วันนี้ 15.45 น. ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่า ให้ขึ้นควบคุม ขบวนรถ ที่ 410 ศิลาอาสน์ - พิษณุโลก เนื่องจากเป็นวันที่ สหภาพ รถไฟ เขาประกาศหยุดเดินขบวนรถกัน โดยผู้บังคับบัญชาของผมบอกว่า พนักงานขับรถเขาไม่กล้าขับไป เพราะกลัวเพื่อนร่วมงานว่า ผมเองก็ไม่อยากให้รถไฟวิ่งเหมือนกันเพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาลที่มีมติให้จัดตั้งบริษัทลูก ส่วนจะเพราะอะไรนั้นผมจะไม่ขอกล่าวในที่นี้ มาพูดเรื่องความขัดแย้งต่อดีกว่า คือผมไม่อย่ากให้รถไฟวิ่ง แล้วทำไมผมต้องขึ้นไปควบคุมใหมันวิ่งไปด้วยล่ะ ด้วยขัดคำสั่งไม่ได้จึงต้องรับปฏิบัติ ต่อมาเมื่อขบวนรถออกจากสถานีศิลาอาสน์ ก็เห็นมีผู้โดยสารขึ้น - ลงเรื่อยๆ มีทั้งเด็กนักเรียน ครู ข้าราชการ แม่ค้า และประชาชนทั่วไป ถึงบางอ้อเลยผม คิดได้ทันทีว่าผู้โดยสารทั้งหมดนี้ คือผู้โดยสารที่เดินทางจาก พิษณุโลก มาทำงานที่ อุตรดิตถ์ และส่วนหนึ่งเป็นผู้โดยสารที่ขึ้น-ลง รายทาง นี่ถ้าเราไม่ขึ้นควบคุมมาเป็นเพื่อนพนักงานขับรถ ผู้โดยสารเหล่านี้คงไม่รู้จะกลับบ้านอย่างไร ก็เอาละ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของการรถไฟฯก็แล้วกัน ส่วนตัวผมก็ยังขัดแย้งในใจอยู่ดี เพราะใจไม่อยากทำ แต่ขัดคำสั่งการโดยชอบไม่ได้ เฮ้อ ขณะที่เขียนข้อความอยู่นี้ ผมอยู่ที่พิษณุโลกแล้ว และยังนอนไม่หลับกับความขัดแย้งระหว่างความคิดกับการกระทำของตัวเอง
ความขัดแย้งภายใน
ขัดแย้งระหว่างความคิดกับการกระทำของตัวเอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
noktalay · 22 มิ.ย. 2552
นางณัฐวดี รักษาธรรม · 22 มิ.ย. 2552
ป้ากัล · 22 มิ.ย. 2552
♥.`๏'-พร ทั้ง หล้า`๏'- ♥ · 22 มิ.ย. 2552
natsuko · 22 มิ.ย. 2552
ความรับผิดชอบของแต่ละคน มักจะส่งผลต่อคนอื่นด้วยครับ การใช้วิจารณญาณเลือกวิธีของการเรียกร้องให้เหมาะสม น่าจะนำมาซึ่งชัยชนะของทุกฝ่ายครับ
สวัสดีครับ
แนะนำอีกนิดครับ
เป็นบันทึกที่น่าอ่านมาก แต่ควรเว้นบรรทัด และมีย่อหน้า อย่าให้ติดกันมากนัก จะโปร่งโล่ง น่าอ่านยิ่งขึ้นครับ
ขอน้อมรับคำ แนะนำ ครับ ผมจะพัฒนาไปเรื่อยๆครับ
ขอบคุณมากครับ อาจารย์
สวัสดีค่ะ
ตามมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องนะคะ..
ยิ่งวันนี้ได้ฟังเรื่องความขัดแย้งภายในแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจค่ะ
ก่อนอื่นเห็นใจคุณนะคะที่ต้องเลือกหน้าที่และความรับผิดชอบ
ต้องอยู่เหนืออุดมการณ์..แม้ใจค้านแต่งานต้องเดินไป....
