“หลังจากผ่านลมฝนมาเราก็มารวมกันทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนงานจากระดับหมู่บ้านสู่ระดับตำบล ที่น่ายินดีก็คือวันนี้เรามีผู้ใหญ่บ้านเกือบทุกหมู่บ้านมาร่วมกันทำงาน อบต. หมออนามัย และกลุ่ม อสม.ตามหมู่บ้านต่างๆ จนกลุ่มคนในวังอ่าง ซึ่งถ้านับดูในวันนี้ก็จะพบว่าเรามีผู้นำอยู่ในทุกหมู่บ้าน ถ้าเราจะกล่าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มผู้นำก็คือการขับเคลื่อนงานในช่วงเกิดอ่างนั้นเป็นครั้งสำคัญแต่อีกช่วงหนึ่งหลังจากเหตุการณ์สงบลงก็คือช่วงการทำแผนสุขภาวะตำบล ช่วงนี้สำคัญตรงที่ว่ามีการจัดตั้งแกนนำที่ชัดเจนในทุกหมู่บ้านหลายคนที่มานั่งอยู่ในวันนี้ก็เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดทำแผนสุขภาวะระดับตำบล ผมว่าตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่ทุกคนน่าจะช่วยกันแสดงความเห็น”

เขียนประวัติศาสตร์สร้างสุขชุมชน....ฉบับประชาชนคนวังอ่าง

โดย

ประสิทธิชัย หนูนวล, เสณี จ่าวิสูตร,

ศิลป์เรืองศักดิ์ สุกใส, ทรงวุฒิ พัฒแก้ว,อารียา เรืองประดิษฐ์

 

 

การรวมตัวเริ่มชัดเจนเมื่อมีการตั้งกลุ่ม

การรวมกลุ่มในครั้งนั้นเริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มในรูปแบบของกลุ่มอนุรักษ์ชื่อว่า …………….    ซึ่งเป็นกลุ่มที่สำคัญในการเป็นแกนขับเคลื่อนงาน  หลังจากเกิดการจัดตั้งวิทยุชุมชนยิ่งเป็นเครื่องมือให้กับชุมชนในการเผยแพร่และถ่ายทอดแนวคิดและข่าวสารเกี่ยวกับชีวิตประจำวันให้กับสมาชิกในชุมชนได้รับทราบ แกนนำชุมชนแต่ละคนมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดรายการวิทยุอย่างต่อเนื่อง  ทำให้วิทยุชุมชนกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการสร้างแกนนำของชุมชนลาไม   นอกจากนี้แล้วกิจกรรมอื่นๆที่ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมในการสร้างผู้นำโดยเฉพาะเยาวชนได้เกิดขึ้นตามมาอีกหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมเยาวชน ซึ่งทำกิจกรรมหลายรูปแบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำแถวสองขึ้นมาให้ได้  จึงอาจกล่าวได้ว่าการเกิดขึ้นของการสร้างอ่างเก็บน้ำเป็นช่วงเหตุการณ์สำคัญที่ก่อให้เกิดการสร้างคนของพื้นที่ชุมชนวังอ่าง และส่งผลถึงการขับเคลื่อนงานจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

หลังจากเล่าเรื่องอยู่นับชั่วโมงหลายคนเริ่มลุกขึ้นจากที่นั่ง หันไปมองแก้วกาแฟที่ตั้งอยู่ด้านหลัง กลิ่นกาแฟเริ่มหอมกระจายทั่วห้องประชุมเล็กๆ เมื่อมองไปก็ยังไม่มีใครลุกขึ้นออกไปจากห้องประชุม และเมื่อหันไปเหลียวดูกระดาษหน้าห้องประชุมปรากฏว่าเต็มไปด้วยการบันทึกประวัติศาสตร์ฉบับบอกเล่าของผู้คนที่นี่ ทั้งเต็มไปด้วยสีสันจากหลายมุมมอง เป็นประวัติศาสตร์ที่ช่วยกันเติมเต็ม และช่วยกันเขียน อาจนับเป็นประวัติศาสตร์ฉบับประชาชนก็เป็นไป  หลังจากเคลื่อนไหวอิริยาบถจับกลุ่มเล็กๆคุยกันสารพัดเรื่อง ประมาณสิบนาทีก็ทยอยกันมานั่งในห้องประชุมใหม่  เสียงแรกที่ได้ยินหลังจากคนกว่าครึ่งเข้ามานั่งรวมกันแล้วก็คือ เที่ยงนี้แกงไหร หยับอีเนือยแล้วหลายคนส่งเสียงสนับสนุน หมออ้อยซึ่งเป็นหมออนามัยและถือเป็นกำลังหนุนสำคัญของพื้นที่กล่าวว่า รับรองไม่ให้เติ้นอดก็แล้วกัน   

