
เท่าที่จำได้ ผมเพิ่งจะเริ่มเป็นหนอนเมื่อจริงๆจังๆเมื่อสัก 3 ปีที่แล้วครับ
ผมน่าจะติดนิสัยรักการอ่านจากพ่อของผมครับ ท่านทำงานรับราชการที่ดิน แต่ท่านจบกฎหมาย
ผมมักจะเห็นท่านนอนดึกๆอ่านหนังสืออยู่เป็นประจำครับ ส่วนผมเด็กๆมักจะหลับก่อนพ่อเสมอ
ทุกวันนี้ท่านเกษียณอายุราชการแล้วครับ แต่ตอนนี้ท่านเป็นอาจารย์สอนด้านกฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง ราชบุรีครับ ผมก็ยังเห็นท่านนั่งอ่านหนังสือ ออกข้อสอบ ทบทวน เตรียมการสอนอยู่ดึกๆเสมอครับ
พ่อผมอายุประมาณ 70 ปีแล้วครับ
ส่วนผมก็ชอบการอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ยังไม่ค่อยสนใจมากนัก สนใจแต่เฉพาะเรื่องที่ต้องใช้สอบครับ หยิบหนังสือด้านอื่นๆบ้าง แต่ก็เป็นแบบอ่านผ่านๆครับส่วนใหญ่ก็จะหาอ่านจากห้องสมุดครับ เพราไม่มีเงินซื้อเป็นของตัวเอง
ช่วงเริ่มทำงานปีแรกๆก็เริ่มซื้อหนังสือบ้าง แต่จำได้ว่าน้อยมากปีนึงน่าจะสักไม่ถึง 10 เล่มครับ
จุดเปลี่ยนของผมก็คือสักประมาณ 3 ปีที่แล้วครับเริ่มจากเริ่มสนใจหนังสือพวกแนวพัฒนาตนเอง เพราะต้องการปรับปรุงการทำงาน และ แนวพุทธศาสนาครับ เพราะรู้สึกว่าชีวิตมันขาดๆอะไรสักอย่าง
ทุกวันนี้ก็จะอ่านหลายๆแนวครับ ทั้งแนวพุทธศาสนา ธุรกิจ พัฒนาตัวเอง ปรัชญา กวี นวนิยายคลาสสิค จิตตปัญญาศึกษา นิเวศวิทยา การเมือง การปกครอง ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่ บันทึก อัตชีวประวัติ และ อีกหลายๆแนวที่เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับการพัฒนาตัวเอง ให้เข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ดีขึ้น
หลังจากนั้นก็เริ่มซื้อหนังสือบ่อยขึ้น จากวันนั้นผมจะซื้อหนังสืออาทิตย์ละ 2-3 เล่มครับ
การซื้อหนังสือของผม ก็จะใช้วิธีเดินสอดส่องหนังสือน่าสนใจตามร้านหนังสือครับ บวกกับสั่งซื้อโดยตรงจากทางสำนักพิมพ์โดยใช้ internet เป็นตัวช่วยครับ
ทุกๆเดือนก็จะแบ่งรายได้ประมาณ 2-3 พันบาท ลงทุนให้กับสิ่งที่เรารักครับ คือ การซื้อหนังสือที่เราชอบ
ถ้าวันธรรมดา ผมจะมีเป้าหมายที่ 50 หน้า ถ้าวันหยุดอยู่บ้านจะอ่านไปเรื่อยๆครับ ถ้าเล่มไม่ใหญ่ก็วันเดียวจบครับ ถ้าเล่มหนาก็สะสมไมล์ไปเรื่อยๆครับ
การอ่านหนังสือ เป็นช่วงที่มีความสุขของผมมากๆครับ และ ผมพบว่าจากการอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจะพาเราไปพบกับหนังสืออีกเล่มหนึ่งจากการแนะนำของผู้เขียน หรือ การกล่าวอ้างถึงในหนังสือ คล้ายๆมีโยงใยกันอยู่ครับทำให้เราอยากอ่านเรื่องใหม่ๆอยู่เสมอ
