ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.49 ซึ่งเป็นวันแรกของการอบรมหลักสูตร การพัฒนานักบริหารระดับกลาง ที่สำนักงาน ก.พ. จ.นนทบุรี ในภาคเช้า ( 09.00-12.00 น.) เป็นการอบรมในหัวข้อ ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ บรรยายโดย นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นภาพรวมและทิศทางของการบริหารทรัพยากรบุคคลในภาครัฐ ที่ผู้บริหารจำเป็นต้องทราบเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดิฉันขอสรุปสาระสำคัญโดยการถอดบทเรียนจากการที่ได้รับฟังเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้ค่ะ

ภาพรวมประชากรกำลังคนภาครัฐ
- ในปัจจุบันกำลังคนภาครัฐทั้งหมดของประเทศไทย มีอยู่ประมาณ 3.2 % หรือประมาณ 2 ล้านคน โดยเป็นข้าราชการครูมากที่สุด ประมาณ 5-6 แสนคน พลเรือนสามัญ ประมาณ 4 แสนคน ทหาร/ตำรวจ ประมาณ 2 แสนคน และอื่น เช่น อัยการ ตุลาการ อาจารย์ ข้าราชการท้องถิ่น (อบต. ) องค์กรอิสระ (กกต. ปปช. ฯลฯ) มีไม่ถึง 1%
- การศึกษาของข้าราชการฝ่ายพลเรือน ส่วนใหญ่จบปริญญาตรี 53.42% ต่ำกว่าปริญญาตรี 38.55% ปริญญาโท 7.21% ปริญญาเอก 0.82%
คนที่เป็น CEO ต้องรู้ 2 เรื่อง
1. การจัดการบุคคล หรือ การจัดการทรัพยากรบุคคล ต้องบริหารคนเป็น ต้องบริหารลูกน้อง ลูกน้องขี้เกียจ จะทำอย่างไร ต้องบริหาร Performance ลูกน้อง ปัญหาเรื่องคน ผู้บริหารต้องแก้ไข
2. การตลาด (Marketing) ต้องทำการตลาดเป็น ภาคราชการสิ่งที่ต้องทำคือ การบริการประชาชน Marketing ของภาคราชการ คือ การบริการประชาชน
แนวคิดเรื่องคนในระบบราชการไทย
- เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว เดิมมีแนวคิดว่า คน คือปัจจัยการผลิต ต่อมา คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ ปัจจุบัน คน คือ ทุนมนุษย์ ต้องวัดความคุ้มค่าได้ ทำแล้ว คุ้ม /ไม่คุ้ม ถ้าไม่คุ้ม ไม่ต้องทำ เงินที่มีอยู่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล
- ต้องทำ 2 เรื่อง 1. การสรรหากำลังคนคุณภาพ และ 2. การสร้างและพัฒนากำลังคนคุณภาพ
-ในบริษัท คนที่เข้ามาใหม่ ต้องรู้ ปรัชญาของบริษัทคืออะไร Core Valuve ของบริษัทคืออะไร ภาคราชการก็ต้องรู้ Core Valuve ของราชการคืออะไร คนที่เข้ามาแล้ว สิ่งที่ถูกคาดหวังคืออะไร ต้องมีการพัฒนาสมรรถนะตั้งแต่แรกเข้ารับราชการ และพัฒนาอย่าต่อเนื่อง
สมรรถนะ (Competency) คืออะไร
- สมรรถนะ หมายถึง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถ และคุณลักษณะอื่นๆ ที่ทำให้บุคคลสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าคนอื่น
- โครงสร้างสมรรถนะ (Competency Model) สำหรับข้าราชการพลเรือน มี 2 ส่วน คือ
1. Core Competency หรือ สมรรถนะหลัก คือ สมรรถนะเชิงพฤติกรรมที่กำหนดเป็นสมรรถนะร่วมของข้าราชการพลเรือนทั้งระบบ เพื่อเป็นการหล่อหลอมค่านิยมและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร่วมกัน
2. Functional Competency หรือ สมรรถนะประจำกลุ่มงาน คือ สมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับกลุ่มงานเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้ปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น
-ตัวอย่าง สมรรถนะสำหรับข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มงานออกแบบพัฒนา (เช่น วิศวกร ,สถาปนิก, วิศกรสำรวจ ) ต้องประกอบด้วย
สมรรถนะหลัก 5 ตัว ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ บริการที่ดี การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ จริยธรรม และ การร่วแรงร่วมใจ
สมรรถนะประจำกลุ่มงาน 3 ตัว ได้แก่ การมองภาพรวม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และ การสืบเสาะหาข้อมูล
การสร้างและพัฒนาผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง
- มีวัตถุประสงค์ เพื่อดึงดูด รักษาและจูงใจ คนเก่ง คนดี อยู่ทำงานเพื่อราชการ โดยสนับสนุนให้ได้รับการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- เป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาข้าราชการรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานเทคนิคการพัฒนาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพหลากหลายรูปแบบ
