สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปีซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์จังหวัดกระบี่

    สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี

ซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์จังหวัดกระบี่

           

            สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี เป็นสถานที่สำคัญอีกประการหนึ่งของเมืองกระบี่ ที่น่าศึกษาในเชิงโบราณคดีและธรณีวิทยา กล่าวกันว่าสภาพการณ์เช่นนี้มีเพียงสามแห่งเท่านั้นในโลก คือมีที่สหรัฐอเมริกา ที่ญี่ปุ่น และประเทศไทย ที่กระบี่ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมเยือนตลอดเวลา

            สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ตั้งอยู่ที่บ้านแหลมโพธิ์ ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง มีประวัติศาสตร์ทาง ธรณีวิทยาว่า เป็นซากดึกดำบรรพ์ (ฟอสซิล) ส่วนใหญ่เป็นหอยขมตัวยาวป้อมประมาณ ๒ ซม. ถูกทับถมกันโดยมีน้ำ ประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็ง หนาประมาณ ๔๐ ซม. ชั้นถัดลงไปเป็นหินลิกไนท์ หนาประมาณ ๑๐ ซม. ใต้ลงไปเป็นหินดาน จากลักษณะดังกล่าวสามารถคำนวณได้ว่า เมื่อประมาณ ๗๕ ล้านปีมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็น หนองน้ำจืดมาก่อน ซากต้นไม้กันมากมายจนกลายเป็นถ่านหิน ระยะต่อมามีหอยหลายชนิดเข้ามาอาศัยและแพร่พันธุ์ออก นับล้านๆตัว ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา หนองน้ำตกอยู่ภายให้ติดกันเป็นพืด ต่อมาไม่นานนี้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งให้หินโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาบางส่วนดังที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

            สุสานหอยได้ปรากฎในตำนานชาวบ้านเรื่องอ่าวนางด้วยว่า สมัยหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวสวยอยู่ท ี่ริมทะเลไม่ไกลจากสุสานหอยมากนัก อาศัยที่นางเป็นคนสวยจึงมีชายหนุ่มมาหมายปองเป็นจำนวนมาก แต่นางก็ไม่รับรัก ใคร อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มจากเกาะหัวขวานมาหาและขอความรัก นางไม่รับรัก แต่ชายหนุ่มดังกล่าวได้ใช้กำลังฉุด คร่าจะเอานางไปให้ได้ ขณะนั้นมีชายหนุ่มจากเกาะพญานาคมาช่วยไว้ ในที่สุดนางก็ยอมตกลงจะแต่งงานกับชายหนุ่ม เกาะนาค เมื่อถึงวันนัดแต่งงานหนุ่มน้อยเกาะนาคก็ยกขันหมากมา ทำให้ชายหนุ่มอื่นๆ ที่หมายปองอยู่รู้เรื่องก็ไม่ยอม ยกขบวนมาแย่งชิงนาง เกิดรบกันวุ่นวายไปหมด พระฤาษีที่อยู่ถ้ำได้ออกมาห้ามปรามไม่มีใครฟัง จึงถูกสาปเป็นหินไป ทั้งหมด เช่นเกิดเป็นถ้ำนาง เกาะหัวขวาน เกาะปอดะ เขาหงอนนาค เขาหางนาค และข้าวเหนียวกวนที่นำมาในงาน ครั้งนั้นได้กลายเป็นสุสานหอยนั่นเองจากนิทานดังกล่าวล้วนบอกร่องรอยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ ซึ่งน่าจะเกิด แผ่นดินไหว หรือการเปลี่นเปลงทางธรณีวิทยาครั้งสำคัญก็ได้ เพราะไม่ไกลจากอ่าวนางมากนักเป็นรอยเลื่อนของ หินใหม่จากทะเลอันดามันพาดไปตามแนวคลองมะรุ่ยในจังหวัดพังงา ไปออกสุราษฎร์ธานีสุสานหอยอาจโผล่พ้นน้ำขึ้น มาในครั้งนั้นก็ได้