ในสมัยก่อน รูปแบบของการแบ่งปันความรู้แก่กันถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆพ่อแม่สอนการบ้านลูก ครูสอนหนังสือนักเรียน เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อนหรือกว้างออกมาหน่อยก็คือนักเขียนเขียนหนังสือขายให้คนอ่าน
การแบ่งปันความรู้ส่วนใหญ่เป็นแบบทางเดียว พ่อแม่สอนการบ้านลูกแต่ลูกไม่ได้สอนอะไรให้พ่อแม่ ครูสอนหนังสือนักเรียนแต่นักเรียนไม่ได้สอนหนังสือให้ครู นักเขียนเขียนให้อ่านแต่คนอ่านก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรกลับมาให้นักเขียนแต่ก็มีบ้างที่เป็นการแบ่งปันแบบหลายทาง เช่น เพื่อนติวหนังสือให้เพื่อนเพื่อนคนนึงอาจจะเป็นคนนำในการติว และเพื่อนอีกคนก็อาจจะถามคำถามที่ตัวเองสงสัยขึ้นมาซึ่งเพื่อนที่เป็นคนติวอาจจะตอบไม่ได้ แต่ก็อาจจะมีเพื่อนคนอื่นๆ ที่ช่วยตอบให้ได้
หรือการเรียนการสอนในห้องเรียนสมัยใหม่ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางครูอาจจะไม่ใช่ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียวไม่ใช่เอาแต่เขียนกระดานหรือปิ้งแผ่นใส แต่ครูเป็นเสมือนFacilitatorที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนถ่ายทอดความรู้ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟังโดยครูเป็นแค่คนคอยไกด์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม การแบ่งปันความรู้แบบหลายทางก็ยังจำกัดอยู่แค่ในวงแคบๆ เท่านั้นภายในกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนหรือในห้องเรียนเล็กๆเพราะถ้าคนเยอะขึ้นเมื่อไรก็จะเกิดความโกลาหลขึ้นทันทีต่างคนต่างพูดจนไม่รู้จะฟังใคร หรือมีเวลาจำกัดที่ให้พูดกันทุกคนไม่ได้ไม่เช่นนั้นไม่จบเรื่อง
ปัจจุบันถ้าคุณอยากแบ่งปันความรู้ คุณก็แค่เขียนบล็อกและเปิดให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ซึ่งก็จะช่วยเสริมความรู้ที่คุณนำเสนอให้มีความแข็งแรงมากขึ้น
แต่นอกจากบล็อกแล้วก็ยังมีรูปแบบการแบ่งปันความรู้แบบหลายทางอื่นๆ อีกเช่น Wikipediaบริการจาก Yahooที่ออกแนวเว็บบอร์ด คือให้คนตั้งคำถามได้ และเปิดให้คนอื่นมาตอบคำถามซึ่งเหมาะสำหรับคนที่พยายามหาคำตอบจากแหล่งต่างๆ แล้วไม่พบหรือไม่ชอบการค้นหาคำตอบด้วยตัวเองแต่ยินดีรอให้คนอื่นมาตอบให้ ซึ่งแตกต่างออกไปจากเว็บบอร์ดทั่วๆไปก็คือระบบการให้คะแนนโดยถ้าใครที่ตอบคำถามได้ดีจนเจ้าของคำถามอ่านแล้วพอใจกับคำตอบเจ้าของคำถามจะเลือกคำตอบนั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดผู้ตอบคำถามก็จะได้รับคะแนนที่เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งหรือถ้าคุณเขียนบทความลง Googleคุณจะได้ทั้งชื่อเสียงเพราะรูปและประวัติย่อของคุณจะถูกเผยแพร่ไปพร้อมกับบทความด้วย
สรุป
จากการวิเคราะห์จะเห็นได้ว่ารูปแบบการแบ่งปันความรู้ทุกแบบต่างก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เหมือนกันคือจะทำอย่างไรให้ข้อมูลถูกต้องมากที่สุด?จะทำอย่างไรให้ผู้อ่านเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดได้ทันทีโดยไม่เสียเวลาไปกับข้อมูลที่ผิด?และจะสร้างแรงจูงใจอย่างไรให้มีผู้เขียนเข้ามาแบ่งปันความรู้ใหม่ๆที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา?
ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการแบ่งปันความรู้ในรูปแบบอื่นที่สามารถเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ได้ซึ่งวันนั้นมนุษยชาติเราก็จะมีระบบอับดุลอัจฉริยะที่สามารถตอบได้ทุกคำถามจริงๆ
แหล่งที่มา :โดยMacro Art
ขอบพระคุณสำหรับมุมมองครับ ชอบมากๆ ประเด็น
ขอขอบพระคุณ