Safety is your responsibility!!!!

               ห่างหายไปนานเลยค่ะ กว่าจะมาเขียนตอนที่ 5 ได้ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ลงมือบันทึกตอนที่ 5 ซะหน่อย คิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี คิดอยู่ในหัวอยู่หลายเรื่อง สุดท้ายก็มาสรุปที่เรื่อง "ความปลอดภัยในการทำงาน"ละกัน เพราะถือว่าเป็นหัวใจหลักของการทำงานออฟชอร์เลยล่ะค่ะ อย่างที่หลายคนพอจะทราบว่างานออฟชอร์เป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมาก "ทุกย่างก้าวหมายถึงชีวิตที่เสี่ยงอันตราย" เพราะฉะนั้นเราต้องหาทางป้องกันก่อนที่จะเกิดอันตรายค่ะ และนี่คือวิธีที่ดีที่สุด

                งานออฟชอร์อันตรายอย่างไร? เรามาดูกันค่ะ เริ่มแรกเลยพนักงานออฟชอร์ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังที่ทำงานของตนเอง เห็นมั๊ยล่ะคะว่า แค่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านก็อันตรายแล้ว ความเสี่ยงก็คือ เฮลิคอปเตอร์ตกทะเลค่ะ วิธีป้องกันก็คือ พนักงานทุกคนที่จะลงมาทำงานออฟชอร์ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรพื้นฐานก่อนค่ะ มีดังนี้

 1. Helicopter Underwater Escape Training (HUET) เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับการช่วยเหลือตนเองเมื่อเฮลิคอปเตอร์ตกทะเล จำได้ว่าตอนที่เข้าฝึกหลักสูตรนี้ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งสนุก คละเคล้ากันไป ซึ่งจะมีการจำลองเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์จมน้ำ (ฝึกในสระน้ำ) แล้วเราก็ต้องหาทางออกจากตัวเครื่องบินให้ได้ ตื่นเต้นน่าดูเลย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ

2. Sea Survival เป็นหลักสูตรการดำรงชีพในทะเลในกรณีจำเป็นต้องสละเรือ

3. Basic Fire Fighting เป็นหลักสูตรการดับไฟ และอาจจะแถมด้วย First Aid Course เป็นหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นค่ะ

                ใช้เวลาฝึกทั้งหมด 3 วัน เหนื่อยใช้ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะตอนฝึกดับไฟ ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย เกือบจะเป็นลมคาสนามฝึกแน่ะค่ะ เพราะชุดดับเพลิงก็หนัก ถังดับเพลิงก็หนัก แล้วไหนจะไฟจำลองอีก ร้อนทั้งจากไฟ และจากแสงแดด หน้ามืดไปตามๆ กันเลยค่ะ ซึ่งทุกคนต้องผ่านหลักสูตรเหล่านี้ให้ได้ก่อนที่จะลงทำงานในทะเลค่ะ รู้สึกว่าจะอธิบายไปไกลแล้วล่ะค่ะ กลับเข้าเรื่องต่อดีกว่า นอกจากพนักงานจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรทั้งหลายแหล่เหล่านี้ พนักงานทุกคนยังต้องผ่านการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ด้วยค่ะ ห้ามเกิน 0.05 ถ้าหากใครเกินก็ลงทะเลไม่ได้ นอกจากนี้ยังถูกให้ออกจากงานอีกค่ะ กฎโหดจริงๆ ถามว่าที่โหดเพราะอะไร คำตอบคือเพราะว่า "สติสัมปชัญญะ" เป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงานออฟชอร์ค่ะ และก็ถือเป็นความรับผิดชอบเฉพาะบุคคลด้วย หากเราขาดสติมันก็มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุในที่ทำงานได้  เพราะฉะนั้นคืนก่อนที่จะลงทะเล ก็ควรงดแอลกอฮอส์นะคะ แต่ "เฒ่าทะเล" ทั้งหลายก็ยังดื่มอยู่นะคะ ซึ่งเขาก็มีวิธีของเขาให้สามารถตรวจระดับแอลกอฮอล์ผ่าน อันนี้ก็ต้องถามกันเองนะคะว่าทำอย่างไร?

