มติชนรายวัน
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11433
"มวย"วิกฤตการณ์ซ้ำซาก!! เจว็ด+เสือกระดาษ..ไร้น้ำยา?
คอลัมน์ กีฬาพาที
วงการมวยเมืองไทย กำลังตายซากมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!!
เมืองไทยนั้น ทำท่าว่าจะเป็น ดินแดนแห่ง "มวย" ของทวีปเอเชียอย่างเป็นทางการจากพื้นฐานของการเป็นชนชาติที่มี "มวยไทย" เป็นศิลปการต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติ แล้วนำมาสู่ "มวยไทย" ซึ่งกลายเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันกันเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทั้งการแข่งขันของนักมวยไทยด้วยกันเอง ทั้งการแข่งขันกับศิลปการต่อสู้ป้องกันตัวแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมวยสากล, มวยปล้ำ, มวยจีน, ยิวยิตสู, คาราเต้, ยูโด ฯลฯ จนสามารถเรียกกันได้อย่างเต็มปาก เต็มคำว่า "มวยไทย" คือ "กีฬาอาชีพ" แบบไม่เป็นทางการ ของคนไทย ของเมืองไทย จนเรียกกันได้อีกเช่นกันว่า "มวยไทย" คือต้นแบบของกีฬาต่อสู้ป้องกันตัวแบบอื่นๆ ในยุคปัจจุบัน เช่น คิ๊กบ๊อกซิ่ง, เค-วัน, ไฟต์ ฟรีสไตล์ ฯลฯ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา "มวยไทย" ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรือง เต็มพิกัด
.....เป็นความรุ่งเรืองของ "มวยไทย" ที่มีการแข่งขันใน 2 เวทีมาตรฐานของเมืองหลวง ทุกวัน ทุกสัปดาห์.....เป็นความรุ่งเรืองของ "มวยไทย" ที่มีเวทีเฉพาะกิจ เพื่อถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ส่วนกลางทุกช่อง ทุกสถานี ทุกสุดสัปดาห์.....เป็นความรุ่งเรืองของ "มวยไทย" ที่เริ่มขยายไปสู่ตลาดโลก ด้วยคำขวัญว่า "มวยไทย มวยโลก" อะไรทำนองนั้น
.....เป็นความรุ่งเรืองของ "มวยไทย" ซึ่งขยายไปสู่ "มวยไทยสมัครเล่น" เพื่อเป้าหมายเป็น "กีฬาสากล" ระดับโลก มีการแข่งขันระดับโลกอย่างเป็นทางการ ยุครุ่งเรืองของ "มวยไทย" ดังกล่าว เป็นยุคเติบโตของ "มวยสากล" ในเมืองไทยด้วยเช่นกัน ยุครุ่งเรืองของ "กีฬามวย" ดังกล่าว ทำให้เมืองไทยผลักดัน พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 หรือ กฎหมายมวย ออกมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการ.....เป็นผลทำให้ "มวยไทย+มวยสากล" ของเมืองไทย กลายเป็น "กีฬาอาชีพ" อย่างเป็นทางการ ที่มีกฎหมายรองรับโดยเฉพาะอีกด้วย!!
@@@@@@@@@@
วงการมวยเมืองไทย กำลังตายซากมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!!
ยุครุ่งเรืองของวงการมวยเมืองไทย ผ่านไป พร้อมกับการมาเยือนของยุคตกต่ำทางเศรษฐกิจ เริ่มตั้งแต่ภาวะ วิกฤต "เศรษฐกิจ" จากผลผลิตของ "โรคต้มยำกุ้ง" เมื่อทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา ซ้ำเติมด้วยภาวะทรุดโทรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจเอกชน ลด ละ เลิก บทบาทการเป็นผู้สนับสนุนวงการมวยไปเป็นจำนวนมาก แล้วยังถูกซ้ำเติมจาก วิกฤตการณ์ "การเมือง" ของเมืองไทย ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก
วงการมวยเมืองไทย ตกต่ำ ทรุดโทรม เลวร้ายลงตามลำดับ!!
รายการ มวยจอแก้ว ที่เคยฟู่เฟื่อง สะท้านวงการโทรทัศน์ไทย ถึงขั้นออกกฎหมายมาบังคับใช้โดยตรงนั้น .....ซบเซาลงไปอักโข จนเหลือลมหายใจรวยรินอยู่ในขณะนี้ รายการมวยประจำวันของ 2 เวทีมาตรฐาน "เวทีราชดำเนิน VS เวทีลุมพินี" นั้น ซบเซา เงียบเหงาไปอย่างถนัดใจ ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใดเลย.....คนดูต่างด้าวซึ่งเป็นรายได้หลัก สูญหายไปเกือบสิ้นเชิง เหลือเพียงคนดูขาประจำ คือ "นักพนัน" เป็นหลัก เท่านั้นเอง
สถานการณ์ของวงการมวยทุกวันนี้ จึงอยู่ใน ภาวะวิกฤต "ซ้ำซาก" โดยแท้!!
@@@@@@@@@@
วงการมวยเมืองไทย กำลังตายซากมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!!
วันนี้ ของวงการมวยเมืองไทย จึงไม่มีความหวังอันใด ให้คาดหวัง ให้ฝากความหวังกันอีกต่อไปแล้ว
เมืองไทยที่มีกฎหมายมวย มี พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 บังคับใช้มาแล้ว ร่วมทศวรรษนั้น.....ถูกปรามาสว่า มีค่าไม่ต่างไปจาก "เสือกระดาษ" เลยแม้แต่น้อย!!
