ยุติการใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงตั้งแต่ต้น เดือนมิถุนายน  ๒๕๕๒   ผู้ก่อความไม่สงบ  ได้มีการลอบวางระเบิด  วางเพลิงสถานประกอบการ  การลอบยิงครู  ลอบวางระเบิดโจมตี  ทหาร  ตำรวจ  ชุดลาดตระเวนเส้นทาง ในจำนวนนั้นมีเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ  และเหี้ยมโหด  มีผลต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่  ได้แก่ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๒  เกิดเหตุซุ่มโจมตียิงครูตั้งครรภ์ ๘ เดือน  โรงเรียนบ้านดุซงญอ  อำเภอจะแนะ  จังหวัดนราธิวาส   และครูโรงเรียนบ้านริแง  อำเภอจะแนะ  จังหวัดนราธิวาส  เสียชีวิต วันที่ ๗ มิถุนายน  ๒๕๕๒  เกิดเหตุคาร์บอม กลางตลาดในเขตเทศบาลตำบลยี่งอ  อำเภอยี่งอ  จังหวัดนราธิวาส  เสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บ ๓๑ ราย  และบ้านเรือนร้านค้าเสียหายเป็นจำนวนมาก  วันที่ ๘ มิถุนายน  ๒๕๕๒ เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงคนกรีดยางเสียชีวิตในสวนยางพื้นที่หมู่ที่ ๘ ตำบลตันหยงลิมอ  อำเภอระแงะ  จังหวัดนราธิวาส   ในขณะเดียวกันได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่มัสยิดอัลฟุรกอนบ้านไอร์ปาแย  หมู่ที่ ๘  ตำบลจวบ  อำเภอเจาะไอร้อง  จังหวัดนราธิวาส  ขณะที่ชาวมุสลิมทำพิธีละหมาด  ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑๑ ราย  และบาดเจ็บสาหัสจำนวน ๑๒ ราย  เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒  เกิดเหตุยิงพระภิกษุขณะบิณฑบาตที่บ้านคลองทรายใน  หมู่ที่ ๕ ตำบลยุโป  อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา  ทำให้พระภิกษุมรณภาพ    และบาดเจ็บสาหัส    และเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน  ๒๕๕๒  เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่รถโดยสารสายยะละ – นิคมกือลอง  อำเภอบันนังสตา  จังหวัดยะลา  ทำให้ชาวไทยพุทธเสียชีวิต ๑ คน บาดเจ็บจำนวน ๑๗ คน   ซึ่งการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  มุ่งหวังทำลายความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ที่แตกต่างกันทางวัฒนธรรมและศาสนา โดยขยายความรู้สึกอคติ  ความหวาดระแวง  ความเกลียดชังซึ่งกัน  และสร้างอาณาจักรแห่งความหวาดกลัวของประชาชนเพิ่มขึ้น อาทิ  สตรี  เด็ก  ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นเป้าหมายที่เปราะบาง  อ่อนแอ  ไม่สามารถคุ้มครองตัวเองได้  เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียต่อผู้บริสุทธิ์  เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส
สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้ความรุนแรงด้วยกำลังอาวุธ  การลอบสังหาร   การลอบวางระเบิดต่อผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะการก่อเหตุในมัสยิด  วัด  อันเป็นเขตพื้นที่แห่งความสงบ  สันติ  ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของฝ่ายใดก็ตามแต่ เราในนามของสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชนของทุกชุมชนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด  ซึ่งท่ามกลางผู้ใช้ความรุนแรงทุกฝ่าย ไม่ว่าความรุนแรงนั้นจะมาในรูปแบบของการใช้อำนาจตามกฎหมาย  หรือการทำร้าย  ทำลายชีวิต  โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบซึ่งมุ่งหวังใช้ความกลัวลดความรุนแรง  หรือใช้ความกลัวในการควบคุมผู้คนมิให้      
เป็นอุปสรรคต่อการก่อเหตุเพื่อทำลายอำนาจรัฐ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดต่อชีวิตและยังผลความสูญเสียต่อสังคมโดยรวม และเรียกร้องให้กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงยุติการใช้ความรุนแรงขอให้ยึดแนวทางการต่อสู้โดยสันติวิธี  ไม่ใช้กำลังอาวุธต่อประชาชนหรือผู้ที่ปราศจากอาวุธ  และสร้างสันติสภาพด้วยการเจรจาเพื่อนำมาซึ่งข้อเรียกร้องทางการเมืองต่อระบบเศรษฐกิจ  สังคม  และวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียทุกกรณี  และขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้สติ    ความอดทน   อดกลั้น   อย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ใช้ประเด็นศาสนา  เชื้อชาติ  มาสร้างความรู้สึกร่วมในเรื่องอคติ  หมิ่นแคลนทางเชื้อชาติ  ศาสนา  เพื่อให้เกิดความรุนแรงระหว่างชนต่างศาสนิกดังเกิดขึ้นในหลายประเทศซึ่งสร้างความสูญเสีย  โศกนาฏกรรมที่เศร้าใจ  และพวกเราไม่อยากให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา  พวกเราสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการความสงบสุข  ร่มเย็นของประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่เหล่านี้ดำรงชีวิตด้วยความปกติสุขภายใต้ความเชื่อ  ศรัทธาในสิ่งที่ตนเองนับถือ  มีการไปมาหาสู่  พึ่งพาอาศัยกันอย่างฉันท์พี่น้องเหมือนในอดีต และขอเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายการเมือง  ฝ่ายพลเรือน  และประชาชนในพื้นที่  ให้ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยมีสติ  มีความรอบคอบ  เป็นธรรมปราศจากอคติและยึดหลักสมานฉันท์ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรง  ภายใต้ยุทธศาสตร์ใช้การศึกษานำเศรษฐกิจตามการเมือง  การทหารสนับสนุนและกำหนดยุทธวิธีในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ผ่านช่องทางสถาบันการศึกษา / องค์กรเอกชน  โดยใช้เวทีสันติวิธี  ศาสนธรรม  และเชื่อมั่นศรัทธาในกลไกอำนาจรัฐ