ไปให้ความรู้เรื่องสื่อ ในการอบรมเมื่อ 17-19 มิย. ที่ผ่านมา ที่รร.วิศวกรรมรถไฟ แถมเรื่อง Blog ให้ไปจนหลายคนเข้ามาอยู่ใน G2K เรียบร้อยแล้ว หนึ่งในผู้เข้าอบรมเป็นศิษย์เก่าที่เคยสอนมาก่อน ได้นำเสนอตรงไปตรงมาในบันทึกหนึ่งว่า ....
" ทุกวันนี้ เรามีความรู้สึกว่าความวุ่นวายจะเกิดจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเองซะเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ทานอาหารเช้า เดินทางไปทำงาน ถึงที่ทำงานพบเพื่อร่วมงาน ผบ. คิดวิเคราะห์งาน ทานอาหารกลางวัน ประชุมภาคบ่าย ทำงานต่อเสร้จกลับบ้าน รถติด ถึงบ้านแม่บ้านบ่นเรื่องที่พบในแต่ละวันให้ฟัง เข้านอน,,,,,,,,,,,,,,แล้วหลับไป ใครจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือชีวิตกันแน่ "
ชัด ตรงดีมากครับ ผมเข้าใจ เห็นใจ แต่มีเวลาน้อย จึงไปตอบสั้นๆไว้ ดังนี้
สวัสดีครับ
- ตามมาเยี่ยม
- เข้าใจความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาแบบตรงๆ ง่ายๆ
- เชื่อว่าพูดแทนใครอีกหลายๆคน
- คำตอบต่อคำถามที่ว่า อะไรคือชีวิตกันแน่ หรือ เกิดมาทำไม น่าจะมีหลากหลาย ก็ต้องเลือกเอาที่เห็นว่าใช่
- สำหรับผม เชื่อว่า นี่ คือคำตอบครับ
คนเราควรจะเกิดมา เพื่อพอกพูนหนทางแห่งนิพพานนั่นเอง
สิ่งที่เรียกว่านิพพานนั้น ต้องได้ในขณะที่มีความรู้สึกเป็น ๆ อยู่อย่างนี้ ในขณะใดไม่มีการปรุงแท้จริงในขณะนั้นเป็นนิพพาน ถ้าเด็ดขาดก็เป็นนิพพานแท้ ถ้าไม่เด็ดขาดก็เป็นนิพพานชั่วคราวดังที่กล่าวแล้ว เมื่อรู้จักนิพพานชั่วคราวแล้ว ก็เห็นลู่ทางสว่างไสวที่จะดำเนินต่อไป จนถึงนิพพานถาวรคือนิพพานแท้จริงที่ทำบุคคลผู้ลุถึงให้เป็นอรหันต์นั่นเอง
นี้ก็เพราะมารู้ว่า สังขาร คือ ปรุง เป็น “ทุกข์” นิพพาน คือ ไม่ปรุง เป็น “สุข” คนทุกคนควรจะเกิดมาเพื่อพอกพูนหนทางของพระนิพพานโดยแท้
ขอบพระคุณค่ะ
ตามท่านพี่ขาหญ่ายย กับพี่หญิงใหญ่ มารับสิ่งดีๆ ค่ะ
ท่านอ. สบายดีนะคะ รักษาสุขภาพนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขออนุญาตินำบทความดีๆ ไปบอกต่อนะคะ :)
ได้อ่าน บทความ เกี่ยวกับชีวิตว่าเกิดมาทำไม เพื่ออะไร แล้วได้ข้อคิด นำมาใช้ในการอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ ต่อไปได้อย่างมีความสุข ค่ะ
เพราะทุกวันนี้สังคมปัจจุบันมีแต่คน จะแสวงหาแต่การกิน กาม และเกียรติยศชื่อเสียงมากขึ้น และเบียดเบียนผู้อื่น ทำให้สังคมอยู่ไม่เป็นสุข เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไรก่อน และต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วย จริงไหมค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความดี ๆ
สวัสดีคะ
นั่นดิ.........."เกิดมาทำไม"