ติดตามข่าวอยู่ค่ะเป็นกำลังใจให้สหภาพนะคะเพราะไม่เห็นด้วย
เป็นอย่างยิ่งกับรมต ฃาเล้งคนนี้...สงสารการรถไฟ..ประเทศ
เพื่อนบ้านเขาไปถึงไหนๆกันแล้วแต่ของเราเปลี่ยนรมต.ทีก็เปลี่ยน
นโยบายที่..เฮ้อ...ทำให้นอกจากจะต้องย่ำอยู่กับที่แล้วอาจจะ
ถอยหลังเข้าคลองเสียอีก...พนักงานระดับสูงก็ไม่เดือดร้อนแต่
พนักงานผู้น้อยละคะ....รมต.เคยคิดถึงพวกเขาเหล่าวนั้นบ้างไหม.
ขอชมสหภาพการรถไฟที่เข้มแข็งนะคะ..อาจมีท่านที่ไม่เห็นด้วยกับ
ความคิดเห็นนี้ก็ขออภัยค่ะ...ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีให้รัฐบาล
คนหนึ่ง...เสียงของประชาชนต้องดังกว่ารัฐมนตรีค่ะ..โดยเฉพาะรัฐมนตรี
ที่มีเจตนาไม่ได้ทำเพื่อส่วนรวมและไร้ความรู้ที่จะมาบริหารแล้ว..หัวชนฝาค่ะ...
หวังว่าทุกๆฝ่ายคงมีทางออกที่ดีเพื่อประเทศชาตืและประชาชนค่ะ..สาธุ
สวัสดีครับ คุณ พริมา
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง รถไฟ มันเป็นตำนานครับต่อสู้กันยาวนาน การรถไฟมีสินทรัพย์มากมายครับ ขาดก็แต่การจัดการที่ดีเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้มันเกินกำลังผมไปแล้วครับ ผมเองก็ขอทำหน้าที่ของผมไม่ให้ขาดตกบกพร่องเท่านั้น เพราะมีแนวคิดว่า "ทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อนเสมอ"
องค์กรของพวกคุณขาดทุนขนาดหนักถ้าเป็นคนป่วยก็ต้องบอกลาญาติพี่น้องได้แล้ว---
อยู่ดี ๆพวกคุณอ้างอะไรก็ไม่รู้หยุดงานโดยไม่บอกผู้ใช้บริการ ฟังข่าวว่าองค์กรของคุณเสียรายได้ไปร่วม ๆ 30 ล้าน แต่ผมคิดว่าพวกคุณเสียเครดิทไปไม่น้อย---ผมเพียงอยากรู้ว่า--สามัญสำนึกของพวกคุณนะมีมั้ย?----แค่ขับรถไฟวิ่งไปบนรางให้ถึงเป้าหมายตรงต่อเวลาคุณเสียเวลามาตลอด--ผมเคยนั่งรถไฟเมื่อไม่นานมานี้จากลำปาง รถเสียเวลาไปร่วมครึ่งวัน---พวกคุณทำอะไรกันอยู่--คุณอยู่ใน พศ 2552 หหรือเปล่า?--พวกคุณมันเป็นองค์กรที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ แต่ถ้าคุณแก่ได้แล้วคุณตอบสนองผู้บริการสักนิดผมจะไม่ต่อว่าพวกคุณเลย-----แต่พวกคุณมาแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ แบบคนเนื้อในสมองไม่มี มันรับไม่ได้----แล้วองค์กรของพวกคุณจะแพ้ภัยแล้วก็เจ๊งไปเองในนาทีสุดท้าย---อย่าโทษใครพวกคุณทำตัวพวกคุณเอง------ผมก็ขอภาวนาให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ หน่อย
ขอแจมนะคะ
1. เรื่อง ความขัดแย้งภายใน ข้อนี้ ลิลลี่ว่า ความคิดของคุณคิดถูกแล้วว่าไม่อบากขึ้นไปขับ แต่การกระทำของคุณมันผิด ผิดต่อมติของสหภาพฯ การที่สหภาพมีมติออกมาเช่นนั้นเขาตัดสินใจดีแล้ว ผ่านขบวนการทางความคิดมาอย่างดีแล้ว เมื่อเป็นสมาชิกสหภาพเราจะต้องปฏิบัติตาม
