต่อารมณ์ตามใจตัวข่มขู่ลูกน้องด้วยอำนาจหากเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ลูกน้องทำงานไม่ทันใจก็อารมณ์เสียสุดท้ายอาจจะมีสิทธิ์หัวใจวายกันทั้งเจ้านายและลูกน้องนายก็เครียดเพราะไม่ได้ดั่งใจลูกน้องก็เครียด เพราะกลัวจะทำไม่ถูกใจนายดังนั้นเป็นนายก็ต้องได้ใจลูกน้องไม่อย่างนั้นก็ประสาทเสียด้วยกันทั้งสองฝ่ายเมื่อทำงานอย่างไม่มีความสุขก็ยากที่ผลงานจะออกมาดีถ้าเป็นผู้นำแล้วแต่ไม่ได้ใจคนวันที่เราหมดอำนาจไปแล้วเดินออกจากสำนักงานไปอาจจะมีเสียงไล่ส่งแต่ถ้าเราลาออกหรือเกษียณไปแล้วแต่มีลูกน้องมอบดอกไม้และการ์ดให้นั่นแสดงว่าเราชนะใจลูกน้องได้เป็นอย่างดี  คุณล่ะอยากได้อะไรระหว่างเสียงไล่หรือดอกไม้
4.
ต้องรู้จริงแบบผู้เชี่ยวชาญในชีวิตการทำงานของเราจะต้องมีความเป็นมืออาชีพทั้งลูกน้องและหัวหน้างาน   ยิ่งเป็นหัวหน้ายิ่งต้องมีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าคนอื่นในองค์กรจะได้นำเขาได้และผู้นำที่ดีต้องมีความรู้มีความสามารถอย่างแท้จริงจะต้องไม่ทำงานโดยใช้ความรู้ความสามารถแบบหลอกลวงคือ ไม่รู้จริงหรือทำตัวเป็น นักวิชาเกินที่ไม่รู้จริงสักเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงานของตัวเองถ้ามีสิ่งใดที่ไม่รู้จริงก็ต้องกล้าที่จะเรียนรู้เพิ่มเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ไม่รู้ก็ต้องกล้าบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นเป็นไร ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องในโลกนี้อยู่แล้วยอมรับว่าไม่รู้ดีกว่ามีคนจับได้ว่า ไม่รู้หรือรู้ไม่จริงและต้องใช้ความรู้คู่จรรยาบรรณ
5.
กายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงานการจะทำงานให้ได้ผลสูงสุดต้องมีความตั้งมั่น ตั้งใจแน่วแน่     การทำงานที่ดีก็คือ การปฏิบัติธรรมหากงานดี ก็จะเป็นอนุสาวรีย์ของชีวิตหากงานไม่ดีก็จะเป็นเครื่องประจานตัวเราตลอดไปโดยอาศัยหลักธรรมะเข้ามาช่วยเสริม