ตอนที่ ๑     ตอนที่ ๒     ตอนที่ ๓     ตอนที่ ๔      ตอนที่ ๕   

ตอนที่ ๖     ตอนที่ ๗     ตอนที่ ๘     ตอนที่ ๙      ตอนที่ ๑๐ 

ตอนที่ ๑๑   ตอนที่ ๑๒   ตอนที่ ๑๓    ตอนที่ ๑๔   ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖   ตอนที่ ๑๗   ตอนที่ ๑๘    ตอนที่ ๑๙   ตอนที่ ๒๐  

ตอนที่ ๒๑   ตอนที่ ๒๒

          ผมขอบทความที่มองระบบการศึกษาไทยอย่างครอบคลุมรอบด้าน   และเห็นภาพเชิงประวัติศาสตร์ ของ ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษาที่ดีและเก่งที่สุดคนหนึ่งของสังคมไทย   เอามาเผยแพร่ต่อดังต่อไปนี้   โดยที่บทความนี้ยาวกว่า ๕๐ หน้า    จึงทยอยลงหลายตอน


          ขอชักชวนให้ค่อยๆ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ จะได้ประโยชน์มาก    

 

วิกฤติ    กระบวนทัศน์  มโนทัศน์  เพื่อการปฎิรูปการศึกษา
กฤษณพงศ์ กีรติกร

ต่อจากตอนที่ ๒๒

ผนวก   บางส่วนจากแผนอุดมศึกษาระยะยาวระยะที่  2

32. เนื่องจากจะมีเกษตรกรออกจากภาคเกษตรต่อเนื่องนับแสนคนต่อปี   ทั้งการออกถาวร  ออกเป็นฤดูกาลออกตามปัจจัยการมีงานทำ   ออกจากสภาวะภัยธรรมชาติในพื้นที่   อุดมศึกษาต้องเพิ่มความรู้และทักษะให้ประชากรเหล่านี้ที่มีการศึกษาน้อย (ระดับประถมหรือมัธยมศึกษา)  และออกจากภาคเกษตร  ก่อนเข้าสู่ภาคบริการและภาคการผลิต   ทั้งนี้อุดมศึกษาต้องทำงานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลข้อมูลการเคลื่อนย้ายประชากร   คาดคะเนการเคลื่อนย้ายแรงงานหน่วยงานรัฐ  เอกชน  และองค์กรพัฒนาเอกชน  ภาคการศึกษาและฝึกอบรม  เช่น  สถาบันอาชีวศึกษา   องค์กรพัฒนาแรงงาน   จัดหลักสูตรการฝึกอบรมรองรับ

          ทั้งนี้   อุดมศึกษาต้องเน้นการสร้างหน่วยปฏิบัติการฝึกอบรมระดับลึกในพื้นที่   มากกว่าการตั้งรับแรงงานที่ออกจากภาคเกษตรไร้ฝีมือนี้ในเขตเมืองใหญ่

 

33. อุดมศึกษาช่วยประชากรที่ยังอยู่ในภาคเกษตร  ให้อยู่ต่อไปได้  และอยู่ได้ดีขึ้น  อุดมศึกษาต้องช่วยสร้างคน  ความรู้  กลไกเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food security) ในระดับครัวเรือน   ชุมชน   พื้นที่,   เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต ,    การจัดการการเกษตรที่ยั่งยืน,    การเกษตรสมัยใหม่,    การสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตเกษตร    ด้วยอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมฐานวัตถุดิบเกษตร 

 
34. ภาคบริการซึ่งจะเป็นหลักเศรษฐกิจที่ใหญ่ของประเทศ    มีความสำคัญสูงทั้งการสร้างรายได้ประชาชาติ  การจ้างงาน    การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนไม่สูง   การเอื้อต่อการรักษาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและทุนทางสังคม อุดมศึกษาต้องทำงานใกล้ชิดกับภาคบริการ  โดยสร้างความเข้าใจทั้งมิติประเภทของภาคบริการรูปแบบใหม่   การเอื้อต่อการสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้และการใช้เทคโนโลยี    และองค์ประกอบ ( knowledge/technology content),   ความสำคัญใน value chain   เพื่อการพัฒนาบุคลการและความรู้รองรับ


35. อุดมศึกษาร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมรายสาขา   โดยเฉพาะการวิเคราะห์ห่วงโซ่มูลค่า  มูลค่าในการส่งออก   การจ้างงาน   เป้าหมายของอุตสาหกรรมในการเพิ่มผลิตภาพ ฯ      เพื่อกำหนดแผนร่วมเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคน  การบริการเทคนิค   และการวิจัยที่กำหนดโดยผู้ใช้ (Demand led manpower development, technical services and research)  ทั้งนี้ต้องทำงานในเชิงพื้นที่ (เช่นนิคมอุตสาหกรรม)   ทำเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม   และอุดมศึกษาทำงานเป็นเครือข่าย   เพื่อมีโจทย์ชัดเจน  ติดตามและปรับตัวได้ต่อเนื่อง

          ควรมีการทำงานทั้งระดับมหภาคสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   สภาอุตสาหกรรม  สภาหอการค้า หน่วยงานรัฐที่สนับสนุนงบประมาณการทำงานและการวิจัย  และกลุ่มอุดมศึกษา     การทำงานในระดับพื้นที่กับนิคมอุตสาหกรรม   การทำงานกับกลุ่มอุตสาหกรรม

…...........................................