ส่วนผู้บังคับบัญชาคุณเขาก็คิดในแง่ของเขาในงานที่เขารับผิดชอบ
งานอุดมการณ์สำคัญกว่างานที่รับผิดชอบคะ
งานอุดมการณ์ทำได้มีโอกาสเดียว วันเดียวเท่านั้น
แต่งานที่รับผิดชอบมีหลายวัน เราอาจทำได้ในวันอื่นๆอีก
งานนี้จึงมีทางเดียวคืองานอุดมการณ์ คุณต้องปฎิบัติตามมติสหภาพคะ
2. กรณีของคุณ plara [IP: 118.173.163.152]
คุณ plara คุณดูออกจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ เห็นแก่ตัวนะคะ และยังไม่เข้าใจระบบ
นโยบายในการบริหารมิใช่หน้าที่ของสหภาพคะ ผู้บริหารระดับสูง (บอร์ด)คือผู้กำหนดนโยบาย หลักการบริหารรับนโยบายมาจากรัฐบาลหลายรัฐบาลคะ
สหภาพเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติคะ เมื่อฝ่ายบริหารทำไม่ถูก พวกเขาไม่มีอำนาจในมือก็ต้องอาศัยการนัดหยุดงานเป็นเครื่องต่อรองคะ
ขอแจมนะคะ
1. เรื่อง ความขัดแย้งภายใน ข้อนี้ ลิลลี่ว่า ความคิดของคุณคิดถูกแล้วว่าไม่อบากขึ้นไปขับ แต่การกระทำของคุณมันผิด ผิดต่อมติของสหภาพฯ การที่สหภาพมีมติออกมาเช่นนั้นเขาตัดสินใจดีแล้ว ผ่านขบวนการทางความคิดมาอย่างดีแล้ว เมื่อเป็นสมาชิกสหภาพเราจะต้องปฏิบัติตาม
ส่วนผู้บังคับบัญชาคุณเขาก็คิดในแง่ของเขาในงานที่เขารับผิดชอบ
งานอุดมการณ์สำคัญกว่างานที่รับผิดชอบคะ
งานอุดมการณ์ทำได้มีโอกาสเดียว วันเดียวเท่านั้น
แต่งานที่รับผิดชอบมีหลายวัน เราอาจทำได้ในวันอื่นๆอีก
งานนี้จึงมีทางเดียวคืองานอุดมการณ์ คุณต้องปฎิบัติตามมติสหภาพคะ
2. กรณีของคุณ plara [IP: 118.173.163.152]
คุณ plara คุณดูออกจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ เห็นแก่ตัวนะคะ และยังไม่เข้าใจระบบ
นโยบายในการบริหารมิใช่หน้าที่ของสหภาพคะ ผู้บริหารระดับสูง (บอร์ด)คือผู้กำหนดนโยบาย หลักการบริหารรับนโยบายมาจากรัฐบาลหลายรัฐบาลคะ
สหภาพเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติคะ เมื่อฝ่ายบริหารทำไม่ถูก พวกเขาไม่มีอำนาจในมือก็ต้องอาศัยการนัดหยุดงานเป็นเครื่องต่อเพื่อให้ปรับโครงสร้างการบริหารคะ
เรียน ท่าน plara ครับ
ผมขอน้อมรับการติติงครั้งนี้จากท่านครับ มันเป็นตำนานการต่อสู้ของคนรถไฟครับ เราเสียมาเยอะ เราถูกทอดทิ้งมานานครับ รถไฟในโลกนี้ไม่มีที่ไหนได้กำไรหรอกครับ นอกจากเป็นบริษัท แต่การเป็น บริษัทนั้น กำไรจะตกกับนักการเมือง และ นายทุน อยากให้ท่านคิดถึง การสื่อสาร และ ปตท.ครับ ณ วันนี้ เขามีกำไรมากมายแต่ให้ผู้ถือหุ้นนะครับ ยิ่ง ปตท.ด้วยแล้ว ทรัพยากรเป็นของ ธรรมชาติให้มา แต่การลงทุน รัฐใช้เงินภาษีลงไปครับ และตอนนี้กำไรเป็นของเอกชนครับ รัฐได้เป็นภาษี เมื่อเทียบส่วนรายได้ของเขาแล้วเล็กน้อยเต็มที