เมืองไทยที่มี คณะกรรมการกีฬามวย เป็นองค์กรหลัก ในการกำกับ ดูแลวงการมวย ให้ไปเป็นตามกฎหมายมวยนั้น .....ถูกตีความว่า กำลังมีค่าไม่ต่างไปจาก "เจว็ด" ริมทาง แต่อย่างใดเลย??
เมืองไทยซึ่งมี การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะองค์กรกีฬาแห่งชาติ รับผิดชอบกีฬามวย กฎหมายมวย รวมทั้งกีฬาอาชีพโดยตรงนั้น
......ถูกดูแคลนว่า ไม่มีบทบาทสร้างสรรอันใดต่อวงการมวยเลย จนเรียกได้ว่า ไร้น้ำยาอย่างสิ้นเชิง??
เมืองไทยซึ่งมี สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย เป็นกลไกของกฎหมายมวยโดยตรงนั้น.....ถูกหยามหยันว่า อย่างมากก็มีค่าเพียงแค่หน่วยงานฌาปนกิจสงเคราะห์ของนักมวยเก่า เท่านั้นเอง!!??
วันนี้ ของวงการมวยเมืองไทย จึงเข้าสู่ ยุค "อัตตาหิ อัตตโน นาโถ" หรือ ยุค "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" เป็นทางเลือก ทางรอดสุดท้าย......เท่านั้นเอง!!??
@@@@@@@@@@
วงการมวยเมืองไทย กำลังตายซากมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!!
วงการมวยกำลังดิ้นหนีตาย เพื่อหาทางเลือก ทางรอดด้วยตัวเอง ครั้งสำคัญ อีกครั้งหนึ่ง อีกเฮือกหนึ่ง
เมื่อ 2 เวทีมวยมาตรฐาน คือ "เวทีราชดำเนิน VS เวทีลุมพินี" จัดแข่งขันมวยไทย แบบยกทีม ยกเวที เหย้า-เหยือน ในเดือนกรกฎาคมศกนี้
เป็นการกระตุ้นชีพจรของวงการมวย ที่กำลังรวยริน ให้คึกคักขึ้นมาบ้าง ครั้งสองครั้ง ทีสองที ก็ยังดีกว่านอนรอความตาย!!
จากนั้น ก็อาจจะมีรายการยกทีมของมวยในเครือข่าย "โปรโมเตอร์ VS โปรโมเตอร์" ต่างวิก ต่างสังกัด ต่างเวที ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
เช่นเดียวกับแนวโน้มของรายการยกทีม มวยจอแก้ว ระหว่าง "ช่อง3 VS ช่อง 7" หรือช่องต่อช่องอื่นๆ อีกระดับหนึ่ง
.....ไม่มีใครคาดหวังอันใดกับ พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ.2542 และ คณะกรรมการกีฬามวย อีกต่อไปแล้ว?
.....ไม่มีใครสนใจ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย อีกต่อไปแล้ว
.....ไม่มีใครให้ราคา การกีฬาแห่งประเทศไทย แต่อย่างใดเลย
เพราะคณะบุคคล หรือองค์กรเหล่านั้น อย่างมากก็เป็นเพียงแค่ "เจว็ด" ริมทาง เท่านั้นเอง!!??
เพราะกฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับเหล่านั้น มีราคามากที่สุดก็แค่ "เสือกระดาษ" เท่านั้นเอง!!??
เรื่องของวงการมวยเมืองไทย เรื่องของ มวยไทย VS มวยสากล และเรื่องของ "มวย" VS กีฬาอาชีพ นั้น
ต้องว่ากันต่อไปอีกหลายๆ ตอน
เพราะนี่คือ ความบ้อท่า ไร้น้ำยาของ ผู้รับผิดชอบ+ผู้เกี่ยวข้อง โดยตรง และโดยอ้อม โดยแท้
.....อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย แม้แต่น้อย!!
หน้า 30
..ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์มติชน ที่มีความคิดเห็น+ทัศนะ และแสดงความห่วงใย... ๑.มวยไทย คือ มรดกศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าของบรรพชน ๒.ลูกหลานไทยทุกคน มีสิทธิ์ใน คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไพศาล ครอบคลุมวิถีชีวิต นี้เท่าเทียมกัน ๓.ทุกคนมีหน้าที่พัฒนาให้สามารถสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้เพิ่มพูนขึ้น ๔.ทุกคนมีหน้าที่สืบสานและถ่ายทอดมรดกคุณประโยชน์นี้สู่ลูกหลานสืบไป...
....ขอเชิญท่าน ผู้มีสติปัญญาและมีสำนึกในความเป็นไทยทุกท่าน..จงได้พิจารณาประกอบกิจตามกำลังความสามารถแห่งตนให้เหมาะสมกับความเป็น คนไทย เถิด....บัดนี้ถึงเวลาอันควรแล้ว...
...เอ้อ...อย่าลืมว่า..มวยไทย มิใช่แค่ มวยเวที..หรือ แค่ นักมวย+โปรโมเตอร์+นักพนัน+ธุรกิจ..+เงิน..แค่
นั้น มัน จิ๊บ จิ๊บ...ฮา...
เจริญพร
นมัสการพระอาจารย์..ขอบพระคุณครับ
เรียน คุณลุงที่เคารพ
ผมเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการการกีฬาและการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฏร ซึ่งตอนนี้อยากจะแก้ปัญหามวยต่างๆ โปรดแนะนำด้วยครับ ผมขอเบอร์ลุงหน่อยครับ ขอบคุณครับ ศิรภพ 0846555588