ภาพที่ ๑   ในอดีต                                                   ภาพที่ ๒   ปัจจุบัน 

                                                                                                        ที่มา  :  www.songkran.net/th/history.php

เมื่อดูภาพทั้ง  ๒ ภาพ แล้วท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง???  เกิดอะไรขึ้นในภาพ  มีสิ่งใดสะท้อนให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมประเพณีที่เปลี่ยนไปหรือไม่  นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของวิถีชีวิตเกี่ยวกับประเพณีที่งดงามของไทยอีกอย่างที่ถือว่าเป็นเสน่ห์มากเพราะสามารถดึงดูดให้ชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยได้ปีละมากมายทีเดียว สิ่งจูงใจน่าจะเป็นการเล่นด้วยความสดชื่น สวยงาม อ่อนหวานตามแบบอย่างไทยในประเพณีสงกรานต์  

"สงกรานต์" เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าผ่าน หรือเคลื่อนย้ายเข้าไป หมายถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่งทุกๆ เดือน ยกเว้นเมื่อย้ายจากราศีมีนสู่ราศีเมษ จะเรียกชื่อพิเศษว่า "มหาสงกรานต์" เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามความเชื่อของอินเดียฝ่ายเหนือ ไทย รับคติความเชื่อเกี่ยวกับวันขึ้นปีใหม่นี้มาใช้เช่นกัน แต่จะเรียกว่า "สงกรานต์" เท่านั้น  (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ,http://kanchanapisek.or.th/kp8/song02t.htm)

ในวันสงกรานต์ มีประเพณีที่นิยมถือปฏิบัติกัน หลายอย่าง ได้แก่ ก่อนวันสงกรานต์ จะนิยมทำความสะอาดบ้านเรือน ชำระล้างสิ่งของเครื่องใช้ให้สะอาดหมดจด เพื่อต้อนรับปีใหม่ด้วยความแจ่มใสเบิกบานและ มีการตระเตรียมข้าวของไว้สำหรับทำบุญ ในวันสงกรานต์ โดยมีพิธีทำบุญตักบาตร  ก่อเจดีย์ทราย ปล่อยนกปล่อยปลา บังสุกุลอัฐิของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว  การสรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่  การเล่นสาดน้ำ และการเล่นรื่นเริงประเภทร้องรำ  การละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ

  ปัจจุบันนี้ มีการละเล่นที่เปลี่ยนแปลงไป ถามว่าสาเหตุจริง ๆ เกิดจากอะไรกันแน่  ยุค  เวลา สถานการณ์  สิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย  โดยเฉพาะยุคโลกาภิวัตน์ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากมายและรวดเร็วจนตามไม่ค่อยทัน  คุณเชื่อหรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้อยู่บ้านก็เล่นสาดน้ำหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้  หรือการก่อเจดีย์ทราย  การรดน้ำขอพร  การปล่อยนกปล่อยปลา ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ที่ถูกนำมาอำนวยความสะดวกให้คนในยุคนี้ได้ร่วมกิจกรรมนั้นหากมองในมุมที่ดีคือเป็นการสอนให้เด็ก เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยี  หากแต่ความเข้าใจในคุณค่าและเห็นความสำคัญของประเพณีนั้นดูจะลดลงไป   ดังนั้นผู้ใหญ่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีโดยการนำพาบุตรหลานไปร่วมกิจกรรมจริง ๆ เพราะจะเกิดประโยชน์ต่อความซาบซึ้งในจิตใจเกี่ยวกับคุณค่าของกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของประเพณี เนื่องจากทุกสิ่งที่บรรพบุรุษได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานั้นล้วนมีความหมายที่ดีงามทั้งสิ้น  น่าจะเป็นการดีที่เราคนไทยทุกคนซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของวัฒนธรรมควรที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ ประเพณีที่งดงามให้อยู่คู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป  อย่าปล่อยให้กาลเวลา และความเจริญต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปมามีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยได้ หวังว่าภาพอนาคตต่อไปจะมีแต่ความสวยงามและอ่อนโยนตามเอกลักษณ์ไทยแต่โบราณนะคะ

 

เรียบเรียงโดย ...นส.สุชาดา ปุญปัน

        นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