ส่วนการรถไฟฯ เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีสรัพย์สินมากมายครับ โดยเฉพาะที่ดิน มีอยู่ในเมืองใหญ่ๆเกือบทั่วประเทศ ตรงนี้ต่างหากครับที่นยทุน และนักการเมืองต้องการ กระบวนการแปรรูปจึงเกิดขึ้น
รัฐไม่ให้การอุดหนุนมาเป็นเวลานานมากกว่า 10 ปี แล้วครับ เราไม่เคยขอขึ้นค่าโดยสารมาตั้งแต่ รถเมล์ ราคา 75 สตางค์มั้งแล้วท่านว่าตอนนั้น น้ำมันราคาเท่าไรครับ
ก่อนอื่นผมขอเรียนให้ทราบว่า รัฐวิสาหกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทครับ คือ ประเภทที่หารายได้มีกำไร กับประเภท สารณูประโภค ครับ แต่ภาพรวมแล้วรัฐวิสาหกิจทั้งหมดทำรายได้ให้รัฐเป็นแสนล้านครับ ฉะนั้น รัฐต้องนำรายได้จากรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร มาอุดหนุนที่ขาดทุนครับ อยากให้ท่านทราบว่า รถไฟขาดทุน ผู้โดยสารได้กำไรครับ เพราะต้นทุนการเดินทาง และขนส่งต่ำครับ
หากรัฐ ต้องการให้รัฐวิสาหกิจได้กำไรทุกแห่ง ภาระต้องไปตกที่ผู้ใช้บริการแน่นอน และกำไรก็ไปอยู่ในกระเป๋าผู้ถือหุ้นแน่นอนท่านลองถามคนรอบข้างท่านดูซิ่ครับ ว่ามีใครถือหุ้น การสื่อสาร ปตท. และการบินไทยบ้าง จากนั้นท่านลองตรวจสอบดูว่ากำไรจากหน่วยงานที่กล่าวมาเข้ารัฐเท่าไร แล้วใครได้บ้าง
ส่วนการรถไฟฯ ใช้เงินภาษีของประชาชนรวมทั้งท่านด้วยมาเป็นเงินลงทุนครับ ส่วนที่ดินที่มีมากมายนั้น มาจาก ร.5 ทรงพระราชทานให้มาครับ ถ้าเขาแปรรูปได้สำเร็จของเหล่านี้จะเป็นต้นทุนให้กับพ่อค้าและนักการเมืองทันที นั่นหมายถึงว่าเขาไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ตักตวงผลประโยชน์อย่างเดียว เหมือนที่ต่างชาติมาลงทุนให้เราเลี้ยงกุ้งนั่นแหละครับ พอระบบนิเวศน์เสื่อมไม่สามารถทำอะไรได้เขาก็เลิกกิจการ กลับไปพร้อมกับกำไรที่กอบโกยได้ แล้วก็เริ่มโยนเศษเนื้อให้นักการเมือง จากนั้นนักการเมืองก็เริ่มหาสินทรัพย์ของราชการมาแปรรูปขายให้เขาอีก แลกกับ เศษเนื้อก้อนต่อไป สุดท้านก็เมืองขึ้นไงครับ เดี๋ยวนี้เขาไม่ล่าอณานิคมเป็นดินแดนกันแล้วครับ เขาเข้าควบคุมระบบเศรษกิจกันเลย ตีค่าเงินบาทที่ IMF ทำกับเราไงครับ นักการเมืองรวยกันเป็นแถวจากการประกาศค่าเงินบาทลอยตัวของท่าน บิ๊กจิ๋ว ไงจำได้ไหมครับ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณท่านที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการรถไฟฯ และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้มีโอกาสชี้แจง คนรถไฟ(ครฟ.)