 

ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนงานจากระดับหมู่บ้านสู่ระดับตำบล

หลังจากส่งเสียงเล็กเสียงน้อยกันพองาม ครูนันซึ่งเป็นครูที่สอนอยู่ในชุมชนสรุปให้ฟังถึงการสร้างคนของชุมชนว่าว่า หลังจากผ่านลมฝนมาเราก็มารวมกันทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนงานจากระดับหมู่บ้านสู่ระดับตำบล ที่น่ายินดีก็คือวันนี้เรามีผู้ใหญ่บ้านเกือบทุกหมู่บ้านมาร่วมกันทำงาน อบต. หมออนามัย และกลุ่ม อสม.ตามหมู่บ้านต่างๆ จนกลุ่มคนในวังอ่าง ซึ่งถ้านับดูในวันนี้ก็จะพบว่าเรามีผู้นำอยู่ในทุกหมู่บ้าน  ถ้าเราจะกล่าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มผู้นำก็คือการขับเคลื่อนงานในช่วงเกิดอ่างนั้นเป็นครั้งสำคัญแต่อีกช่วงหนึ่งหลังจากเหตุการณ์สงบลงก็คือช่วงการทำแผนสุขภาวะตำบล ช่วงนี้สำคัญตรงที่ว่ามีการจัดตั้งแกนนำที่ชัดเจนในทุกหมู่บ้านหลายคนที่มานั่งอยู่ในวันนี้ก็เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดทำแผนสุขภาวะระดับตำบล ผมว่าตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่ทุกคนน่าจะช่วยกันแสดงความเห็น 

จากคำกล่าวของครูนันพบว่ากระบวนการสร้างคนจังหวะที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างผู้นำในช่วงการจัดทำแผนสุขภาวะชุมชน ซึ่งจากคำบอกเล่าของแกนนำชุมชนพบว่ากระบวนการที่ชุมชนใช้สำหรับการจัดทำแผนสุขภาวะก็คือการสร้างแกนนำในแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมของแต่ละพื้นที่รวมทั้งกิจกรรมที่จะทำร่วมกันในระดับตำบล สำหรับกระบวนการสร้างผู้นำในแต่ละหมู่บ้านนั้นคำบอกเล่าของน้าดำสะท้อนกระบวนการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ตอนที่เราไปทำงานเรื่องแผนสุขภาวะตำบลก็คือการไปสร้างกระบวนการเรียนรู้ระดับพื้นที่โดยเอาความทุกข์ความสุขเป็นตัวตั้งแล้วหลังจากนั้นก็มามองดูว่าเราจะแก้ทุกข์ได้อย่างไร ทั้งที่ทำร่วมกันและทำแยกแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งการเปิดเวทีในแต่ละหมู่บ้านเพื่อสร้างแกนนำก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันแต่ว่าเมื่อสร้างได้แล้วก็คุ้มค่า  พื้นฐานสำคัญของการสร้างแกนนำในพื้นที่ก็คือ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในช่วงการต่อสู้เพื่อไม่ให้เกิดการสร้างอ่างเก็บน้ำ บรรยากาศที่ทำให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาที่สามารถดำเนินไปได้ด้วยชุมชนเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพิงภาครัฐหรือการพัฒนาขนาดใหญ่ การทำงานทางด้านความคิดของผู้นำจึงง่ายขึ้น    

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการขับเคลื่อนประเด็นกองทุนสุขภาพของตำบล ซึ่งตำบลวังอ่างได้วางรากฐานการขับเคลื่อนไว้อย่างดี ด้วยการทำความเข้าใจ  ทำงานทางความคิด และทำงานเชิงกระบวนการเพื่อที่จะทำให้กองทุนสุขภาพเป็นกองทุนของประชาชนในพื้นที่ไม่กลายเป็นเครื่องมือของ  อบต.  ซึ่งกองทุนสุขภาพดังกล่าวจะมีคณะทำงานคณะหนึ่งซึ่งประกอบด้วยหลายภาคส่วนในจากบุคคลในพื้นที่ตำบล จากการขับเคลื่อนของตำบลวังอ่างคณะกรรมการกองทุนสุขภาพจึงน่าจะเป็นการจัดองค์กรผู้นำอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความน่าสนใจ