ผมมีความฝันว่าอยากมีห้องสมุด (ห้องหนังสือ) เป็นของตัวเองครับ
แต่ก็ยังสงสัยครับว่าทำไมนักอ่านต้องถูกเรียกว่า..หนอนหนังสือ
สักวันผมจะขอเป็นผีเสื้อหนังสือได้ไหมครับ
note : เป็นบันทึกเก่าแต่ ทำการ post ใหม่เพราะมีเพื่อนบางท่านอ่านไม่ได้ครับ
ทำไมนักอ่านต้องถูกเรียกว่า..หนอนหนังสือ
นานมาแล้วเคยอ่านเจอคำตอบสำหรับคำถามนี้...แต่ลืมไปแล้ว
ดีใจจังที่รู้จัก "หนอน..หนังสือ" อ่านหนังสือแนวเดียวกับพี่ค่ะ
พี่ชอบอ่าน...และดีใจทุกครั้งที่รู้จักคนชอบอ่านเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าเห็นเด็กๆ อ่านหนังสือ จะมีความสุขมาก..ห่วงใยเสมอว่าถ้าเด็กไทยไม่อ่านแล้ว..อนาคตชาติจะเป็นอย่างไร
สวัสดีค่ะน้องหนอน
รวมพล คนหนอนหนังสือด้วยคนค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่แก้ไขใหม่จนสามารถอ่านบันทึกนี้ได้....
อ่านแล้วยิ้ม ๆ ไปด้วย คิดถึงตัวเองบ้าง....ตอนนี้น่ะคงเป็น "คุณย่าผีเสื้อหนังสือ" แล้ว
เป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ ๆ อ่านตั้งแต่ยังอ่านไม่ออก...555... ดูภาพค่ะ พอเรียนหนังสือก็ตั้งใจเรียนเพราะอยากอ่านหนังสือของพี่ ๆ ออก อ่านการ์ตูนก่อนเป็นหลัก ตามด้วยนิทาน อ่านจนสายตาสั้น (แม่ว่าเช่นนั้น) โตขึ้นก็มีรุ่นพี่และเพื่อน ๆ รวมทั้งคุณครูที่แนะนำให้อ่านหนังสือดี ๆ ยิ่งช่วงเรียนมหา'ลัย จะอ่านแต่ปรัชญา การเมือง เรื่องเพื่อมวลชนและชีวิต พอทำงานก็เริ่มอ่านงานที่เกี่ยวข้องและจิตวิทยา ธรรมะเพราะไม่เข้าใจบางสิ่งที่เจอในการทำงาน...จนมาเรียนอีกครั้ง ก็เลยได้อ่าน ๆ ๆ ....
คนไม่มีรากชอบหนังสือมาก บางเล่มซื้อแล้วซื้ออีก ยังไม่ได้อ่านเลย ของขวัญที่จะให้เพื่อนก็เป็นหนังสือเสียส่วนใหญ่ เพื่อนจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เราชอบ อยากให้เพื่อนอ่าน...เราก็ซื้อให้...55555...
เพื่อน ๆ บอกว่า ถ้าคนไม่มีรากตายไป จะเอาหนังสือใส่โลงศพไปให้...
อูย...คุณย่าผีเสื้อหนังสือ...โม้ยาว....
ขอให้มีความสุขกับการเป็น "ผีเสื้อหนังสือ" นะคะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
แวะมาเยี่ยมครับ
อยากมีร้านหนังสือ แนวๆ บ้านอารีย์ครับ
ขายกาแฟเลี้ยงธาตุขันธ์ไปด้วย
"ทุกๆเดือนก็จะแบ่งรายได้ประมาณ 2-3 พันบาท ลงทุนให้กับสิ่งที่เรารักครับ คือ การซื้อหนังสือที่เราชอบ"
ตรงนี้เหมือนกันเลยครับ แต่ผมอ่านแบบไม่ค่อยมีเป้าหมายเท่าไหร่
สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวหนอน
ขอบคุณที่แวะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะครับ