ตอนที่ 2 (ต่อ)  หลังจากกรมฯ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ว จังหวัดก็แจ้งให้อำเภอดำเนินการแจ้งให้เกษตรกรที่ยื่นความจำนงขอความช่วยเหลือกรณีภัยธรรมชาติ (อุทกภัย)นำเลขบัญชีที่เปิดไว้กับ ธกส. ซึ่งจะเป็นสาขาใดก็ได้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ต้องเป็นบัญชีฝากเงินประเภทออมทรัพย์เท่านั้น หลังจากนั้นสำนักงานฯ ก็ทำหนังสือแจ้งให้เกษตรกรรายตัวให้นำสำเนามายื่นให้สำนักงานฯ แล้วรายงานให้จังหวัดทราบ ปรากฏว่ามีเกษตรกรยื่นเลขบัญชีที่เปิดกับ ธกส. ทั้งหมด 7  สาขา ก็ต้องใช้แผ่นดิสก์ทั้งหมด จำนวน 7 แผ่นด้วยกัน แต่ก็ยังมีเกษตรกรที่ไม่นำเลขบัญชีมาให้อีก จำนวน 7 คน (รอจ่ายรอบที่ 2) ทางอำเภอกำหนดโอนเงินให้เกษตรกรในวันที่ 8 มิถุนายน 2552 เมื่อเกษตรกรนำสมุดบัญชีเงินฝากมาปรับก็เกิดปัญหามากมายตามมา คือ

            1. สมุดที่เกษตรกรนำเลขบัญชีมาให้ ธนาคารปิดบัญชีไปแล้วกว่า 20 เล่ม เกษตรกรก็ต้องไปเปิดใหม่กว่าจะได้ใช้เงินก็ต้องเสียเวลามาหลายรอบ

            2. เลขบัญชีผิดพลาดเนื่องจากเกษตรกรมีชื่อ/สกุล เหมือนกัน ซึ่งเป็นความบกพร่องของตัวเองที่ไม่ได้ตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากเราไม่ได้ขอเลขบัตรประชาชนแนบมาพร้อมกับเลขบัญชี ก็เลยมีเกษตรกรสวมรอย ชื่อ/สกุลเหมือนกัน แต่เป็นคนละคน ธนาคารก็เลยโอนให้ผิดคน เกิดปัญหาใหญ่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ถึงขั้นจะแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ในข้อหาประมาณเลิศเล่อ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ตอนนี้ลงเอ๋ยกันด้วยดีแล้ว

            3.  เกษตรกรบางรายโวยวาย ไม่พอใจที่ได้เงินช่วยเหลือน้อยเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ได้รับเงินช่วยเหลือมากกว่า ต่อว่าเจ้าหน้าที่เกษตรเอาอะไรเป็นเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือ ไม่ยุติธรรม ลำเอียง จำได้ว่าเจ้าหน้าที่เองแทบจะลงตรวจสอบด้วยตนเองทุกแปลง มีบางแปลงที่กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านรับรองมาเอง บวกกับจังหวัดเร่งให้รีบส่งข้อมูล เลยอาจจะตรวจสอบไม่ทั่วถึงทุกแปลง

นี้คืออุทาหรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ปีต่อๆ ไป หรือกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานภัยธรรมชาติ  ยิ่งปัญหาในข้อที่ 2 ไม่น่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น