ฉบับที่ 24 (7 พฤษภาคม 2552)
บทเรียนเพลิงมรณะโรงงาน “เคเดอร์” เปรียบเทียบ “ซานติก้าผับ”
บัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ
มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
ภายหลังเกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดในประวัติการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยและสากลกรณี
เคเดอร์ (10 พฤษภาคม 2536) ไม่ถึงเดือน นายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 74/2536 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2536 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อเท็จจริง และสาเหตุเกี่ยวกับกรณีเพลิงไหม้บริษัทเคเดอร์ อินดัสเทรียล (ไทยแลนด์) จำกัด และสภาวะความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมี ศ.นิคม จันทรวิทุร เป็นประธานมีนักวิชาการด้านความปลอดภัยและหลายหน่วยงานเข้าร่วมพบข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ มีประวัติการเกิดเพลิงไหม้มา 3 ครั้งแล้ว (16 ส.ค.32, 2 พ.ย.34, 13 ก.พ.36) เพราะอุปกรณีไฟฟ้าเสื่อมและไฟฟ้าลัดวงจร
ð มีการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารใหม่ และเกิดเพลิงไหม้อีก ทั้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เคยออกหนังสือแนะนำข้อปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยและสั่งให้ปรับปรุง โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม ร่วมกับกองตรวจความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยตรวจโรงงานเคเดอร์ฯและไทยจิวฟูฯ เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2536 และมีหนังสือแนะนำให้นายจ้างปฏิบัติจำนวน 5 ข้อ ดังนี้
1. ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานแทนเจ้าหน้าที่ที่ลาออก
2. ให้จัดหาและบังคับใช้อุปกรณ์คุ้มครอง เช่น ปลั๊กลดเสียง
3. ให้มีการตรวจสอบลิฟท์ขนของภายในโรงงานและห้ามพนักงานโดยสาร
4. ให้จัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย และฝึกซ้อมดับเพลิงพร้อมทั้งรายงานให้
ทราบ
5. ให้มีการตรวจร่างกายประจำปีพนักงาน
(1) สาเหตุเกิดเพลิงไหม้
กรณีโรงงานเคเดอร์
จากการสืบสวนของกรมตำรวจพบต้นเพลิงอยู่บริเวณขั้นล่างของอาคารที่ 1 พบร่องรอยที่พื้นปูนมีรอยไหม้เป็นสีน้ำตาลและมีพยานยืนยันว่าสาเหตุจากการสูบบุหรี่ของพนักงานคนหนึ่งในที่เกิดเหตุ
กรณีซานติก้าผับ
จากการสอบสวน ต้นเหตุของเพลิงไหม้มาจากสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟกต์และดอกไม้เพลิงที่มีการนำมาใช้ในอาคารเกิดเหตุ มีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า เห็นสะเก็ดไฟ และกลุ่มควันเกิดขึ้นที่เพดานเหนือเวทีหลังจากเล่นสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟกต์และดอกไม้เพลิง ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ต่อมากลุ่มควันและเปลวเพลิงได้ขยายตัว ส่งกลิ่นเหม็นและมีเศษวัสดุติดไฟร่วงหล่นลงมา
(2) สาเหตุไฟไหม้ลุกลามมีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก
กรณีเคเดอร์
1. โครงสร้างเหล็กเปลือย เช่น เสาและคานเหล็กรูปพรรณ มิได้ออกแบบให้มีวัสดุหุ้มเพื่อป้องกันไฟไว้เลย ทำให้โครงสร้างพังทลายรวดเร็ว แม้โรงงานเคยเกิดไฟไหม้หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการเพิ่มมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นในการขออนุญาตก่อสร้างใหม่ เช่น การทำฉนวนหุ้มเสาเหล็กเปลือย
2. การวิบัติอย่างรวดเร็วและทั้งหมด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการขาดรายละเอียดทางโครงสร้าง เช่น ชิ้นส่วนเพื่อยึดเกาะระหว่างโครงสร้างคานและฟื้น และการค้ำยันด้านข้างของโครงสร้าง
3. บันไดขนาดกว้าง 1.60 จำนวน 2 แห่งออกแบบไว้สำหรับใช้งานตามปกติเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนงานจากชั้นละประมาณ 500 คนหลบหนีออกจากอาคารได้ ตำแหน่งของบันไดทั้งสองอยู่ฟากเดียวกันของอาคาร ทำให้คนงานถูกบล็อกด้วยไฟและควันทั้งหมด ลักษณะของบันไดที่เป็นห้องโถงมีประตูกระจกกั้นแยกออกจากห้องทำงาน ทำให้ห้องโถงบันไดซึ่งไม่มีระบบอัดอากาศกลายเป็นกล่องดูดควันและไฟให้ขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว
4. ประตูทางเข้าออกจากอาคาร ซึ่งอยู่ติดกับบันไดมีขนาดกว้าง 1.6 เมตร 2 แห่ง ไม่เพียงพอจะให้คนงานประมาณ 2,000 คนหลบหนีออกจากอาคารได้ทันท่วงที
5. ไม่มีระบบเตือนภัย หรือระบบกระจายเสียงเตือนภัยให้คนงานทราบเลย ห้องทำงานยังเป็นระบบปรับอากาศ มีเสียงเย็บจักรดัง ทำให้คนงานไม่ทราบเหตุการณ์จนกว่าจะเห็นควันไฟแล้ว
6. แม้โรงงานจะติดตั้งท่อฉีดน้ำดับเพลิงชั้นละ 2 หัว แต่เนื่องจากไม่มีการซักซ้อมหรือเตรียมพร้อม เมื่อเกิดไฟไหม้จึงไร้ผล
7. ไม่มีแผนหลบหนีภัย ไม่มีการซักซ้อมการหนีไฟ ทำให้เกิดความประมาท ตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง โดยยามรักษาการณ์และหัวหน้าคนงานประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงตัดสินใจผิดพลาดและล่าช้า
8. ลักษณะของลิฟท์ส่งของที่มีประตูเหล็กยึดทำให้ช่องลิฟท์กลายเป็นปล่อง ทั้งไฟและควันลุกลามจากชั้นล่างขึ้นไปข้างบนสู่ห้องทำงานทุกชั้นอย่างรวดเร็ว
9. ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารมีการกองเก็บวัสดุไว้ข้างๆ ทางเดิน ทำให้ไฟลุกลามข้ามจากอาคาร 1 ไปอาคาร 2 และอาคาร 3 อย่างรวดเร็ว
10. มีการเก็บกองวัสดุตามทางเดิน และใช้ชั้นล่างเป็นโกดังเก็บวัสดุ ทำให้โรงงานเต็มไปด้วยเชื้อไฟที่ลุกลามข้ามอาคารได้รวดเร็วตลอด
11. ลักษณะอาคารโรงงานไม่มีกันสาด คนงานไม่สามารถปีนหนีออกไปจากห้องเพื่อหลบควันชั่วคราวและรอรับความช่วยเหลือได้ จึงต้องปีนหน้าต่างและกระโดดลงไปทันที
อ่านทั้งหมด click :ดาวน์โหลด