90………... อุดมศึกษาควรมีนโยบายเปิดให้ผู้จบอาชีวศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ด้วยความยืดหยุ่น   ประกอบอาชีพต่อไป   ไม่ต้องทิ้งงานทิ้งอาชีพ   โดยหลักสำคัญคือ  
          ก.  ศึกษาในเงื่อนไขเวลาที่ไม่บีบรัด  ไม่ผูกมัดนักศึกษาที่เป็นผู้ขับดันภาคการผลิตจริง   ทำงานหาเลี้ยงชีพเอง   และอาจต้องดูแลครอบครัว   ไม่กำหนดว่าต้องเรียนสำเร็จในเวลาอันสั้นเช่นระบบการศึกษา 4 ปี  ซึ่งเป็นเรื่องของนิสิตนักศึกษาในวัย 18-22 ปี  ได้เงินจากบิดามารดาหรือเงินกู้จากรัฐมาเรียน   ไม่มีความรับผิดชอบใดในชีวิตนอกจากการเรียน   และ
          ข. การสะสมหน่วยกิตในทำนองธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
          การจัดการศึกษาในลักษณะดังกล่าวยังเป็นพันธกิจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong
Learning)ของมหาวิทยาลัยไปในตัว

91. อุดมศึกษาปรับกระบวนทัศน์  กลไก   ทำงานร่วมกับอาชีวศึกษาและภาคการผลิตจริง   ยกความรู้สมรรถนะทักษะ  เพื่อเพิ่มผลิตภาพ    รองรับการเปลี่ยนงานและเปลี่ยนอาชีพผู้ทำงานในภาคการผลิตจริง  


92. สถาบันอุดมศึกษาควรแบ่งเวลาของตนเองให้การสนับสนุนการศึกษาระดับมัธยมและอาชีวศึกษาอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการสองข้อข้างต้นบรรลุผล ด้วยกลไกสำคัญเช่น   การส่งอาจารย์เข้าไปสอนทั้งเต็มและไม่เต็มเวลา,  การอบรมยกระดับครู การผลิตสื่อการสอนสมัยใหม่, การให้ความรู้เบื้องต้นของการทำโครงงานและการวิจัย ,  การจัดกิจกรรมค่ายวิชาการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง, การให้ข้อมูลแก่นักเรียนในเรื่องหลักสูตรอุดมศึกษาและคุณลักษณะของอาชีพในสาขาต่าง ๆ

          ทั้งนี้ให้กำหนดเป็นหน้าที่และให้ภาระงานด้านวิชาการหรือบริการวิชาการของอาจารย
อุดมศึกษา

93. นอกจากการร่วมกับการศึกษาขั้นพื้นฐานพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษ   ซึ่งเสมือนการสร้างหัวรถจักรลากจูงประเทศในอนาคตแล้ว    อุดมศึกษาต้องเร่งทบทวนกระบวนการผลิตและพัฒนาครูป้อนโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในมิติใหม่การสร้างตัวคูณ (Multiplier)  ตั้งแต่

          : การสร้างเงื่อนไขใหม่ให้มีคนเก่งเข้ามาเรียนครู
          : การทบทวนการผลิตครู   ให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษา  และการศึกษาสำหรับช่างเทคนิค   ที่อาจมีเวลาและกระบวนการผลิตครูที่ต่างกัน  โดยการรับบัณฑิตในสาขาอื่นนอกจากศึกษาศาสตร์   แล้วต่อยอดด้านการสอน   ร่วมการฝึกงานในสถานศึกษา   และการฝึกงานในสถานประกอบการในกรณีของครูช่างเทคนิค   สร้างการผลิตครูระดับมัธยมศึกษาและครูช่างเทคนิคในระบบ 4+ x ปี  นอกเหนือจากระบบครู 5 ปี 
: กำหนดมาตรการยกระดับครูที่มีอยู่แล้ว


..........................................................


