ด้วยสภาพภูมิอากาศของโรงเรียนที่ผมทำงานเมื่อฝนตกลมแรง ก็จะเกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรง อดีตที่ผ่านมาประสบกับปัญหาฟ้าผ่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายมามาก
การวางระบบ Wireless LAN ในครั้งนี้จึงท้าทายด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของสภาพพื้นที่โรงเรียน อาคารแต่ละหลังอยู่ห่างกัน และปัญหาฟ้าผ่า เป็นต้น
การติดตั้ง Wireless LAN แบบใช้ Access Point ที่ต้องลากสายในแต่ละจุดหลักจึงใช้ไม่ได้ เพราะสายสัญญาณ UTP ก็เป็นตัวนำไฟฟ้าได้อย่างดี หากแม้จะไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ หรือปิดระบบหมดก็ตาม แต่กระแสไฟที่เกิดจากฟ้าผ่าภายนอกอาคาร ก็สามารถทำให้เกิดกระแสไฟวิ่งมาตามสายสัญญาณต่างๆ เป็นเหตุให้อุปกรณ์ได้รับความเสียหาย
เทคโนโลยีของอุปกรณ์ไร้สายมีมากมายหลายอย่าง แต่ที่ผมเลือกใช้คือการใช้ Broadband Router มาทำ WDS กัน ซึ่ง WDS ก็คือการทำให้ Router แต่ละตัวสามารถสื่อสารระหว่างกันได้โดยไม่ต้องมี Access Point มาคั่น และไม่ต้องทำให้กลายเป็น Repeater นั่นหมายความว่า Router แต่ละตัวสามารถสื่อสารต่อกันได้โดยตรง คล้ายๆ กับ Peer-to-Peer
แต่ Router ตัวหลัก ก็ต้องใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อกับระบบ Network หลัก หรือ Internet อยู่ดี การเชื่อมต่อโดยใช้สายสัญญาณจะมีเพียงจุดเดียวเท่านั้น นั่นหมายความว่าจุดอื่นๆ จะไม่ใช้สายสัญญาณเลย แต่จะเป็นการใช้ระบบ WDS ทั้งหมด

คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ขึ้น
จากภาพ Network Diagram ข้างต้น ผมให้จุด Network หลักที่เชื่อมต่อกับ internet ซึ่งอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์ 2 ใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อเข้ากับ Router จำนวน 2 เครื่อง
เครื่องหนึ่งทำ WDS โดยตรงกับ Router ที่อยู่ในห้องธุรการ เพื่อความเร็ว และช่องสัญญาณที่ดีสำหรับการใช้งานทางด้านการบริหาร
อีกเครื่องหนึ่งทำ WDS กับเครื่องที่ติดตั้งไว้บนหอกระจายเสียง ซึ่ง Router ที่หอกระจายเสียงจะมีเสาสัญญาณแบบ Omni 2 แบบ คือ แบบภายใน (Indoor) ขนาด 7 dBi และแบบภายนอก (Outdoor) ขนาด 9 dBi โดย Router ที่หอกระจายเสียงนี้จะเป็นจุดหลักที่จะเชื่อมต่อแบบ WDS กับ Router จุดอื่นๆ ทุกจุดตามอาคาร และสถานที่ต่างๆ ภายในโรงเรียน
Router ตัวอื่นๆ ส่วนใหญ่จะใช้เสาแบบ Omni ขนาด 10 dBi และปรับกำลังส่ง (Watt) ให้สูงขึ้น เพื่อประสิทธิภาพการสื่อสารที่ดีขึ้น จะมีจุดที่เชื่อมระหว่างอาคารมัธยม กับอาคารเด็กเล็ก ตรงจุดนี้ใช้เสาสัญญาณภายนอกแบบ Panel ขนาด 7 dBi ยิงตรงหันหน้าเข้าหากัน และใช้เสาสัญญาณภายนอกแบบ Omni ขนาด 8 dBi กระจายสัญญาณอีกจุดหนึ่ง