                ต่อค่ะ หลังจากเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนลานจอดของเรือแล้ว และส่วนมากเฮลิคอปเตอร์จะไม่ดับเครื่องค่ะ ใบพัดเครื่องบินก็จะหมุนๆ อยู่ตลอด เวลาเดินลงจากเครื่องบินก็ต้องระวังใบพัดค่ะ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือก็อันตรายถึงชีวิตได้นะคะ แต่ถ้าทำตามขั้นตอนความปลอดภัยที่แนะนำไว้ เราก็จะปลอดภัยแน่นอนค่ะ (ไม่ต้องกลัว) หลังจากลงจากเครื่องบินก็ต้องมาเข้าห้องประชุมเพื่อดูวิดีโอสาธิตความปลอดภัยในการทำงานบนเรือค่ะ แล้วจากนั้นจึงสามารถแยกย้ายกันไปทำงานตามแผนกหรือส่วนงานของตนเองต่อไป

                กฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของเรือเราก็คือการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personnel Protective Equipment: PPE) ถ้าหากต้องออกไปทำงานข้างนอกสถานที่พัก ก็ต้องสวมใส่ PPE เช่น หมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย รองเท้าบู๊ต ถุงมือ ที่อุดหู เป็นต้น ก่อนจะเริ่มปฏิบัติงาน พนักงานจะต้องประชุมความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงานเรียกว่า Pre-job safety meeting และในบางงานที่เป็นงานอันตรายก็ต้องมีการวิเคราะห์หาอันตรายจากขั้นตอนการทำงานเรียกว่า Job Safety Analysis ในขณะทำงานหากว่ามีพนักงานคนใดทำผิดวิธี หรือผิดขั้นตอนความปลอดภัย พนักงานทุกคนสามารถที่จะหยุดการกระทำนั้นๆ ได้ พร้อมทั้งชี้แนะเพื่อนพนักงานว่าผิดอย่างไร อันตรายอย่างไร และวิธีการที่ถูกต้องนั้นต้องทำอย่างไร

                ในเรือของเรามีโปรแกรมความปลอดภัยที่ให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม นั่นก็คือการรายงานพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย และสภาวการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ผ่านทาง Hazard Card และทุกๆ วัน พนักงานในแต่ละส่วนงานจะมีประชุมเพื่อพูดคุยเรื่อง Hazard Card เพื่อย้ำเตือนให้พนักงานรู้ถึงอันตราย พร้อมทั้งทราบถึงวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยค่ะ

                ในแต่ละสัปดาห์จะต้องมีการซ้อมไฟไหม้ ทุกคนต้องสวมชุดชูชีพ แล้วไปรวมพลกันที่จุดนัดพบ หากมีสัญญาณให้สละเรือก็ต้องซ้อมลงเรือช่วยชีวิต (Life Boat) หรือแพยางช่วยชีวิต (Life Raft) หลังจากนั้นจะมีประชุมความปลอดภัยประจำสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 1 ชม. เพื่อไปนั่งฟังเรื่องความปลอดภัยต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงที่เกี่ยวกับการทำงานออฟชอร์ เพื่อนำเอาเหตุการณ์เหล่านั้นมาเป็นอุทาหรณ์ และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานั้นๆ ซ้ำอีกในอนาคตค่ะ

                ในความคิดเห็นส่วนตัวของฉันเห็นว่า "วัฒนธรรมความปลอดภัย" ในการทำงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานในองค์กรที่เสี่ยงอันตราย และกฎ ข้อบังคับ ระเบียบขั้นตอนต่างๆ ที่ทางบริษัทออกมาบังคับใช้กับพนักงาน รวมถึงการอำนวยอุปกรณ์ความปลอดภัยให้กับพนักงานนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมความปลอดภัย ในเริ่มแรกอาจจะเกิดจากการถูกบังคับให้กระทำ หลังจากกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกก็เกิดเป็นพฤติกรรม แล้วก็เกิดเป็นความเชื่อ และเมื่อทุกๆ คนเชื่อเหมือนๆ กัน ก็ทำให้เกิดเป็นทัศนคติในทิศทางเดียวกัน จนเกิดเป็นบรรทัดฐานของสังคม หลายๆ อย่างที่กล่าวมาจึงเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยขึ้นในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยระยะเวลายาวนานพอสมควรจึงจะเกิดเป็นวัฒนธรรมได้ แต่ที่ยากยิ่งกว่าก็คือการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมความปลอดภัยให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ ถูกต้องมั๊ยคะ?

                วันนี้ได้นำอุปกรณ์ความปลอดภัยในเรือมาให้ชมเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ ภาพแรกเป็น Life Boat ส่วนภาพที่สองเป็น Life Raft ค่ะ