กฎหมายและบทบัญญัติเกี่ยวกับความปลอดภัยจำนวนมากที่หากหน่วยงานรัฐทุกแห่งบังคับใช้และลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจังต่อเนื่องแล้ว ย่อมเชื่อได้ว่าสามารถปกป้องชีวิตผู้คน และป้องกันผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงกฎหมายได้มาก แต่ในภาคปฏิบัติก็คือว่าสังคมไทยยังมีวัฒนธรรมเส้นสายอุปถัมภ์ส่วนบุคคล ระบบอภิสิทธิ์ฉ้อฉล ค่านิยมแบบด้านได้อายอด มือใครยาวสาวได้สาวเอา ข้าราชการยังมีอำนาจและดุลพินิจสูงในการที่จะเลือกปฏิบัติ, ยกเว้น, ออมซอม, สั่งการ หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องร่วมมือผลักดันปฏิรูประบบการบริหารบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยของรัฐราชการให้มีประสิทธิภาพ และสุจริตยุติธรรมอย่างแท้จริง

ฉบับที่ 24 (7 พฤษภาคม 2552)

บทเรียนเพลิงมรณะโรงงาน เคเดอร์ เปรียบเทียบ ซานติก้าผับ

 

บัณฑิตย์  ธนชัยเศรษฐวุฒิ

มูลนิธิอารมณ์  พงศ์พงัน

 

          ภายหลังเกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดในประวัติการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยและสากลกรณี
เคเดอร์ (10 พฤษภาคม 2536) ไม่ถึงเดือน นายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 74/2536 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2536 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง และสาเหตุเกี่ยวกับกรณีเพลิงไหม้บริษัทเคเดอร์ อินดัสเทรียล (ไทยแลนด์) จำกัด และสภาวะความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมี ศ.นิคม จันทรวิทุร เป็นประธานมีนักวิชาการด้านความปลอดภัยและหลายหน่วยงานเข้าร่วมพบข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ มีประวัติการเกิดเพลิงไหม้มา 3 ครั้งแล้ว (16 ส.ค.32, 2 พ.ย.34, 13 ก.พ.36) เพราะอุปกรณีไฟฟ้าเสื่อมและไฟฟ้าลัดวงจร

 


          ð    มีการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารใหม่ และเกิดเพลิงไหม้อีก ทั้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เคยออกหนังสือแนะนำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยและสั่งให้ปรับปรุง  โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม  ร่วมกับกองตรวจความปลอดภัย  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยตรวจโรงงานเคเดอร์ฯและไทยจิวฟูฯ  เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2536  และมีหนังสือแนะนำให้นายจ้างปฏิบัติจำนวน 5 ข้อ ดังนี้

 


          1.  ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานแทนเจ้าหน้าที่ที่ลาออก

          2.  ให้จัดหาและบังคับใช้อุปกรณ์คุ้มครอง เช่น ปลั๊กลดเสียง

          3.  ให้มีการตรวจสอบลิฟท์ขนของภายในโรงงานและห้ามพนักงานโดยสาร

          4.  ให้จัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย  และฝึกซ้อมดับเพลิงพร้อมทั้งรายงานให้

              ทราบ

          5.  ให้มีการตรวจร่างกายประจำปีพนักงาน

 

          (1)  สาเหตุเกิดเพลิงไหม้


               กรณีโรงงานเคเดอร์

                   จากการสืบสวนของกรมตำรวจพบต้นเพลิงอยู่บริเวณขั้นล่างของอาคารที่ 1 พบร่องรอยที่พื้นปูนมีรอยไหม้เป็นสีน้ำตาลและมีพยานยืนยันว่าสาเหตุจากการสูบบุหรี่ของพนักงานคนหนึ่งในที่เกิดเหตุ

 

               กรณีซานติก้าผับ

                   จากการสอบสวน ต้นเหตุของเพลิงไหม้มาจากสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟกต์และดอกไม้เพลิงที่มีการนำมาใช้ในอาคารเกิดเหตุ มีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า เห็นสะเก็ดไฟ และกลุ่มควันเกิดขึ้นที่เพดานเหนือเวทีหลังจากเล่นสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟกต์และดอกไม้เพลิง ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ต่อมากลุ่มควันและเปลวเพลิงได้ขยายตัว ส่งกลิ่นเหม็นและมีเศษวัสดุติดไฟร่วงหล่นลงมา