 

สร้างแนวคิด ความคิด แล้วค่อยนำสู่การเคลื่อนกิจกรรม

หากพูดโดยสรุปก็คือว่ากระบวนการสร้างผู้นำของตำบลวังอ่าง ใช้รูปแบบ การสร้างแนวคิด ความคิด แล้วค่อยนำสู่การเคลื่อนกิจกรรม โดยใช้วิกฤติของการสร้างอ่างเป็นจุดพลิกผันของชุมชน หลังจากนั้นก็สร้างกระบวนการพัฒนาคนเรื่อยมา จนสามารถสร้างแกนนำของชุมชนขึ้นมาได้ แม้ว่าในช่วงหลังที่การสร้างอ่างได้ยุติลงแล้วบรรยากาศของผู้คนได้หายไปบ้างแต่ที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นแกนนำหลัก ในขณะที่ชุมชนก็มีแนวทางการขับเคลื่อนหลายประการในอนาคต ทำให้คาดหวังว่าผู้นำจะเกิดขึ้นเรื่อยๆไม่ขาดหายในชุมชนแห่งนี้  บทเรียนสำคัญของวังอ่างได้บอกให้เรารู้ว่า กระบวนการสร้างคนนั้นสัมพันธ์เกี่ยวข้องอยู่กับกระบวนการขับเคลื่อนงานในพื้นที่  วังอ่างสร้างคนจากการทำงาน ไม่ได้สร้างคนจากการอบรมตามเวทีต่างๆโดยปราศจากการทำงานจริงในพื้นที่ และมีแนวทางที่ค่อยๆขยายแกนนำออกไป  เสน่ห์ที่สำคัญของตำบลนี้ก็คือ การที่ผู้นำทั้งทางการและไม่เป็นทางการมาร่วมกันทำงาน  โดยไม่ได้จัดโครงสร้างที่เป็นแบบแผนแต่อย่างใดแต่งานที่ทำก็สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในชุมชนได้  

 

 

 

 

 

 

 

ประติมากรรมสร้างสุขที่บุกบั่นและปั้นแต่ง

 

ฉกฉวยโอกาสพลิกฟื้นจากความไม่สำเร็จสู่ความมานะพยายาม 

การสนทนาดำเนินถึงช่วงสำคัญในที่ประชุมล้วนตั้งใจฟังคำบอกล่าวต่อไปคือสาระสำคัญที่ชุมชนกระทำมาทั้งหมด เพื่อบรรลุในสิ่งที่หวัง เอกสารที่ประกอบอยู่ในมือคือเรื่องราวที่ทุกคนกำลังพลิกดูเสมือนการอ่านเรื่องราวตามหลังในสิ่งที่ตัวเองกระทำมา....

ท่ามกลางพื้นที่ซึ่งกว้างขวางมากของตำบล ทั้งพื้นที่ราบและลาดชันด้วยทรัพยากรของพื้นที่ที่มีอยู่ได้ก่อให้เกิดกิจกรรม สร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนขึ้นมากมายภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่  เท่าที่ผ่านมาคนวังอ่างได้ร่วมกันสร้างกิจกรรมขึ้นในพื้นที่หลายกิจกรรมทั้งที่เป็นกิจกรรมเฉพาะหน้าและกิจกรรมระยะยาวที่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนจวบจนกระทั่งปัจจุบันซึ่งหากจะไล่เรียง  การก่อเกิดของกิจกรรมต่างๆในตำบลวังอ่าง ไม่ได้ปรากฏขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้นแต่ทว่าผ่านการบ่มเพาะและใคร่ครวญมาพอสมควร  จากคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ทำให้ทราบว่ามีทั้งสำเร็จและล้มเหลวแต่ทว่าจุดสำคัญอยู่ที่การรู้จักฉกฉวยโอกาสพลิกฟื้นจากความไม่สำเร็จสู่ความมานะพยายาม  คำบอกกล่าวของหลายคนทำให้สรุปได้ว่า ช่วงแห่งการต่อสู้ไม่เอาอ่างเก็บน้ำเป็นช่วงของการบ่มเพาะที่สำคัญในการสรรสร้างกิจกรรมในหลายกิจกรรมในเวลาต่อมา  โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้านสิทธิชุมชนส่งผลให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้เรื่องสิทธิของคนตัวเล็กๆ และแนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนไปถึงความคิดในการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง พลังแห่งความเชื่อมั่นดังกล่าวถูกแปรมาเป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมการสร้างสุขจนกระทั่งปัจจุบัน