ในแต่ละจุดของเครื่อง Router จะใส่ไว้ในตู้กันน้ำ พร้อมพัดลมระบายความร้อน และฟิวส์กันไฟเกิน และไฟกระชาก ทำให้การทำงานของ Router ราบรื่นไม่มีปัญหา ปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีอาการแฮงค์แต่อย่างใด
ขณะนี้มีโรงเรียนหลายโรงเรียนที่ผมได้เข้าไปพัฒนาระบบ Wireless LAN ให้โดยใช้การทำ WDS ทำให้ประหยัดงบประมาณ และการบำรุงรักษาไปได้มาก
หากองค์กรใดสนใจ สามารถปรึกษาได้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามบทความนี้

คิคิ
ครูอ้อยนำภาพออกแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ
โอ้ อ่านแล้วน่าสนใจดีครับ แต่ว่าแต่ WDS ? มันคืออะไรหรือครับ ข่วยขยายความเพิ่มเติม หน่อยได้ไหมครับ (6 - - ไม่ได้จับ Network น่าชักจะลืมเลือนครับ)
มารับข้อมูลความรู้ครับ ขอบคุณมากครับ
WDS = Wireless Distribution System
WDS จะคล้ายๆ Repeater Mode แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว
Repeater Mode จะใช้วิธีทวนสัญญาณจาก Access Point เท่านั้น ไม่สามารถทวนสัญญาณจาก Repeater ด้วยกันได้
Internet --> Access Point-->Repeater-->Client
หากจะทำให้ Repeater สามารถทวนสัญญาณกับ Repeater อีกตัวได้ ก็ต้องเอา Acess Point มาต่อกับ Repeater ตัวที่หนึ่ง แล้วใช้ Repeater ตัวที่สองทวนสัญญาณกับ Acess Point ตัวนี้อีกที
ไม่อย่างนั้น ก็ต้องลากสายไปยัง Acess Point แต่ละตัว
ผลที่ตามมาคือ เปลืองงบประมาณ และมีการสื่อสารที่ช้าลง
ดังนั้นจึงมีการนำเอา WDS มาใช้
WDS เป็นการทำ Point-to-Point Mode + Access Point Mode คือ ใช้สัญญาณ Wireless เชื่อมแลนสองวงเข้าด้วยกัน
และกระจายสัญญาณ Wireless ออกไปด้วย(ทำหน้าที่เป็น AP) พร้อมๆ
คือ คล้ายกับเป็น Access Point Mode และ Repeater Mode ในตัวเดียวกัน
สามารถต่อ Router ได้เป็นทอดๆ โดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ และยังสามารถเอา Access Point อีกตัวเป็น Repeater Mode มาทวนสัญญาณกับ Router ที่ทำ WDS ได้ทันที
Internet-->Router(WDS 1)-->Router(WDS 2)-->Router(WDS 3)-->Client
จาก WDS 1 สามารถเชื่อมต่อกับทั้ง WDS 2 และ WDS 3 ก็ได้ โดยไม่ต้องผ่าน WDS 2 (ถ้าความแรงสัญญาณไปถึง WDS 3 นะ
และ WDS แต่ละตัวสามารถทำ WDS ได้ถึงตัว
นั้นหมายความว่า WDS 1 สามารถเชื่อมต่อกับ WDS 2-10 ได้เลย และหากมี WDS อื่นๆ ก็ค่อยเอาไปเชื่อมต่อกับ WDS 2 เป็นต้น
ผมก็กำลังวางระบบ wireless ให้กับโรงเรียนของตัวเอง ข้อมูลเบื้องต้นนี้เป็นประโยชน์มากครับ
ขอให้เป็นผู้ให้อย่างนี้ตลอดไป ผู้ให้ย่อมเป็นผู้ที่ำได้รับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณสรับความรู้ดีดีแล้วจะเขามาอ่านอีกนะครับ