 

          (2)  สาเหตุไฟไหม้ลุกลามมีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก

               กรณีเคเดอร์

                   1.  โครงสร้างเหล็กเปลือย เช่น เสาและคานเหล็กรูปพรรณ มิได้ออกแบบให้มีวัสดุหุ้มเพื่อป้องกันไฟไว้เลย ทำให้โครงสร้างพังทลายรวดเร็ว แม้โรงงานเคยเกิดไฟไหม้หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการเพิ่มมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นในการขออนุญาตก่อสร้างใหม่ เช่น การทำฉนวนหุ้มเสาเหล็กเปลือย


                   2.  การวิบัติอย่างรวดเร็วและทั้งหมด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการขาดรายละเอียดทางโครงสร้าง เช่น ชิ้นส่วนเพื่อยึดเกาะระหว่างโครงสร้างคานและฟื้น และการค้ำยันด้านข้างของโครงสร้าง


                   3.  บันไดขนาดกว้าง 1.60 จำนวน 2 แห่งออกแบบไว้สำหรับใช้งานตามปกติเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนงานจากชั้นละประมาณ 500 คนหลบหนีออกจากอาคารได้ ตำแหน่งของบันไดทั้งสองอยู่ฟากเดียวกันของอาคาร ทำให้คนงานถูกบล็อกด้วยไฟและควันทั้งหมด ลักษณะของบันไดที่เป็นห้องโถงมีประตูกระจกกั้นแยกออกจากห้องทำงาน ทำให้ห้องโถงบันไดซึ่งไม่มีระบบอัดอากาศกลายเป็นกล่องดูดควันและไฟให้ขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว


                   4.  ประตูทางเข้าออกจากอาคาร ซึ่งอยู่ติดกับบันไดมีขนาดกว้าง 1.6 เมตร 2 แห่ง ไม่เพียงพอจะให้คนงานประมาณ 2,000 คนหลบหนีออกจากอาคารได้ทันท่วงที


                   5.  ไม่มีระบบเตือนภัย หรือระบบกระจายเสียงเตือนภัยให้คนงานทราบเลย ห้องทำงานยังเป็นระบบปรับอากาศ มีเสียงเย็บจักรดัง ทำให้คนงานไม่ทราบเหตุการณ์จนกว่าจะเห็นควันไฟแล้ว


                   6.  แม้โรงงานจะติดตั้งท่อฉีดน้ำดับเพลิงชั้นละ 2 หัว แต่เนื่องจากไม่มีการซักซ้อมหรือเตรียมพร้อม เมื่อเกิดไฟไหม้จึงไร้ผล

 


                   7.  ไม่มีแผนหลบหนีภัย ไม่มีการซักซ้อมการหนีไฟ ทำให้เกิดความประมาท ตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง โดยยามรักษาการณ์และหัวหน้าคนงานประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงตัดสินใจผิดพลาดและล่าช้า

 


                   8.  ลักษณะของลิฟท์ส่งของที่มีประตูเหล็กยึดทำให้ช่องลิฟท์กลายเป็นปล่อง ทั้งไฟและควันลุกลามจากชั้นล่างขึ้นไปข้างบนสู่ห้องทำงานทุกชั้นอย่างรวดเร็ว

 


                   9.  ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารมีการกองเก็บวัสดุไว้ข้างๆ ทางเดิน ทำให้ไฟลุกลามข้ามจากอาคาร 1 ไปอาคาร 2 และอาคาร 3 อย่างรวดเร็ว

 


                   10.  มีการเก็บกองวัสดุตามทางเดิน และใช้ชั้นล่างเป็นโกดังเก็บวัสดุ ทำให้โรงงานเต็มไปด้วยเชื้อไฟที่ลุกลามข้ามอาคารได้รวดเร็วตลอด

 


                   11.  ลักษณะอาคารโรงงานไม่มีกันสาด คนงานไม่สามารถปีนหนีออกไปจากห้องเพื่อหลบควันชั่วคราวและรอรับความช่วยเหลือได้ จึงต้องปีนหน้าต่างและกระโดดลงไปทันที

 

อ่านทั้งหมด click :ดาวน์โหลด