ผมจับพลัดจับผลูถูกแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการและอนุกรรมการยกร่างรายงานปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑ เราประชุมทำงานกันหลายครั้ง ลงพื้นที่ก็หลายหน รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มคนอย่างหลากหลาย เมื่อวานนี้ได้รับอนุญาตจากท่านอดีตนายกชวน หลีกภัยที่พรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าพบและรับฟังข้อคิดเห็นของท่าน ท่านให้เวลาตั้งแต่ ๓ โมง ถึง ๔ โมงครึ่ง แต่เอาเข้าจริงกว่าเราจะออกจากห้องก็เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็น

        สิ่งที่เราได้รับฟังจากท่านก็คือ การที่เราจะวางแผนแก้ปัญหาใดเราต้องรู้เรื่องของปัญหานั้นๆอย่างแท้จริง มิฉะนั้นการแก้ปัญหาจะผิดเพี้ยน และเรื่องของความมั่นคงเราจะแก้แบบทดลองไม่ได้เพราะเมื่อเสียหายไปแล้วจะแก้ทีหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับที่เราเห็นในปัจจุบัน

        ท่านเล่าให้เราฟังเรื่องประวัติศาสตร์ของปัตตานีอย่างน่าสนใจมากๆ อดที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่ยืดเยื้อของเหตุการณ์ชายแดนใต้

        ปัตตานีในอดีตเคยยิ่งใหญ่ เป็นเหมือนประเทศหนึ่งที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัฒนธรรม ดูปืนใหญ่ที่ผู้ยิ่งใหญ่เอาไปไว้ที่หน้ากระทรวงกลาโหมสิครับ ในยุคสมัยนั้นอยุธยาก็สร้างให้ใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้ การที่ปัตตานีสร้างนางพญาตานีได้ขนาดนี้แสดงว่าเขามีดี การที่สยามไปรุกรานเขาในอดีต มีหรือที่คนใต้ไม่สู้ และเขาก็คอยดูว่าเมื่อไหร่ที่ซีแย(สยาม)อ่อนแอ เขาก็แข็งเมือง เมื่อไหร่ที่ซีแยเข้มแข็งเขาก็โอนอ่อนผ่อนตาม เขาผิดหรือ เขาไม่ผิดหรอกครับที่วันดีคืนดีที่เขาจะลุกมาทวงคืนพื้นที่เขา (นายกฯชวน ไม่ได้เรียกซีแยหรอก ผมเรียกเองเพราะสามจังหวัดใต้เขาเรียกคนไทยว่าซีแยครับ)

        ความจริงแล้วการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น ในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้มีรัฐประศาสโนบายเอาไว้และเมื่อเรามาตรวจดูจะเห็นว่าพระองค์ท่านมองการณ์ไกล ผมขอลอกที่ท่านนายกชวนได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่....มาเล่าสู่กันฟังดังนี้ครับ

        พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีสายพระเนตรที่ไกลมาก ทรงตระหนักและเข้าใจประวัติศาสตร์ของพื้นที่ จึงได้กำหนดรัฐประศาสโนบายสำหรับการปกครองพื้นที่นี้โดยเฉพาะครับ เมื่อปี ๒๔๖๖ บัดนี้เกือบร้อยปีแล้ว ถ้าเราไปอ่านรัฐประศาสโนบายทั้ง ๔ ข้อ เราจะต้องยอมรับว่า สิ่งที่พระองค์กำหนดไว้นั้นทันสมัยเหลือเกิน วันนี้ก็ยังทันสมัยอยู่ครับ ยังสอดคล้องกับคำเตือนว่า การปกครองรัฐนั้นควรจะทำอย่างไร หลักรัฐประศาสโนบายสำหรับมณฑลปัตตานีในขณะนั้น กระผมยกตัวอย่าง เช่น

        ๑.ระเบียบการหรือวิธีปฏิบัติการใดเป็นทางการให้พลเมืองรู้สึกหรือเห็นไปว่าเป็นการเบียดเบียนกดขี่ศาสนาอิสลาม ต้องยกเลิกหรือแก้ไขเสียทันที การใดจะจัดขึ้นใหม่ต้องอย่าให้ขัดกับลัทธินิยมของอิสลาม หรือยิ่งทำให้เห็นเป็นการอุดหนุนศาสดามูฮัมมัดได้ยิ่งดี

