แม่หมอ

       หลายครั้งหลายคราที่ฉันเฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่าทำไมฉันถึงเรียนพยาบาล  อาชีพที่ฉันไม่เคยต้องการเป็น  อาชีพที่พ่อ - ยัดเยียดให้ฉัน  อาชีพที่สังคมยอมรับ  อาชีพที่ฉันไม่เคยใฝ่ฝัน  จนเมื่อวันหนึ่งฉันได้เจอกับเด็กชายอายุประมาณ  10  ขวบ  สวมเสื้อสีมอ ๆ กางเกงนักเรียนตัวเก่าซีด ๆไม่สวมรองเท้า  มือขวาเขากุมมือแม่  แม่ที่ถูกสามี  ซ้อม  หน้าตาบวมปูดเป็นลูกมะนาว  แขนเสื้อข้างขวาฉีกขาด  เห็นแค่นี้ก็คิดจินตนาการได้แล้วว่าสามีซ้อมนะมันรุนแรงแค่ไหน  เจ็บเพียงใด  และที่เจ็บกว่านั้นในความรู้สึกของฉันคือ  เด็กคนที่อยู่ตรงหน้า  ฉันไม่อยากถามแม่เขาเลยว่าเด็กไปโดนอะไรมา  เพราะในใจฉันคิดคำตอบเอาไว้แล้วและพาวนาว่าอย่าให้เป็นดังที่ฉันคิด

      " พ่อมันซ้อมค่ะหมอ   พอตีฉันเสร็จ  ลูกมันเข้ามาห้าม  มันก็เลยซ้อมลูกด้วยค่ะ "

       สิ้นเสียงพูดของผู้เป็นแม่  ฉันก็เอื้อมมือไปเพื่อจะจับมือเล็ก ๆ ของเด็กคนนั้น  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการการสัมผัสจากฉัน  เด็กคนนั้นเค้าขยับมือหนีแล้วเบี่ยงตัวไปอยู่ด้านหลังของแม่  ฉันหยุดสนใจเด็กสักพัก  เพื่อมาตรวจร่างกายและให้ยาผู้เป็นแม่ 

       " หมอให้กลับบ้านแล้วเอายานี้ไปทานนะค่ะ  ถ้ามีอาการผิดปกติให้มาหาหมอได้ทันทีนะค่ะ"  ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงพูดของฉัน  ฉันก็รู้สึกได้ว่ามีมือน้อย ๆ ของใครบางคนมาดึงชายเสื้อของฉัน

       "  แม่หมอ  อย่าให้แม่กลับนะ  พ่อจะตีอีก  เดี๋ยวหนูก็จะโดนตีด้วย"  มือขวาที่ยังกุมมือผู้เป็นแม่  ขอบตาสีแดง  รอบดวงตาที่ยังหลงเหลือน้ำใส ๆ แววตาที่เต้มไปด้วยความหวาดหวั่น  ความกลัว  ทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก  ตัดสินใจรายงานให้แพทย์ทราบ

       " ตกลงหมอให้แม่หนูนอนที่โรงพยาบาลก็ได้นะ  แล้วนี่  หนูชื่ออะไรละ? "

       " เต้ครับ " ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะยังไม่ได้ความเชื่อมั่นทั้งหมดจากเด็กคนนี้  แต่อย่างน้อยการที่เขายอมบอกชื่อก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี 

        " เต้ทานข้าวเย็นหรือยังละนี่ " เด็กไม่พูดแต่สั่นศรีษะ  พร้อม ๆ ลิ้นที่เลียริมฝีปากล่าง  และเม้มปากไปพลาง  ฉันไม่พูดพล่ามทำเพลง  ตัดสินใจลุกขึ้นไปต้มมาม่า 

        " มาทานมาม่าสิ  พี่ต้มให้  อร่อยนะ "  แววตาที่มองมาเหมือนมีความหวัง  ฉันเลยหากำลังเสริม 

        " แม่  ให้น้องเต้ทานมาม่าที่หมอต้มได้ไหม? "

        " ไปกินสิลูก " สิ้นเสียงผู้เป็นแม่  เต้ก็เดินมาทานมาม่าที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้ด้วยความเอร็ดอร่อย  มือขวาจับตะเกียบ  มือซ้ายใช้ช้อนตักน้ำมาม่าซดเสียงดัง  เหงื่อเม้ดเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นกลางหน้าผาก  ทำให้รู้ว่าอาหารมื้อนี้สำหรับเต้คงร้อนน่าดู 

        "  อร่อยไหม? "  ฉันนั่งมองดูท่าทางที่เต้ทานมาม่าแล้วตัวเองก็นึกอยากจะทานด้วยเหมือนกัน  แต่คงไม่แย่งเด็กหรอก  เพราะเท่าที่มีนี่เขาก็คงจะไม่อิ่มแน่ ๆ

        " เอานี่!!  หมอให้หนูนะ " ฉันยื่นนมให้เต้กล่องหนึ่ง  เต้หันกลับมามองที่ผู้เป็นแม่อีกครั้ง  ไม่มีเสียงตอบรับ  มีเพียงการพยักหน้าเบา ๆ ของผู้เป็นแม่ 

        " เอาละ  อิ่มแล้วสินะ  ทีนี้ก็พาแม่เข้าไปนอนข้างในได้แล้ว "  ฉันบอกเต้พร้อม ๆ กับหันไปบอกพนักงานเปลเข็นรถผู้ป่วยเข้าไปนอนในตึกผู้ป่วยในได้แล้ว  ในใจพลางก็คิดว่า  หมดไปอีกราย  สำหรับผู้ป่วยวันนี้  ไปนั่งดูทีวี  ในห้องพักเจ้าหน้าที่ดูกว่า  ยังไม่ทันที่ฉันจะถึงห้องพักเวรอยู่ ๆ ฉันก้ได้ยินเสียงคล้ายคนวิ่ง 

         " ตึก ..ตึก..ตึก..."  ภาที่อยู่ตรงนี้ฉันคือเด็กน้อยคนเดิม  คนที่ฉันต้มมาม่าให้ทาน  เขายืนนิ่งแล้วโค้งศรีษะ  มือทั้งสองข้างพนมอยู่กลางหน้าอก  พร้อม ๆ กับพูดว่า

         " ขอบคุณครับ  แม่หมอ "  สิ้นเสียงเต้ก็วิ่งกลับไปหาผู้เป็นแม่ดังเดิม  สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ให้ฉัน  คือ  คำตอบที่ว่า  ทำไมวันนี้ฉันถึงยังคงทำหน้าที่พยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลโนนคูณ  จังหวัดศรีสะเกษ