ผมเกิดมาก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องเดินและดิ้นรนไปอีกนานเท่าไร อย่างน้อยก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะอย่างน้อย ผมก็ได้เขียนบทความเผยแพร่ลงในบล็อกนี้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะทำก็คือการมีธุรกิจเป็นของตัวเองโดยการประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะด้วกหรือว่าของตกแต่งหรือของใช้ต่างๆ  แต่ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกสักที ผมก็ได้เข้า ไปอ่านหนังสือเจอที่ใหนสักแห่งนี่แหละผมก็เลย อ๋อ เขาเริ่มต้นการทำธุรกิจนี่มันต้องผ่านอะไรมามากมาบหลายอ่ยาง ผมก็เลยเฝ้าเรียนรู้จากประวัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จแบบล้มลุกคลุกคลานมาจนจะมาถึงความสำเร็จมาจนถึงวันนี้มันม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ครับ คนเรามีอะไรมั่งที่ง่ายมั่ง ผมว่าทุกคนก็เจอปัญหา แต่ในความคิดอยากจะเดินหนี ท่านมีความรู้สึกอย่างผมหรือเปล่า ยิ่ง เราเดินหนีปัญหามากเท่าไร มันก็จะตามเรามา ทุกครัง และไม่มีครังใดเลยที่เราจะหนีปัญหาพ้นไม่ว่าปัญหานั้นจะเล็กจะมากน้อยสักเพียงไร แต่วันนี้ ยุคการสื่อสารที่มันเข้าถึงผู้บรโภค แล้ว เราทำไมไม่รีเข้ามาคว้าโอกาศที่จะพยายามศึกษา และเรียนรู้ที่จะทำอะไรที่มันสุจริต แล้วนำพาตัวเองประสบความสำเร็จที่ผมพูดนี่ไม่กล่าวถึงธุรกิจเครือข่ายที่พูดเกินความเป็นจริง เพราะผม ลองคิดดูแล้ว เวลา เราเข้า ไปอบรมกับการทำธุรกิจ เครือข่ายแล้วมันจะกระตุ้นให้เราคิดบวกได้ ตอนที่เราอยากมากที่สุด แต่เขาไม่ได้บอกเลยว่าอุปสรรคคืออะไร พอเราอบรมเสร็จผ่านไป สามวันมันก็ไม่เหลือความตั้งใจแล้ว ทั้งๆที่เราก็ได้หลงตัดสินใจร่วมทำธุรกิจกับเขาไปแล้ว  แต่ธุรกิจที่ผมจะพูดให้ทุกท่านได้เริ่มเรียนรู้ก็คือการริเริ่มด้วยตัวเอง และการเรียนรู้ การปลึกษาผู้รู้ แรก็พยามยามคิดหาวิธีทางว่าใมอะไรมั่งที่เราสามารถทำได้ ผมเชื่อว่าทุกท่านก็มีความหวังอยากรวย อยากประสบความสำเร็จ อยากหาเงิน เพื่อมาใช้จ่าย และเพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงให้เราได้ ผมก็หวังครับ ผมไม่ได้บอกให้ท่านทำคนเดียวนะ แต่เราต้องมีคนที่เขาให้คำปลึกษาในเรื่องที่ดีๆได้ ทุกสิ่งที่เราต้องการทำแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรหรอกกับการได้เรียนรู้ชีวิตนี้ การทำงาน ด้วยการแลกด้วยหยาดเหงื่อแล้ว ผลตอบแทนจะออกมาดี ผมหวังว่าอยากให้ ทุกท่านได้สร้างโอกาศให้กับตัวเองบ้างในการทำธุรกิจที่เขาเรียกกันว่า SMEs หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ธุรกิจขนาดกลางสำหรับผู้ที่มีต้นทุนในการลงทุนน้อย การทำธุรกิจนั้นเราต้องเริ่มจากเล็กไปใหญ่ แต่ใจเราต้องเข้มแข็งนะครับ ..............................