ตอนนี้คิดแค่ว่า ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง ไม่มีใครมาช่วยเราได้ครับ เพราะรัฐบาลซึ่งเหมือนผู้ปกครองเรายังนั่งดูเราตายเลย ไม่ให้ซื้อรถ ไม่ซื้ออะไหล่ซ่อมรถ ไม่สนับสนุนอะไรเลย ท่านทราบไหมครับว่า หัวรถจักรที่เรามีอยู่ 200 กว่าคัน ตอนนี้วิ่งแบบ วิ่งไป เสียไป ได้ประมาณ 130 คันครับ เพราะเราถอดอะไหล่ จากคันโน้น มาใส่คันนี้ แล้วคันที่ถูกถอดอะไหล่ก็ไม่มีอะไหล่มาใส่ให้เพราะไม่ได้ซื้อมาเป็น 10 ปี เรา ครฟ.ไม่ได้นิ่งดูดายครับ ถ้าเรานิ่งดูดาย รถไฟหยุดวิ่งไปตั้งนานแล้วครับ แล้วเขาก็ขายเราไปนานแล้วเช่นกัน ผู้โดยสารก็ไม่มีรถไฟนั่งถูกๆ นานแล้วครับ ค่าโดยสารต่ำสุดที่ 2 บาทครับ (ค่าเข้าห้องน้ำยังแพงกว่าเลย) แต่หัวรถจักรเรากินน้ำมัน 5 ลิตร ต่อ 1 กิโลครับ ความจริงเหล่านี้ประชาชนไม่เคยรู้ครับ เพราะ ครฟ. ไม่เคยโวยวาย ขสมก. เก็บค่าโดยสารมากกว่าเราอีก รถก็ราคาคันละไม่กี่ตังค์ ทางก็ไม่ต้องสร้าง ตำรวจจราจรก็ไม่ต้องจ้าง แต่การรถไฟ ทางสร้างเอง ซ่อมทุกวัน สัญญาณไฟติดตั้งเองระบบดีกว่าไฟจราจรมากครับ นายสถานีจ้างเอง รถจักรคันละประมาณ 70 - 100 ล้านบาท(ไม่รวมตู้โดยสาร) คิดเอาล่ะกันครับว่าทำไมเราหวงสมบัติของชาติ เพราะเราไม่อยากเป็นทาสครับ หากมีข้อสงสัยที่ผมพอจะให้ความกระจ่างได้ ผมยินดีมากครับ
สวัสดีครับคุณ ลินลี่
ขอขอบคุณกักการแสดงความคิดเห็น และคำแนะนำ ทุกอย่างครับ และหวังว่าโอกาสต่อไปท่าน จะให้คำแนะนำอีกนะครับยินดีน้อมรับเพื่อปรับปรุง แก้ไข ตัวเองครับ
เข้ามาอีกรอบครับ
แนะนำว่าเรื่องที่เขียเกี่ยวกับ ไอติมและผึ้ง ควรนำไปวางเป็นอีกบันทึกหนึ่งด้วยครับ มันเป็นประเด็นใหม่ที่น่าคิด .. อาจตั้งชื่อเรื่องให้ดึงความสนใจ เช่น "ทำไมถึงโหดร้ายกับผึ้ง" .. " เมื่อคนขายความหวาน สังหารหมู่ น้องผึ้ง" .. ฯลฯ
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณมากครับที่ให้คำแนะนำที่ดีๆ ผมขอน้อมรับไปปฏิบัติครับ
สวัสดีครับคุณนก
แสดงเหตุผลและข้อมูลเพียบ
สวัสดีครับท่านชายเล็ก
นั่นเป็นข้อมูลพื้นๆครับ ผมเห็นว่าถ้า ครฟ.ทุกคนสามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นครับ สิ่งที่รถไฟไม่เคยอธิบายให้ ประชาชนทั่วไปทราบเลยคือเรื่อง ต้นทุนการดำเนินงานครับ นอกจากค่าโดยสารถูกแล้ว ยังมีคนถูพื้นกับล้างห้องน้ำให้ด้วยนะ บางขบวนนะจอดอยู่เฉยๆยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเอารถออกไปวิ่งอีก ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณมากครับที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมครับ