“ยายเดินไม่ได้หรอกลูก”
“ยายไม่เดินมา2ปีกว่าแล้ว”
นี่เป็นคำพูดจากคุณยายวัยประมาณ60กว่าปี ที่วันนี้มานอนรักษาตัวโรงพยาบาลของฉันด้วยระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและมีแผลอักเสบที่เท้า อันเป็นคำตอบจากการซักประวัติในวันแรกที่ฉันได้เจอกับยายทำให้ฉันงงมากๆ
“ทำไมยายเดินไม่ได้ในเมื่อจากแฟ้มประวัติยายไม่ได้มีประวัติอุบัติเหตุใดๆ”
“ไม่มีใครช่วยยายเลยหรือ”
ฉันกลับไปพูดคุยกับยายมากขึ้นจึงได้ทราบว่ายายอาศัยอยู่กับสามีวัยเกือบ70 ปีที่ทุกวันนี้ยังยึดอาชีพขึ้นตาลโตนดทำน้ำตาลขายรายได้วันละไม่ถึงร้อย ลูกและหลานอยู่ไกล ฉันถามยายว่าแล้วใครจะช่วยยายทำอาหารทานหรือช่วยในการเข้าห้องน้ำ ยายบอกว่า “ยายก็กระเถิบไปเองเรื่อยๆ”ทำให้นิ้วเท้าด้านซ้ายของยายเป็นแผล และแผลก็ไม่ได้ทำ
ทำให้เกิดเป็นแผลเปื่อยพุพอง ในวันนั้นหลังจากคุยซักประวัติกับยายแล้ว ฉันคิดและกลับมาคุยกับพี่ๆและหัวหน้าว่า “ทำไมชีวิตคนเราลำบากขนาดนี้ จะทำยังไงให้ยายพอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างนะ” ในวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกๆวันที่ฉันและพี่ๆจะเดินส่งเวรตามเตียงผู้ป่วย และจะพูดคุยสนุกสนานหยอกล้อกับคนไข้เล็กๆน้อยๆ ตามบุคลิกของฉัน แต่เมื่อไปถึงที่เตียงของคุณยาย ก็พบว่าวันนี้คุณยายมีลูกชายมาเยี่ยม ทำให้ฉันมีโอกาสได้พูดคุยและร่วมปรึกษากันหาทางช่วยยาย เมื่อคุยกับลูกชายเราสองคนก็ตกลงกันว่าจะช่วยกันฝึกให้ยายเดินเองโดยใช้ไม้ค้ำยันสี่ขาช่วยและลูกจะคอยเป็นกำลังใจให้ และจะพยายามมาดูแลยาย ช่วยประคองยายฝึกเดิน ฉันเอาไม้เท้าค้ำยันสี่ขามาวางข้างเตียงแล้วบอกยายว่า
“ยายวันนี้เดินเองนะหัดเดินเป็นเด็กๆกันใหม่ เดี๋ยวพยาบาลกับลูกชายจะช่วยเอง”
ยายยิ้มเขินๆบอกว่า“จะลองจ้ะ”
จากการที่เราพูดคุยสร้างสัมพันธภาพกันมา2วัน วันนี้ดูยายสดชื่นขึ้น เมื่อลูกชายมาเยี่ยมยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า “ลูกชาย”คงเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของยาย เที่ยงวันนั้นฉันเดินไปเยี่ยมยายและกระตุ้นให้ยายเดินถามยายว่า “ยายปวดฉี่หรือเปล่า”ยายยิ้ม“ปวดนิดนึง รอลูกมาก่อน” ฉันลองให้ยายยกขาและออกกำลังกายขาไปพลางๆระหว่างรอโดยไม่ลืมเอาไม้ค้ำยันมาวางใกล้ๆยายให้ยายหยิบได้ถนัด เมื่อฉันเดินมานั่งในห้องพยาบาลแอบมองยายก็เห็นยายค่อยๆหยิบไม้ค้ำยันแล้วยิ้ม มันทำให้ฉันแน่ใจว่า“ยายเดินแน่วันนี้”สักครู่ยายขยับตัวช้าๆลุกลงจากเตียงเดินถือไม้ค้ำไปห้องน้ำอย่างช้าๆ ฉันไปแอบมองยายอยู่หน้าห้องน้ำอย่างกังวลกลัวยายจะล้ม เมื่อยายเดินออกมาก็ยิ้มๆพูดว่า“เดินช้าๆน่ะ”
วันนี้ฉันรู้สึกดีใจวันนี้แค่นี้ก็พอแล้ว เมื่อลูกชายกลับมาเห็นก็ยิ้มและพูดว่า “แม่เดินเองได้แล้ว” ภาพที่เห็นคือยายกลับมานอนที่เตียงอย่างช้าๆและมีลูกชายคอยระวังอยู่ใกล้ๆ
และในวันรุ่งขึ้นฉันได้ปรึกษาปัญหาเรื่องการรับยาและมาตรวจตามนัดของยายกับพี่หัวหน้าและพี่เภสัชกร พวกเราจึงมีแนวทางให้ยายรับยาตามนัดได้ โดยให้ตาช่วยมารับยาแทนในเดือนที่ยายมาไม่ไหว และพี่เภสัชกรจะช่วยเน้นย้ำเรื่องยาทานให้ตาเข้าใจและถ้าเดือนไหนยายมาไม่ไหวก็ให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยช่วยเจาะน้ำตาลในกระแสเลือดแล้วตานำผลเลือดมาให้แพทย์ดูและสั่งยาให้ยาย ทำให้ยายไม่ขาดยา ทั้งตาและยายก็เข้าใจและพอใจกับวิธีแก้ปัญหา ซึ่งมันทำให้ฉันมีความสุขมากในการหาทางช่วยยาย แต่สำหรับยาย การกลับมาเดินได้ครั้งนี้ กำลังใจที่ได้รับจากคนรอบข้างกระมังที่ทำให้หญิงชราคนหนึ่งมีแรงใจ แรงกายลุกเดินได้อีกครั้งหนึ่ง.
ดีใจกับคุณยายด้วยนะคะ คุณยายโชคดีที่อยู่สทิงพระค่ะ
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ SHA น้องใหม่ เขียนอีกนะคะ
เก่งมากๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ ทาง ร.พ. จะพยายามนะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณยายและSHA สทิงพระด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ เขียนเรื่องเล่าได้ดีมากเลยค่ะ