การเรียนรู้ด้านสิทธิชุมชน ทำให้แกนนำและคนในชุมชนได้ประสบการณ์ และรูปแบบการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มอย่างชัดเจนมากขึ้น เป็นที่ยอมรับของหมู่บ้านใกล้เคียงและพื้นที่ต่างๆในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ซึ่งองค์ประกอบของการมีส่วนร่วม ที่ผ่านมามีความหลากหลายทั้งในระดับปัจเจกบุคคล กลุ่ม อสม.  เด็กเยาวชน กลุ่มผู้หญิง ตลอดจนข้าราชการครูบางท่านในพื้นที่และกลุ่มต่างๆในชุมชน ได้เข้ามาร่วมกระบวนขับเคลื่อน การเดินทางของการเรียนรู้กับชุมชนตำบลวังอ่างยังคงเดินทางต่อไปอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้เรื่องสิทธิชุมชน เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และผู้ที่มีความรู้และคลุกคลีอยู่กับด้านสิทธิชุมชนในภาคใต้ และจากชุมชนที่มีประสบการณ์ ด้วยการสร้าง เวทีทำความเข้าใจกับชุมชน   ศึกษาดูงานพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการถูกละเมินทางด้านสิทธิชุมชน พร้อมทั้งจัดเก็บเก็บข้อมูลชุมชนศักยภาพของชุม เพื่อยืนยันต่อหน่วยงานของภาครัฐที่ไม่เคารพสิทธิชุมชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งมีการสร้างทีมงานจนได้เพื่อนเพื่อนมากขึ้นและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ การประชุมร่วมกันทุกเดือน เพื่อสรุปสถานการณ์ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ความรู้เดิมที่มีอยู่เปลี่ยนไปและเข้าใจความจริงที่เป็นอยู่เพิ่มมากขึ้น คนที่ไม่เห็นด้วยเพราะขาดประสบการณ์ก็กลับเข้ามาสนับสนุน แต่คนที่เห็นประโยชน์ก็ยังคงอยู่อย่างเดิมปะปนกันไป

 

การเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ...

ทุกครั้งที่มีการประสานงานจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านต่างๆ ตัวแทนหรือแกนนำไม่เคยปล่อยโอกาสเหล่านี้ให้หายไป พวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งที่มีโอกาส จนมีประสบการณ์ความรู้เพิ่มพูน และได้นำมาถ่ายทอดเล่าสู่กันฟังกับสมาชิกในชุมชนเมื่อว่างเว้นจากการทำงาน และอาศัยสื่อวิทยุชุมชน บอกกล่าวไปยังชุมชนใกล้เคียงตามรัศมีคลื่น ทำอยู่เป็นอย่างนี้และปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นเดิม กิจกรรมของตำบลวังอ่างเริ่มต้นจริงจังมาตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๔๖ โดยช่วงนั้นเป็นการเริ่มต้นทำงานของกลุ่ม อสม. ซึ่งเป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมอาหารปลอดภัย ซึ่งได้ก่อให้เกิดกระแสกาอาหารปลอดสารในชุมชนพอสมควร  โดยสมาชิกหลายคนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยการหันมาดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบทางความคิดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถเห็นได้จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนั้นเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพแทบทั้งสิ้น ซึ่งต่อมาก็เกิดกิจกรรมการรวมตัวเพื่อต้านอ่างเก็บน้ำ กิจกรรมนี้แม้ว่าจะมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำแต่ภายใต้ระยะเวลาการขับเคลื่อนงานได้ก่อให้เกิดกิจกรรมที่น่าสนใจขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับการพัฒนาคนดังที่กล่าวแล้วในช่วงต้น