วันที่ 6 ของการเดินทางตื่นเช้ามา จิตใจชื่นบาน ตื่นมาส่งผู้ที่ต้องเดินทางไปดูงานที่มหาวิทยาลัยปอร์โต้ นั่งแท็กซี่กันไป หรูจริงๆ แท็กซี่เป็นเบนซ์ซะด้วย ข้าพเจ้าและคู่หูชิวกันไปชิวกันมาจนประมาณว่าได้ผ่านเวลารถติดไปแล้วจึงออกเดินทางกะเค้าบ้าง พี่นกบอกว่าเดินออกจาโรงแรมไปไม่เท่าไหร่ก็มีป้ายรถเมล์ ให้ขึ้นที่เขียนว่าไป Central รับรองว่าได้เข้าเมืองแน่นอน
ได้ฤกษ์ออกเดินทางข้าพเจ้าก็ยืนรอรถเมล์ แต่มันมีอะไรทะแม่งๆ อยู่เหมือนกัน ความรู้สึกว่ารถเมล์คันที่รออยู่นั้นไม่ได้เข้าเมือง แต่ด้วยความที่เชื่อใจพี่นกก็เลยโอเคขึ้นรถไปซะ นั่งไปเรื่อยๆ เริ่มรู้แล้วว่าไปคนละทิศเลยทีเดียว โดดลงกลางทางซะก่อน เงอะงะอยู่แป๊บนึง เห็นเด็กถือหนังสือไปเรียนมหาวิทยาลัยเลยเดินเข้าไปถาม ได้รายละเอียดเรียบร้อยก็ขึ้นรถเมล์สายเดิมนั่นแหละ แทนที่จะเสียตัง 80C ก็เสียซะ 1.6 EUR เอาหล่ะค่าบทเรียน แผนสำหรับวันนี้ก็คือ ไปยังจุดที่มีรถแดงสองชั้นเพื่อขึ้นชมเมือง จะขื้นลงกี่ครั้งก็ได้ภายในวันเดียว ป้ายก็ป้ายเดียวกับรถเมล์นั่นแหละ แต่ราคาทั้งวันคือ 10 EUR แพงเหมือนกันเมื่อเทียบเป็นเงินบาท สุดท้ายข้าพเจ้าและคู่หูก็ได้ขึ้นรถแดง
นั่งชมเมืองไปเรื่อยๆ อยากลงตรงไหนก็ลง เป็นรถเมล์สองชั้น ชั้นบนมีหลังคาแค่ครึ่งเดียว รถผ่านป้ายรถเมล์ตามแผนที่ประมาณสี่สิบห้านาทีต่อคัน อากาศก็ช่างแสนดี ผจญภัยมาหลายที่พอขึ้นรถเราก็วางแผนว่าจะโดดลงตรงไหนบ้าง แต่บางที่ก็มองๆ แล้ว ไม่น่าลงดูเลย ต้องเสียค่าเข้าด้วย แล้วอีกอย่างมานั่งผิดวัน สถานที่ที่เป็น Attraction ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์ เฮ้อ! เดินเล่นก็ได้ แวะกิน McDonald’s ทำไมต้องกินใช่ป่ะ ก็เพราะว่ามันเป็น McDonald’s ที่สวยที่สุดแล้ว
เคยเห็นมั้ยหล่ะ มี Shanderia ด้วย วัยรุ่นเต็มไปหมด

ตลอดทางของถนนที่เดินชมเมืองเต็มไปด้วยร้าน Bakery ดูน่ากินไปหมด ถ้าใครชอบกิน Bakery ต้องรักประเทศนี้แน่นอน เพราะว่านอกจากน่ากินแล้ว อร่อยด้วย น้อยมากที่จะพบว่าครัวซองไม่อร่อย
พวกเรานั่งรถจนครบรอบ แล้วก็พบว่าเมืองปอร์โต้ หรือปอร์ตู้ (ตามภาษาโปรตุเกส)นั้นไม่ใหญ่เลย พวกเราก็ตัดสินใจลงที่พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่หนึ่ง เรียกว่า . SERRALVES MUSEUM โชคดีเป็นที่สุด บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันจันทร์ แต่พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้ชม “ฟรี” ไม่งั้นต้องเสียตังตั้ง 15 EUR แหนะ ห้ามถ่ายรูปด้านใน จึงไม่มีรูปมาให้ชมกัน ถ้าต้องเสียตังเข้าไปจริงๆ คงบ่นอีกนาน เพราะว่าข้างในนั้นไม่มีอะไรที่น่าจะเสียเงินตั้ง 15 EUR เลย สวนสวยและมีประติมากรรมในสวนที่สวยกว่าในห้องจัดแสดงอีก
ต้นสะระแหน่ก็เอามาตั้งโชว์ว่าเป็นงานศิลปะ งงเลย!!
ออกมาจากพิพิธภัณฑ์ไม่ทันรถแดงไปซะแล้ว เลยเดินไปเรื่อยๆ ตกลงกับคู่หูว่าจะกลับโรงแรมแล้วดีกว่า ไปเดินเล่นห้างแถวโรงแรม กว่าจะได้กลับจริงๆ นานมาก เพราะว่ารถเมล์เบี้ยวซะนี่ รอจนแน่ใจว่าถูกเบี้ยวแล้วเลยหาทางเดินไปเรื่อยๆ เจอร้าน Bakery เข้าไปพักดื่มน้ำกินหนมดีก่า อิอิอิอิ…. เป้าหมายชัดเจน หย่อย!
สุดท้ายทุ่มกว่าแล้ว กลับโรงแรมดีกว่า ลงรถเมล์ที่ห้าง Jumbo อ่านว่าจุมบู้ หาข้าวเย็นกินก่อนกลับ ห้างก็ใหญ่โตใช้ได้ แต่ตอนกลับนะสิ หลงทางหาทางออกไม่เจอ ไม่ใช่ออกจากห้างไม่ได้หรอกนะ แต่ว่าเหมือนกับจะลงทางไหนก็เป็นแต่ Highway แปลว่าไม่มีทางเดินสำหรับคนเดิน จนกระทั่งตัดสินใจว่าจะขึ้น Taxi ก็มีเสียงเรียกชื่อข้าพเจ้า เอ้! หันไป โอ้ว พระเจ้าช่วย พี่นกนั่นเอง ไม่ต้องเสียตังค่า Taxi เย้! เดินกลับกับพี่นก ถึงโรงแรมก็ประมาณสามทุ่ม เหนื่อยจริงๆ เดินเป็นสิบโลมั้งวันนี้ ไปนอนดีกว่า