- จะทำให้ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูงก้าวหน้าในอาชีพราชการ และมีระบบค่าตอบแทนที่ยึดโยงกับผลการทำงานและสมรรถนะ
- ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าร่วมโครงการได้ ต้องมีการคัดเลือกก่อนเข้าโครงการ
การแต่งตั้งระบบเปิด
- ระบบเปิดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมี
1. ระบบฐานข้อมูล ระบบเปิดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคลังคนเก่ง (Talent Inventory) ที่ดี ประกอบด้วย
- ฐานข้อมูล (Information) โดยพิจารณา ประวัติการศึกษา ตำแหน่งในอดีต ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ และ
- Capabilities สำหรับอนาคต เช่น การทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ดี บริหารจัดการทั้งระยะสั้นระยะยาวได้ ทักษะการสื่อสาร การสร้างวิสันทัศน์ร่วม เป็นต้น
2. ระบบการพัฒนาบุคลากร - มีการบันทึกประเมินผลการปฏิบัติงานโดยผู้บังคับบัญชา
จัดระบบการพัฒนา สร้างและพัฒนาข้อมูลการพัฒนา
3. ระบบการแต่งตั้ง - ต้องมีหลักเกณฑ์ เช่น พิจารณาภายในกระทรวงก่อน มี /ไม่มี ถ้าไม่มีจึงพิจารณากระทรวงอื่นในราชการด้วยกัน มี /ไม่มี ถ้าไม่มี จึงพิจารณาภายนอกราชการ เป็นต้น
การพัฒนาทรัพยากรบุคคลในระบบราชการไทย
- มีแผนพัฒนารายบุคคล
- มีการพัฒนาบุคคลโดยไปปฏิบัติงานภายนอกหน่วยงาน
- มีการบริหารองค์ความรู้ - ราชการพลเรือนไทยมีคนมีความรู้อยู่มาก พร้อมเป็น Knowledge Worker ต้องให้โอกาสไปบริหารความรู้ อะไรใหม่ๆ ต้องไม่ปิดกั้นโอกาสการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องกระตุ้นผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ใช้องค์ความรู้ให้เป็นประโยชน์
- มีการพัฒนาโดยการเรียนรู้ทางอิเล็คทรอนิกส์
- มีการสอนงาน
ในตอนสุดท้ายวิทยากรได้ฝากข้อคิดให้แก่นักบริหารระดับกลางทุกท่านให้ยึดถือปฎิบัติในการทำงาน โดยยึดหลัก 4 อย่าง 4 โดย และ 2 เพื่อ
4 อย่าง 1. อย่างรับผิดชอบ
2. อย่างมีประสิทธิภาพ
3. อย่างคุ้มค่า
4. อย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้
4 โดย 1. โดยลดขั้นตอน
2. โดยลดภารกิจที่ไม่จำเป็น
3. โดยกระจายอำนาจ
4. โดยมีส่วนร่วม (แต่การตัดสินใจอยู่ที่เรา)
2 เพื่อ 1. เพื่อสัมฤทธิ์ผลของหน่วยงาน
2. เพื่อประโยชน์สุของประชาชน
ขอขอบคุณ..คุณนันทา..ทีได้นำความรู้เรื่องการพัฒนาบุคลากรมานำเสนอให้ทุกคนได้ทราบและมีความเข้าใจมากขึ้น..แต่ผู้บริหารของเราส่วนใหญ่ในส่วนภูมิภาคยังให้ความสำคัญน้อยหรือไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก..ถ้าเป็นไปได้จะให้องค์กรของเรามีการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ ควรจะมีนโยบายด้านการพัฒนาความรู้ของบุคลากรเราทุกระดับ โดยการทดสอบความรู้ความเข้าใจเริ่มแรก.ประเมินโดยการสอบไตรมาสละ 1 ครั้ง และมีคะแนนให้ทราบ เพื่อทุกคนจะได้ค้นหาความรู้มาตอบ เมื่อทุกคนได้อ่านได้รู้แล้วทุกคน ..ผมเชื้อว่าการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามสมรรถนะจะดีขึ้นเรื่อยๆ..ทุกคนก็จะเริ่มคิดและจะเริ่มละอายต่อตนเองในฐานะที่รับเงินเดือนไปแต่ละเดือนและทำงานคุ้มค่าหรือไม่..ขอฝากส่วนกลางช่วยทำให้กำหนดเป็นนโยบายด้วย..เพราะปัจจุบันข้าราชการของกรมฯเราส่วนใหญ่จะอายุ 40 ขึ้นไปและทำงานมานาน.การพัฒนาตนเองนั้นมีน้อย..ส่วนใหญ่ชอบทำงานแบบสบายและทำงานตามสั่งเท่านั้น.ไม่สั่ง.ไม่ติดตาม..ก็จะไม่ทำ..
ขอบคุณผู้สนใจงานพัฒนาบุคลากร…. ที่แสดงความคิดเห็นมานะคะ… ขณะนี้การพัฒนาบุคลากรของประเทศไทย… กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ที่เน้นให้มีการพัฒนาบุคลากรโดยยึดหลักสมรรถนะ (Competency) โดยจะมีการนำระบบประเมินสมรรถนะบุคลากรมาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่ การสรรหา บรรจุแต่งตั้ง การพัฒนา การประเมินผลการปฏิบัติงาน ฯลฯ ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรก็ได้ดำเนินการจัดทำสมรรถนะบุคลากรของกรมฯ เพื่อรองรับระบบดังกล่าวไปแล้วบางส่วน….เพื่อเตรียมรองรับระบบประเมินสมรรถนะที่จะต้องนำมาใช้ในอนาคต…. คิดว่าถ้าได้มีการระบบประเมินสมรรถนะมาใช้ในองค์กร คงจะช่วยให้อะไรๆ เกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาบุคคลของกรมฯ ดีขึ้นค่ะ…หวังว่าคงจะเป็นเช่นนั้น… แล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชม ลปรร. อีกนะคะ..