        ๒.การกะเกณฑ์อย่างใดๆก็ดี การเก็บภาษีอากรหรือพลีอย่างใดๆก็ดี เมื่อพิจารณาโดยส่วนรวมเทียบกันต้องอย่างให้ยิ่งกว่าที่พลเมืองในแว่นแคว้นประเทศราชของอังกฤษซึ่งอยู่ใกล้เคียงนั้นต้องเกณฑ์ต้องเสียอยู่เป็นธรรมดา เมื่อพิจารณาเทียบกันแต่เฉพาะอย่างต้องอย่าให้ยิ่งหย่อนกว่ากันจนถึงเป็นเหตุเสียหายในทางปกครองได้

        ๓.การกดขี่บีบคั้นแต่เจ้าพนักงานของรัฐบาล เนื่องแต่การใช้อำนาจในทางที่ผิดมิเป็นธรรมก็ดี เนื่องแต่การหมิ่นหลู่ดูแคลนพลเมืองชาติแขกโดยฐานที่เป็นคนต่างชาติก็ดี เนื่องแต่การหน่วงเหนี่ยวชักช้าในกิจการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ราษฎรเสียความสะดวกในทางหาเลี้ยงชีพก็ดี พึงต้องแก้ไขและระมัดระวังมิให้มีขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องให้ผู้ทำผิดต้องรับผลตามความผิดโดยยุติธรรม ไม่ใช่สักแต่ว่าจัดการกลบเกลื่อนให้เงียบไปเสียเพื่อจะไว้หน้าสงวนศักดิ์ของข้าราชการ

        ดูสิครับเกือบร้อยปีพระองค์ท่านมองเห็นปัญหา

        ๔.กิจการใดๆทั้งหมดอันเจ้าพนักงานจะต้องบังคับแก่ราษฎร ต้องระวังอย่าให้ราษฎรต้องขัดข้องเสียเวลาในทางหาเลี้ยงชีพของเขาเกินสมควร แม้จะเป็นการจำเป็นโดยระเบียบการก็ดี เจ้าหน้าที่พึงสอดส่องแก้ไขอยู่เสมอเท่าที่สุดจะทำได้

        อันนี้ก็เตือนว่าเวลาจะไปเยี่ยมก็อย่าไปเกณฑ์คนให้เสียเวลา เห็นไหมครับ เกือบร้อยปีพระองค์ท่านมองเห็นปัญหา

        ๕.ข้าราชการที่จะแต่งตั้งออกไปประจำตำแหน่งในมณฑลปัตตานีพึงเลือกเฟ้นแต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยม เยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งไปบรรจุให้เต็มตำแหน่ง หรือส่งไปเป็นทางลงโทษเพราะเลว

        ๖.เจ้ากระทรวงทั้งหลายจะจัดวางระเบียบอย่างใดขึ้นใหม่หรือบังคับการอย่างใดในมณฑลปัตตานีอันจะเป็นทางพาดผ่านถึงสุขทุกข์ราษฎรควรพิจารณาเหตุผลแก้ไขยับยั้ง

        กระผมกล่าวโดยย่อ ๖ ประการที่เป็นหลักรัฐประศาสโนบายสำหรับมณฑลปัตตานีเพราะอะไร เพราะในขณะนั้นทรงตระหนักว่าพื้นที่นี้ไม่เหมือนที่อื่น.....

        ผมฟังท่านนายกฯชวน พูดแล้วก็มาคิดว่า เมื่อเราเห็นว่ารัฐประศาสโนบายนี้ดี รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้นำมาใช้หรือเปล่า น่าสนใจครับ ผมมองว่าปัญหาของประเทศชาติในขณะนี้เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไข

        การแก้ปัญหาภาคใต้มีการแก้ไขกันมาหลายครั้งแล้วครับ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ผมเล่าตอนที่แล้วเวลาสยามอ่อนแอ ปัตตานีก็แข็งเมือง นั่นแหละครับ แต่คนที่เข้ามาแก้ปัญหาในสมัยนั้นมีทั้งพุทธและมุสลิมช่วยกันครับ สมัยนั้น   อาณาจักรปัตตานีในสมัยของสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๒๖ แห่งสยามมีข้อความว่า อาณาจักรปัตตานีปฏิเสธที่จะส่งเครื่องราชบรรณาการ ดังนั้นในปีที่ ๕ แห่งรัชกาล ทรงส่งแสนยานุภาพไปที่นั่น แต่กลับถูกตีแตกมา พระองค์จึงทรงให้ซ่อมแซมเรือรบและสร้างใหม่อีกหลายลำเพื่อไปโจมตีปัตตานีอีกครั้งหนึ่ง แต่ด้วยการไกล่เกลี่ยของผู้ครองรัฐเคดาห์และพระสงฆ์ชาวสยาม ในที่สุดก็มีสัญญาทางพระราชไมตรีและยุติสงคราม....” (ยังมีต่อ)