97. ให้พัฒนาเพื่อการจัดสถาบันอุดมศึกษา 4 กลุ่ม (category)  คือ

          : กลุ่มวิทยาลัยชุมชน (Community Colleges)
          : กลุ่มมหาวิทยาลัยสี่ปี (4-year University) และมหาวิทยาลัยศิลปศาสตร์ (Liberal Arts University)  
          : กลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง (Specialized University)   มหาวิทยาลัย Comprehensive
          : กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย (Research University)  และมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา (Graduate  University)
          การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเป็น 4 กลุ่มเป็นไปตามการกำกับนโยบายของมหาวิทยาลัย  ควบคู่ไปกับการประเมินมาตรฐานการศึกษาที่สอดคล้องกับกลุ่มอุดมศึกษาที่มีพันธกิจต่างกัน   กลไกจัดสรรทรัพยากรจากฝ่ายรัฐอย่างมีทิศทางและเป้าหมาย  และการระดมทรัพยากร


 
98. สถาบันการศึกษาทั้งสี่กลุ่ม


          : มีพื้นที่บริการที่เป็นจุดเน้นต่างกัน  
          : ต่างมีจุดเน้นของพันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ  ที่มีความต้องการหลากหลายทั้งการพัฒนาฐานราก  สังคม  เศรษฐกิจรวมถึงการกระจายอำนาจในระดับท้องถิ่น  การขับเคลื่อนภาคการผลิตในชนบท  ท้องถิ่นและระดับประเทศ   จนถึงการแข่งขันในโลกาภิวัตน์ 
          : แต่ละกลุ่มมีจุดเน้นระดับการศึกษา  ทุกกลุ่มยังมีพันธกิจทั้งสี่ของอุดมศึกษาคือสอน  วิจัย  บริการวิชาการ  และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม  ที่มีปริบทและเป้าหมายสอดคล้องกับพันธกิจ

 

99. ระบบอุดมศึกษาไทยที่มีกลุ่มอุดมศึกษาทั้งสี่   จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษา   ส่งผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ   กล่าวคือ


          (1) สถาบันอุดมศึกษาสามารถเป็นเลิศได้ตามพันธกิจของตัวเอง  และได้รับการสนับสนุนตามพันธกิจ
          (2) ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศดีขึ้น  ไม่ว่าการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล, การพัฒนาภาคการผลิตจริงทั้งอุตสาหกรรมและบริการ, การพัฒนาอาชีพ  คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่  ระดับท้องถิ่นและชุมชน, การพัฒนาความรู้ทักษะ  การรองรับการเปลี่ยนอาชีพ  เปลี่ยนงาน  เลิกจ้างงาน, การรองรับแรงงานที่ออกจากภาคเกษตร, การพัฒนาผลิตภาพของผู้ทำงานต่อเนื่อง  ผู้ที่พ้นวัยทำงาน, การเรียนรู้ตลอดชีวิต
          (3)  ส่งผลทางบวกต่อการผลิต  พัฒนา  กระจาย  และการทำงานของอาจารย์  ดังนี้
          -  ทำให้การลงทุนผลิตพัฒนาอาจารย์มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น  ทั้งฝ่ายรัฐและสถาบันอุดมศึกษา
          -  เอื้อต่อการกระจายอาจารย์อย่างเหมาะสมกับความถนัดและเชี่ยวชาญซึ่งมีจำกัดในขณะที่กำลังผลิตเพิ่ม และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ตามพันธกิจของสถาบัน
          -  การตั้งเป้าจำนวนและสาขาอาจารย์และการลงทุนในการผลิตอาจารย์จะมีความเป็นไปได้และตรงเป้าหมายของอุดมศึกษามากขึ้น
          ทั้งนี้  ส่วนเกินของงบประมาณที่ได้คืนมาสามารถนำมาตอบแทนอาจารย์คุณภาพให้
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่โดยมิต้องทำงานพิเศษนอกเวลามากเท่าปัจจุบัน

............................................


165. เหนือจากการสนับสนุนหลักสูตรทางด้านเทคนิค วิชาการ วิชาชีพแล้ว  รัฐจะให้การสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตร “ศิลปศาสตร์” (Liberal Arts Education) ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ ทั้งในลักษณะหลักสูตรเสริม เพิ่มเติม ทดแทน ตลอดจนการปรับเปลี่ยนพันธกิจของบางสถาบันให้เป็นมหาวิทยาลัยด้านศิลปศาสตร์เต็มรูปแบบ  

          นอกจากนี้ควรออกแบบหลักสูตรศิลปศาสตร์ในยุคหลังอุตสาหกรรม (Post Modern Liberal Arts) ที่สามารถรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่และตลาดแรงงาน เช่น ดนตรี ศิลปะ เทคโนโลยีสารสนเทศ  Neuro Science  การบริหารจัดการ  พลังงานและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและนักคิดของโลก เป็นต้น รวมทั้งคำนึงถึงการสนับสนุนการศึกษาพิเศษในรูปแบบต่างๆ  
                                          


 

          บทความชุดนี้เป็น master piece ด้านให้ความลุ่มลึกในการทำความเข้าใจระบบการศึกษาไทยอย่างครบถ้วนรอบด้าน    ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่าน ดร. กฤษณพงศ์ กรุณามอบบทความให้ผมนำมาเผยแพร่ 

วิจารณ์ พานิช
๒๖ พ.ค. ๕๒