"กลับบ้าน" เป็นคำพูดที่ผู้กล่าว มีความหวังเปี่ยมล้น เป็นน้ำเสียงแห่งความสบายใจ และกระตือรือร้น

            "กลับบ้าน"ได้...เป็นคำอนุญาต ที่สร้างความรู้สึกตื่นเต้นยินดี กับผู้เกี่ยวข้องเสมอมา

ไม่ว่าคุณกำลังจะก้าวสู่อิสรภาพในโลกกว้าง หรือกำลังจะได้พบอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นคุ้นเคยตลอดเวลา อ้อมกอดของสิ่งที่ไร้ชีวิต แต่มีคุณค่าความหมาย นั่นคือ"บ้าน"

 ในเวลาอันใกล้เคียงกันนี้ ผู้เขียนได้สัมผัสความรู้สึกที่แสนปรีดา ของคนสองคน ต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ให้มีเหตุต้องเข้าไปเกี่ยวข้องรับรู้ การกลับบ้านของเขาเหล่านั้นด้วย ที่ทำให้ตนเองได้ร่วม"ยินดี"

  น้องป่าน ผู้ต้องหาฆ่าสามีตนเอง หลังจากผ่านชีวิตที่ถูกกดดัน และได้รับการใช้ความรุนแรง ตอบสนองภายในครอบครัว เป็นเวลาอันยาวนาน 6 ปี และวันสุดท้าย ที่จะสิ้นอิสรภาพ เป็นวันที่เธอคิดสู้ สามีที่ทำร้าย ด้วยการส่งปลายมีดในมือ ตัดขั้วหัวใจ  และนับจากการสิ้นลมของสามี เธอก็หมดสิ้นความหวังเช่นกัน ต้องทนทุกข์อยู่กับการพลัดพรากจากลูก ทนอยู่กับเครื่องพันธนาการ คือคุก

  แล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2552 จากการให้คำแนะนำปรึกษา จากท่านอัยการชาวเกาะ และมูลนิธิผู้หญิง โดยผู้เขียนเป็นสื่อกลางให้ จึงทำให้น้องป่านได้กลับบ้าน จากการประกันตัวชั่วคราว

  และอีกรายหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้ยินคำๆเดียวกัน เมื่อเช้าตรู่วันนี้ ก็คือ คุณสิริ นพไธสง คนไข้ที่ชาวGotoknow คุ้นเคย เพราะร่วมให้กำลังใจ ในการเจ็บป่วยของท่าน จากการต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสองครั้ง ท่านเป็นอาสาสมัครวัดไทยกุสินารา ที่ทำงานอาสาด้วยใจมาหลายปี จนมาล้มป่วยในปีนี้ ผู้เขียนได้มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเป็นกัลยาณมิตร โดยไม่เคยเห็นหน้ากัน ให้กำลังใจ เสมอมา การเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายนี้ ต้องนอนแทบไม่ได้ลุกถึง 3 สัปดาห์ ระยะหลังผู้เขียนไม่มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับคุณสิริเลย เพราะทั้งฤทธิ์ยาและพิษไข้ ทำให้ดูเหมือนสะลึมสะลือ พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้แต่สอบถามจากภรรยาท่าน

  วันคืนที่ผ่านไปบางครั้ง ก็เหมือนกำลังพาเอาความหวังผ่านไปด้วย

แต่แล้วโทรศัพท์สายแรกของวันนี้ กลับทำให้ความหวังนั้น หวนกลับคืนมาสู่ชีวิตของคนอีกคนหนึ่งอีกครั้ง " หมอให้ผมกลับบ้านได้แล้ว"

  "กลับบ้าน" เป็นคำพูดที่ผู้กล่าว มีความหวังเปี่ยมล้น เป็นน้ำเสียงแห่งความสบายใจ และกระตือรือร้น

****แม้ว่าการกลับบ้านของน้องป่าน ที่หลังจากนั้น อาจจะต้องดิ้นรนต่อสู้คดี อย่างสุดฤทธิ์สุดเดช เพื่อให้หลุดพ้นจากข้องกล่าวหา ที่ต้องหาหลักฐาน ให้สมควรแก่เหตุ ต้องแข่งกับเวลา และโอกาสที่ได้รับชั่วคราว

****แม้การกลับบ้านของคุณสิริ ต้องกลับไปหัดเดินใหม่ เพราะกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง จากการนอนซมต่อสู้กับพิษไข้ในระยะเวลาอันยาวนาน ต้องปรับสภาพตัวเองในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคย ต้องพยายามออกกำลังกาย พักฟื้นด้วยอาหารนานาชนิดที่มากคุณค่า ในขณะที่ร่างกายไม่อยากจะกินอะไรเพิ่มเติมเลย

แต่การกลับบ้าน ของทั้งสอง กลับมีแต่ความสดชื่นยินดี แจ่มใสเบิกบานไม่รู้เหนื่อย และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ได้รับทราบข่าวกันทุกคน

 ขอร่วมให้แรงใจอย่างต่อเนื่องกับทั้งสองต่อไป ให้มีกำลังกาย ใจ ในการต่อสู้เพื่อตนเอง ให้สมกับเป็นผู้ได้รับสิทธิ์อันทรงค่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่เกือบจะหมดสิทธิ์ไปแล้วทั้งสองคน

 สู้ สู้ นะคะ กับผู้ที่ได้ "กลับบ้าน" ทั้งสองคน